บทที่ 10
by WorldApexบัดนี้ยังคงเหลือเรื่องที่เราต้องกล่าวถึงระบอบราชาธิปไตย สาเหตุแห่งความเสื่อมทราม และหนทางในการธำรงรักษา ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับระบอบการปกครองอื่น ๆ เกือบทั้งหมดนั้น ย่อมเกิดขึ้นกับระบอบกษัตริย์และระบอบทรราชเช่นกัน เพราะระบอบกษัตริย์มีส่วนคล้ายกับระบอบอภิชนาธิปไตย ส่วนระบอบทรราชนั้นเป็นรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของระบอบคณาธิปไตยและระบอบประชาธิปไตย ด้วยเหตุนี้ ระบอบทรราชจึงเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่มนุษย์จะยอมสยบให้ เนื่องจากเป็นการรวมตัวกันของสองระบอบที่เลวร้ายทั้งคู่ และยังคงไว้ซึ่งความเสื่อมทรามและข้อบกพร่องทั้งหมดของทั้งสองระบอบนั้น
ระบอบราชาธิปไตยทั้งสองรูปแบบนี้เกิดขึ้นจากหลักการที่ตรงกันข้ามกัน ระบอบกษัตริย์ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องกลุ่มคนที่ดีกว่าจากมวลชน และกษัตริย์จะถูกแต่งตั้งจากผู้ที่ได้รับเลือก ไม่ว่าจะเป็นเพราะคุณธรรมอันเลิศและพฤติกรรมที่ไหลมาจากหลักการแห่งคุณธรรม หรือจากเชื้อสายอันสูงส่ง แต่ทรราชนั้นถูกเลือกมาจากกลุ่มประชากรที่ต่ำต้อยที่สุด เป็นศัตรูต่อกลุ่มคนที่ดีกว่า เพื่อมิให้สามัญชนถูกกดขี่โดยคนเหล่านั้น ประสบการณ์ทำให้เราเชื่อว่าสิ่งนี้เป็นความจริง เพราะทรราชส่วนใหญ่แท้จริงแล้วเป็นเพียงนักปลุกปั่นที่ได้รับความเชื่อถือจากประชาชนด้วยการกดขี่เหล่าขุนนาง
ระบอบทรราชบางแห่งถูกสถาปนาขึ้นในลักษณะนี้หลังจากที่เมืองขยายตัวขึ้นอย่างมาก บางแห่งเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นโดยกษัตริย์ผู้ใช้อำนาจเกินกว่าที่บ้านเมืองอนุญาต ด้วยความปรารถนาที่จะปกครองแบบเผด็จการ บางแห่งถูกก่อตั้งโดยผู้ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐ เพราะในสมัยก่อน ประชาชนจะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ให้ดำรงตำแหน่งตลอดชีพ ซึ่งผู้เหล่านี้จะกลายเป็นหัวหน้าในกิจการทางโลกและทางศาสนา และพวกเขาจะเลือกคนหนึ่งจากกลุ่มของตนเพื่อให้มีอำนาจสูงสุดเหนือเจ้าพนักงานทั้งปวง ด้วยวิธีการเหล่านี้ การสถาปนาระบอบทรราชจึงเป็นเรื่องง่ายหากพวกเขาปรารถนา เพราะอำนาจนั้นอยู่ในมืออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเป็นกษัตริย์ หรือการได้รับเกียรติยศแห่งรัฐ ดังเช่น ฟีดอน แห่งอาร์กอส และทรราชคนอื่น ๆ ที่เดิมทีมีอำนาจแห่งกษัตริย์
ส่วน ฟาลาริส และคนอื่น ๆ ในไอโอเนีย มีเกียรติยศแห่งรัฐ ส่วน แพนเซทิอุส แห่งเลอนเทียม, คิปเซลัส แห่งโครินธ์, พิซิสตราตัส แห่งเอเธนส์, ไดโอนิสิอุส แห่งไซราคิวส์ และคนอื่น ๆ ได้อำนาจมาจากการเป็นนักปลุกปั่น
ระบอบกษัตริย์ ดังที่เราได้กล่าวไว้ มีธรรมชาติคล้ายกับระบอบอภิชนาธิปไตยเป็นอย่างมาก และถูกมอบให้ตามคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นคุณธรรม วงศ์ตระกูล การกระทำที่เป็นประโยชน์ หรือสิ่งเหล่านี้ประกอบกับอำนาจ เพราะผู้ที่เคยเป็นผู้มีพระคุณต่อเมืองและรัฐ หรือผู้ที่มีอำนาจที่จะเป็นเช่นนั้น ย่อมได้รับเกียรติยศนี้ รวมถึงผู้ที่ป้องกันมิให้ประชาชนต้องตกเป็นทาสจากสงคราม เช่น โคดรัส หรือผู้ที่ปลดปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระ เช่น ไซรัส หรือผู้ก่อตั้งเมือง หรือผู้สร้างอาณานิคม เช่น กษัตริย์แห่งสปาร์ตา มาซิโดเนีย และโมโลสซัส
กษัตริย์ปรารถนาที่จะเป็นผู้พิทักษ์ราษฎร เพื่อให้ผู้มีทรัพย์สินมีความมั่นคงในการครอบครอง และเพื่อให้ประชาชนโดยทั่วไปไม่ได้รับอันตราย แต่ทรราช ดังที่ได้กล่าวไว้บ่อยครั้ง ไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม เว้นแต่เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง สิ่งเดียวที่เขามุ่งหวังคือความสำราญ แต่กษัตริย์มุ่งหวังคุณธรรม ดังนั้น สิ่งที่ทรราชทะเยอทะยานที่จะกอบโกยคือความมั่งคั่ง แต่กษัตริย์ปรารถนาเกียรติยศมากกว่า อีกทั้งองครักษ์ของกษัตริย์คือพลเมือง แต่ของทรราชคือชาวต่างชาติ
เป็นที่ประจักษ์ว่าระบอบทรราชนั้นรวบรวมเอาสิ่งเลวร้ายทั้งปวงที่มีอยู่ในระบอบประชาธิปไตยและระบอบคณาธิปไตยไว้ด้วยกัน ในส่วนที่เหมือนกับระบอบคณาธิปไตยนั้น ทรราชมีเป้าหมายเพื่อผลกำไร อันเป็นหนทางเดียวที่จะจัดหาผู้คุ้มกันและความฟุ่มเฟือยในชีวิตให้แก่ตนได้ อีกทั้งยังไม่ไว้วางใจประชาชน จึงริบอาวุธไปจากมือพวกเขา และสิ่งที่ทั้งสองระบอบมีร่วมกันคือการเบียดเบียนราษฎร การขับไล่พวกเขาออกจากเมืองและที่พำนักของตน ในส่วนที่เหมือนกับระบอบประชาธิปไตยนั้น ทรราชจะขัดแย้งกับเหล่าขุนนาง และทำลายพวกเขาไม่ว่าจะโดยเปิดเผยหรือลับหลัง หรือขับไล่ให้เนรเทศไปในฐานะคู่แข่งและอุปสรรคต่อการปกครอง
ด้วยเหตุนี้จึงเกิดการสมคบคิดขึ้นเป็นธรรมดา ทั้งในหมู่ผู้ที่ปรารถนาจะปกครองและผู้ที่ปรารถนาจะไม่เป็นทาส ดังเช่นคำแนะนำของเพริแอนเดอร์ที่มีต่อธราซิบูลัส ให้ตัดต้นกล้าที่สูงที่สุดทิ้ง ซึ่งเป็นการบอกเป็นนัยว่าจำเป็นต้องกำจัดพลเมืองผู้โดดเด่นให้สิ้นไป ดังนั้น โดยเหตุผลแล้ว ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ เราจึงต้องพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบอบราชาธิปไตยจากสาเหตุเดียวกับที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรัฐรูปแบบอื่น เพราะด้วยความอยุติธรรมที่ได้รับ ความกลัว และความดูหมิ่น ทำให้ผู้ที่อยู่ภายใต้การปกครองแบบราชาธิปไตยจำนวนมากสมคบคิดกันต่อต้าน
แต่ในบรรดาความอยุติธรรมทุกรูปแบบ ความดูหมิ่นที่สร้างความเสียหายนั้นมีอิทธิพลต่อพวกเขามากที่สุดในการก่อการดังกล่าว และในบางครั้งก็มีสาเหตุมาจากการถูกริบทรัพย์สินส่วนตัว การล่มสลายของราชอาณาจักรและระบอบทรราชนั้นโดยทั่วไปแล้วมีลักษณะเดียวกัน เพราะกษัตริย์นั้นเปี่ยมด้วยความมั่งคั่งและเกียรติยศ ซึ่งทุกคนต่างปรารถนาจะได้ครอบครอง สำหรับการสมคบคิดนั้น บางครั้งมีเป้าหมายที่ชีวิตของผู้ปกครอง บางครั้งมีเป้าหมายที่ตัวอำนาจการปกครอง การสมคบคิดแบบแรกเกิดจากความเกลียดชังในตัวบุคคล ซึ่งความเกลียดชังนี้อาจมีสาเหตุมาจากหลายประการ ซึ่งเพียงพอที่จะกระตุ้นโทสะของพวกเขา และโดยทั่วไปผู้ที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอารมณ์นั้นจะเข้าร่วมในการสมคบคิด มิใช่เพื่อความก้าวหน้าของตนเอง
แต่เพื่อการแก้แค้น ดังเช่นการสมคบคิดต่อบุตรของพิซิสตราตัส ซึ่งเกิดจากการที่พวกเขาปฏิบัติอย่างเลวร้ายต่อพี่สาวของฮาร์โมเดียส และดูหมิ่นตัวเขาด้วย โดยฮาร์โมเดียสแค้นเคืองที่พี่สาวถูกกระทำ และอริสโตไกตอนแค้นเคืองที่ฮาร์โมเดียสถูกกระทำ เพริแอนเดอร์ ทรราชแห่งอัมบราเซีย ก็ต้องสิ้นชีวิตลงด้วยการสมคบคิด เนื่องจากเขากระทำการไม่เหมาะสมกับเด็กชายคนหนึ่งในขณะมึนเมา และฟิลิปถูกสังหารโดยพาวซาเนียส เพราะละเลยที่จะแก้แค้นให้เขาจากความอัปยศที่ได้รับจากอัตไทนัส เช่นเดียวกับอามินทัสผู้เยาว์ที่ถูกดาร์ดาฆ่า เพราะดูหมิ่นเขาเรื่องอายุ และขันทีที่ถูกเอวากอรัสชาวไซปรัสสังหาร เพื่อแก้แค้นที่พรากภรรยาของบุตรชายเขาไป…
อีกหลายคนที่ร่างกายถูกเฆี่ยนตีด้วยแส้ ต่างเกิดความเคียดแค้นจนนำไปสู่การสังหารผู้ที่สั่งลงทัณฑ์ หรือสมคบคิดต่อต้าน แม้ว่าผู้นั้นจะมีอำนาจดั่งกษัตริย์ก็ตาม ดังเช่นที่เมืองมิทีลีน เมกะคลีสและกลุ่มมิตรสหายได้สังหารตระกูลเพนเธลิดี ซึ่งมักจะเดินไปทั่วและใช้กระบองทุบตีผู้คนที่พบเห็น ในกาลต่อมา สมินเดสได้สังหารเพนทิลุสเนื่องจากถูกเฆี่ยนตีและถูกลากตัวออกห่างจากภรรยา ส่วนเดคามนิคัสก็เป็นสาเหตุหลักของการสมคบคิดต่อต้านอาร์เคลาอุส โดยเขาเป็นผู้ยุยงผู้อื่น ซึ่งมูลเหตุแห่งความแค้นของเขานั้นเกิดจากการที่ถูกส่งตัวไปให้กวี ยูริพิดีส เฆี่ยนตี เนื่องจากยูริพิดีสขุ่นเคืองอย่างมากที่เขาพูดถึงความเหม็นของลมหายใจของกวีผู้นั้น และยังมีอีกหลายคนที่ถูกสังหารหรือถูกสมคบคิดต่อต้านด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ ความกลัวก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์เช่นเดียวกัน ทั้งในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์และในรัฐรูปแบบอื่น ดังเช่นอาร์ตาเบเนสที่สมคบคิดต่อต้านเซอร์ซีส เพราะเกรงกลัวการถูกลงโทษหลังจากที่เขาได้แขวนคอดาริอุสตามคำสั่ง โดยเขาเข้าใจว่าเซอร์ซีสตั้งใจจะอภัยโทษให้ เนื่องจากคำสั่งนั้นถูกให้ไว้ในช่วงเวลาอาหารค่ำ กษัตริย์บางพระองค์ถูกถอดจากบัลลังก์และถูกสังหารเนื่องจากเป็นที่ดูแคลนของราษฎร
ดังเช่นที่มีผู้สมคบคิดต่อต้านซาร์ดานาพาลุส เมื่อเห็นพระองค์ทรงปั่นด้ายกับมเหสี หากเรื่องที่เล่าขานกันนั้นเป็นความจริง หรือหากไม่ใช่พระองค์ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นเรื่องจริงของกษัตริย์องค์อื่น ดิโอนก็สมคบคิดต่อต้านไดโอนีซียัสผู้เยาว์ เมื่อเห็นว่าเหล่าพสกนิกรปรารถนาจะก่อกบฏ และเห็นว่าตัวกษัตริย์นั้นมึนเมาอยู่เป็นนิจ แม้แต่สหายสนิทก็อาจทำเช่นนี้หากพวกเขาดูแคลนกษัตริย์ เพราะด้วยความไว้วางใจที่กษัตริย์มอบให้ พวกเขาจึงคิดว่าตนจะไม่ถูกจับได้ ส่วนผู้ที่คิดว่าตนจะสามารถชิงบัลลังก์มาได้ก็จะสมคบคิดต่อต้านกษัตริย์เพราะความดูแคลน เนื่องจากตนมีอำนาจและไม่เกรงกลัวอันตรายเพราะความแข็งแกร่งของตน จึงกล้าที่จะลงมือทำ เช่นเดียวกับแม่ทัพที่คุมกองทัพซึ่งจะพยายามถอดถอนกษัตริย์ออกจากบัลลังก์ ดังที่ไซรัสทำกับแอสทิยาเจส โดยดูแคลนทั้งวิถีชีวิตและกองกำลังของพระองค์ ซึ่งกองกำลังนั้นขาดการปฏิบัติการ
ส่วนวิถีชีวิตนั้นก็อ่อนแอราวกับสตรี เช่นเดียวกับซูเธสชาวทราเซียน ซึ่งเป็นแม่ทัพของอามาโดคัสที่สมคบคิดต่อต้านเขา บางครั้งสาเหตุมากกว่าหนึ่งประการอาจกระตุ้นให้ผู้คนเข้าสู่การสมคบคิด เช่น ความดูแคลนและความปรารถนาในลาภยศ ดังเช่นกรณีของมิธริดาเทสที่กระทำต่ออาริโอบาร์ซานีส นอกจากนี้ ผู้ที่มีนิสัยกล้าหาญและได้รับเกียรติยศทางทหารภายใต้กษัตริย์ จะเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มจะก่อการกบฏมากที่สุด เพราะเมื่อความแข็งแกร่งและความกล้าหาญรวมกัน ย่อมก่อให้เกิดความห้าวหาญอย่างยิ่ง
ดังนั้น เมื่อสิ่งเหล่านี้รวมอยู่ในบุคคลเดียว เขาจะพร้อมสำหรับการสมคบคิดอย่างยิ่งเพราะเชื่อว่าจะเอาชนะได้โดยง่าย ส่วนผู้ที่สมคบคิดต่อต้านทรราชด้วยความรักในเกียรติยศและชื่อเสียงนั้น มีแรงจูงใจที่แตกต่างจากที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาข้างต้น เพราะเช่นเดียวกับผู้ที่น้อมรับอันตรายทั้งปวง พวกเขามุ่งหวังเพียงเกียรติยศและชื่อเสียงเท่านั้น มิได้คำนึงถึงความมั่งคั่งและความหรูหราที่จะได้รับดังที่บางคนคิด แต่เข้าร่วมการกระทำนี้เสมือนการกระทำอันสูงส่งอื่นๆ เพื่อให้ตนเป็นที่เลื่องลือและโดดเด่น และทำลายทรราชมิใช่เพื่อจะขึ้นเป็นทรราชเสียเอง
แต่เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ปรากฏ แน่นอนว่าจำนวนผู้ที่กระทำตามหลักการนี้มีน้อย เพราะเราต้องสมมติว่าพวกเขามองว่าความปลอดภัยของตนไม่มีค่าเลยหากไม่ประสบความสำเร็จ และต้องยอมรับทัศนะของดิโอน (ซึ่งมีน้อยคนนักที่จะทำได้) เมื่อครั้งที่เขาทำสงครามกับไดโอนีซียัสด้วยกองกำลังเพียงน้อยนิด โดยเขากล่าวว่า แม้ความได้เปรียบที่เขาได้รับจะมีเพียงเล็กน้อยเพียงใด ก็นับว่าน่าพึงพอใจแล้ว
เพื่อให้เขาได้รับอำนาจนั้นมา และหากโชคชะตากำหนดให้เขาต้องตายในชั่วขณะที่เริ่มตั้งหลักในบ้านเมืองได้ เขาก็ควรคิดว่าความตายของตนนั้นมีเกียรติยศเพียงพอแล้ว นอกจากนี้ ระบอบทรราชยังต้องเผชิญกับความพินาศเช่นเดียวกับรัฐอื่นๆ จากเพื่อนบ้านที่มีอำนาจเหนือกว่า เพราะเป็นที่ประจักษ์ว่าความขัดแย้งทางหลักการจะทำให้เพื่อนบ้านเหล่านั้นปรารถนาที่จะล้มล้างระบอบดังกล่าว และผู้ที่มีความสามารถย่อมกระทำตามความปรารถนานั้น อีกทั้งยังมีหลักการแห่งการต่อต้านระหว่างรัฐหนึ่งกับอีกรัฐหนึ่ง เช่น ประชาธิปไตยต่อต้านทรราช ดังที่เฮสิโอดกล่าวไว้ว่า “ช่างปั้นหม้อต่อต้านช่างปั้นหม้อ”
เพราะจุดสูงสุดของประชาธิปไตยคือทรราช หรืออำนาจกษัตริย์ต่อต้านคณาธิปไตย เนื่องจากรูปแบบการปกครองที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้ชาวลาเคดามอนจึงทำลายระบอบทรราชไปหลายแห่ง เช่นเดียวกับชาวซีราคิวส์ในช่วงที่รัฐของตนรุ่งเรือง
ระบอบทรราชมิได้ถูกทำลายจากภายนอกเท่านั้น แต่ยังถูกทำลายจากภายใน เมื่อผู้ที่ไม่มีส่วนในอำนาจก่อการปฏิวัติ ดังที่เกิดขึ้นกับเจลอน และเมื่อเร็วๆ นี้กับไดโอนีซีอุส ในกรณีแรกเกิดจากทราซิบูลัส พี่ชายของไฮเอโร ผู้ซึ่งเป่าหูบุตรชายของเจลอนและชักนำให้ใช้ชีวิตเสเพล เพื่อที่ตนเองจะได้ปกครอง แต่สมาชิกในครอบครัวได้รวมตัวกันและพยายามค้ำจุนระบอบทรราชพร้อมกับขับไล่ทราซิบูลัส ทว่าบรรดาผู้ที่พวกเขาดึงมาเป็นพวกกลับฉวยโอกาสขับไล่คนทั้งตระกูลออกไป ส่วนไดออนได้ทำสงครามกับไดโอนีซีอุสผู้เป็นญาติ และด้วยความช่วยเหลือจากประชาชน เขาจึงขับไล่และสังหารไดโอนีซีอุสในที่สุด
สาเหตุหลักสองประการที่ชักนำให้ผู้คนสมคบคิดต่อต้านทรราชคือ ความเกลียดชังและความเหยียดหยาม ซึ่งหนึ่งในนี้คือความเกลียดชังดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่แยกไม่ออกจากระบอบดังกล่าว ส่วนความเหยียดหยามก็มักเป็นสาเหตุแห่งความพินาศเช่นกัน เพราะตัวอย่างเช่น บรรดาผู้ที่ก้าวขึ้นสู่อำนาจสูงสุดด้วยตนเองมักจะรักษาอำนาจนั้นไว้ได้ แต่ผู้ที่รับสืบทอดอำนาจต่อมานั้น หากพูดตามตรง เกือบทุกคนสูญเสียอำนาจไปในเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจากตกอยู่ในวิถีชีวิตที่อ่อนแอและสำรวย จนกลายเป็นที่น่ารังเกียจ และมักตกเป็นเหยื่อของการสมคบคิด
ความเกลียดชังส่วนหนึ่งอาจกล่าวได้ว่าเกิดจากความโกรธ เพราะในบางกรณีสิ่งนี้คือแรงจูงใจในการกระทำ และบ่อยครั้งที่ความโกรธผลักดันให้พวกเขาลงมืออย่างรุนแรงยิ่งกว่าความเกลียดชัง ทั้งยังรุกไล่ผู้ที่ถูกโจมตีด้วยความดื้อรั้นยิ่งกว่า เนื่องจากอารมณ์นี้มิได้อยู่ภายใต้การกำกับของเหตุผล นอกจากนี้ หลายคนยังปล่อยตัวไปตามอารมณ์นี้เพราะความเหยียดหยาม ซึ่งนำไปสู่การล่มสลายของตระกูลพิซิสทราทิเดและอีกหลายตระกูล ทว่าความเกลียดชังนั้นทรงพลังยิ่งกว่าความโกรธ เพราะความโกรธมาพร้อมกับความโศกเศร้าซึ่งขัดขวางการเข้ามาของเหตุผล
แต่ความเกลียดชังนั้นปราศจากสิ่งดังกล่าว โดยสรุปแล้ว ไม่ว่าสาเหตุใดที่นำไปสู่ความพินาศของคณาธิปไตยบริสุทธิ์ที่มิได้ผสมผสานกับการปกครองแบบอื่น และประชาธิปไตยแบบสุดโต่ง สาเหตุเหล่านั้นย่อมนำมาปรับใช้กับระบอบทรราชได้เช่นกัน เพราะระบอบเหล่านี้คือทรราชที่แบ่งแยกออกเป็นส่วนๆ
การปกครองระบอบกษัตริย์นั้นน้อยครั้งนักที่จะถูกทำลายด้วยการโจมตีจากภายนอก ด้วยเหตุนี้โดยทั่วไปจึงมีความมั่นคงยิ่ง แต่กลับมีสาเหตุแห่งการล่มสลายจากภายในอยู่มากมาย ซึ่งมีสองประการเป็นสำคัญ ประการหนึ่งคือเมื่อผู้มีอำนาจปลุกปั่นให้เกิดการจลาจล และอีกประการคือเมื่อพวกเขาพยายามสถาปนาอำนาจเผด็จการโดยยึดถืออำนาจที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่กฎหมายบัญญัติไว้ อันที่จริง ระบอบกษัตริย์ตามความหมายนี้มิใช่สิ่งที่เราพบเห็นการสถาปนาขึ้นในยุคสมัยของเรา แต่สิ่งที่เราเห็นคือระบอบราชาธิปไตยและระบอบทรราช เพราะการปกครองโดยกษัตริย์คือการปกครองที่ผู้คนยอมสยบให้ด้วยความสมัครใจ และยอมรับอำนาจสูงสุดในวาระสำคัญยิ่ง
แต่ในที่ซึ่งผู้คนจำนวนมากมีความเท่าเทียมกัน และไม่มีผู้ใดโดดเด่นกว่าผู้อื่นในด้านใดด้านหนึ่งจนคู่ควรกับความยิ่งใหญ่และเกียรติยศในการปกครองเหนือผู้อื่น ผู้ที่เท่าเทียมกันเหล่านี้ย่อมไม่ยินยอมที่จะถูกสั่งการโดยสมัครใจ แต่หากมีผู้ใดเข้ายึดอำนาจการปกครอง ไม่ว่าจะด้วยกำลังหรือการฉ้อฉล สิ่งนั้นย่อมเป็นระบอบทรราช และจากที่เราได้กล่าวไปแล้ว เราจะขอเพิ่มเติมถึงสาเหตุของการปฏิวัติในระบอบกษัตริย์ที่สืบทอดทางสายเลือด ประการหนึ่งคือ ผู้ที่เสวยสุขในอำนาจจำนวนมากนั้นโดยธรรมชาติแล้วเป็นเพียงบุคคลที่น่ารังเกียจ
อีกประการหนึ่งคือ พวกเขามีความโอหังในขณะที่อำนาจของตนยังมิใช่แบบเผด็จการ แต่ครอบครองเพียงเกียรติยศแห่งกษัตริย์เท่านั้น รัฐเช่นนี้ย่อมถูกทำลายลงในไม่ช้า เพราะกษัตริย์ดำรงอยู่ได้ตราบเท่าที่ราษฎรยินดีที่จะเชื่อฟัง เนื่องจากความสยบยอมที่มีต่อกษัตริย์นั้นเป็นไปด้วยความสมัครใจ แต่ความสยบยอมต่อทรราชนั้นเป็นไปโดยไม่สมัครใจ สิ่งเหล่านี้และสิ่งที่คล้ายคลึงกันคือสาเหตุแห่งการล่มสลายของระบอบราชาธิปไตย

0 Comments