Chapter Index

    การศึกษาที่มักสอนแก่เด็กมีอยู่สี่ประการ ได้แก่ การอ่าน การฝึกหัดทางกาย และดนตรี ซึ่งบางคนได้เพิ่มการวาดเขียนเป็นประการที่สี่ ทั้งการอ่านและการวาดเขียนต่างมีประโยชน์เฉพาะตัวในการดำเนินชีวิต และการฝึกหัดทางกายก็ช่วยสร้างความกล้าหาญ ส่วนในเรื่องของดนตรีนั้น บางคนอาจสงสัย เนื่องจากคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้ดนตรีเพื่อความเพลิดเพลิน แต่ผู้ที่กำหนดให้ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาแต่แรกนั้นทำไปเพราะ ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วว่า ธรรมชาติกำหนดให้เราไม่เพียงแต่ต้องประกอบกิจการงานอย่างเหมาะสมเท่านั้น

    แต่ต้องสามารถใช้เวลาว่างได้อย่างมีเกียรติด้วย เพราะสิ่งนี้ (ขอย้ำในสิ่งที่ได้กล่าวไปแล้ว) คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในบรรดาทุกสิ่ง

    ทว่า แม้ทั้งการทำงานและการพักผ่อนจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่การพักผ่อนนั้นย่อมประเสริฐกว่าการทำงาน และเราควรเรียนรู้ทุกวิถีทางว่าควรทำสิ่งใดในยามพักผ่อน เพราะเราไม่ควรใช้เวลานั้นไปกับการเล่น มิเช่นนั้นการเล่นจะกลายเป็นกิจการจำเป็นของชีวิตเรา แต่หากเป็นเช่นนั้นไม่ได้ การเล่นย่อมมีความจำเป็นสำหรับผู้ที่ทำงานมากกว่าผู้ที่พักผ่อน เพราะผู้ที่ทำงานย่อมต้องการการผ่อนคลาย ซึ่งการเล่นจะช่วยตอบสนองสิ่งนี้ได้ เนื่องจากงานนั้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดและความเหนื่อยล้าอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องนำการเล่นเข้ามาใช้ภายใต้กฎเกณฑ์ที่เหมาะสมเสมือนเป็นยารักษา เพราะการใช้จิตใจในลักษณะนี้เป็นการผ่อนคลายและบรรเทาด้วยความเพลิดเพลิน [1338a]

    บัดนี้ ตัวการพักผ่อนเองดูเหมือนจะมีส่วนร่วมในความเพลิดเพลิน ความสุข และชีวิตที่รื่นรมย์ ซึ่งสิ่งนี้ไม่สามารถเป็นของผู้ที่ทำงานได้ แต่เป็นของผู้ที่พักผ่อน เพราะผู้ที่ทำงาน ย่อมทำงานเพื่อเป้าหมายบางประการที่ตนยังไม่มี แต่ความสุขคือเป้าหมายที่ทุกคนคิดว่ามาพร้อมกับความเพลิดเพลินและปราศจากความเจ็บปวด ทว่าไม่ใช่ทุกคนจะเห็นพ้องว่าความเพลิดเพลินนี้ประกอบขึ้นจากสิ่งเดียวกัน เพราะแต่ละคนมีมาตรฐานเฉพาะตัวที่สอดคล้องกับนิสัยของตน แต่ผู้ที่ประเสริฐที่สุดย่อมมุ่งหวังความเพลิดเพลินที่ประเสริฐที่สุด และสิ่งที่เกิดจากการกระทำที่สูงส่งที่สุด

    แต่มันเป็นที่ประจักษ์ว่า การจะใช้ชีวิตในยามพักผ่อนได้นั้น มีบางสิ่งที่มนุษย์ต้องเรียนรู้และได้รับการสั่งสอน และเป้าหมายของการเรียนรู้และการสั่งสอนนี้รวมศูนย์อยู่ที่การบรรลุสิ่งเหล่านั้น แต่การเรียนรู้และการสั่งสอนที่ให้ไว้เพื่อการทำงานมีเป้าหมายเป็นสิ่งอื่น ด้วยเหตุนี้คนโบราณจึงทำให้ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ไม่ใช่ในฐานะสิ่งจำเป็น เพราะดนตรีไม่ได้มีลักษณะเช่นนั้น และไม่ใช่ในฐานะสิ่งที่มีประโยชน์ เช่น การอ่าน ในวิถีชีวิตทั่วไป หรือเพื่อการจัดการครอบครัว หรือเพื่อเรียนรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ในชีวิตสาธารณะ การวาดเขียนก็ดูเหมือนจะมีประโยชน์เพื่อให้มนุษย์สามารถตัดสินผลงานวิจิตรศิลป์ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น และดนตรีก็ไม่เหมือนกับการฝึกหัดทางกายที่ส่งเสริมสุขภาพและความแข็งแรง เพราะเราไม่เห็นว่าดนตรีจะสร้างสิ่งเหล่านี้ได้เลย

    ดังนั้นจึงเหลือเพียงการให้ดนตรีเป็นกิจกรรมในยามพักผ่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ที่นำดนตรีเข้ามาใช้ได้มุ่งหวังไว้ และเมื่อเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับเสรีชน จึงได้กำหนดให้ดนตรีเป็นของพวกเขา ดังที่โฮเมอร์ขับขานว่า

    “ช่างเหมาะสมยิ่งนักที่เรียกธาเลียมาสู่ งานเลี้ยง”

    และกล่าวถึงผู้อื่นว่า

    “กวีถูกเรียกมา เพื่อสะกดทุกโสตประสาท”

    และในอีกตอนหนึ่ง เขาให้ยูลิสซีสกล่าวว่า ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตมนุษย์คือ

    “เมื่อได้นั่งประจำที่ ณ โต๊ะจัดเลี้ยง และสดับฟังบทเพลง”

    ดังนั้นจึงเป็นที่ประจักษ์ว่า มีการศึกษาบางประการที่เด็กพึงได้รับคำสั่งสอน มิใช่เพียงเพราะความมีประโยชน์หรือความจำเป็น แต่เป็นไปเพื่อความสง่างามและเสรีภาพ ส่วนการศึกษานั้นจะมีเพียงหนึ่งเดียวหรือมากกว่านั้น เป็นลักษณะอย่างไร และควรสอนอย่างไร จะได้พิจารณากันในภายหลัง บัดนี้เราได้ดำเนินมาถึงจุดที่แสดงให้เห็นว่าเรามีคำพยานจากคนโบราณสนับสนุน โดยพิจารณาจากสิ่งที่พวกเขาส่งทอดกันมาเกี่ยวกับการศึกษา ซึ่งวิชาดนตรีได้ทำให้เรื่องนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสอนเด็กในสิ่งที่เกิดประโยชน์ มิใช่เพียงเพราะสิ่งนั้นมีประโยชน์ในตัวมันเอง เช่น การหัดอ่านหนังสือ

    แต่ยังรวมถึงการใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้แขนงอื่นที่แตกต่างกันออกไป ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงควรได้รับการสอนในวิชาจิตรกรรม มิใช่เพียงเพื่อป้องกันมิให้ถูกหลอกลวงในการซื้อภาพเขียน หรือในการซื้อขายแจกัน แต่เพื่อให้พวกเขาสามารถเป็นผู้ตัดสินความงามของสรีระมนุษย์ได้ เพราะการมุ่งแสวงหาแต่ผลกำไรอยู่เสมอนั้น ไม่สอดคล้องกับดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่และเกิดมาเสรี และเมื่อเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า เด็กชายควรได้รับการสอนเรื่องศีลธรรมหรือการใช้เหตุผลก่อนกัน และควรบ่มเพาะร่างกายหรือสติปัญญาก่อนกัน จึงเป็นเรื่องชัดเจนว่า เด็กชายควรอยู่ในความดูแลของครูผู้เชี่ยวชาญในศิลปะการพลศึกษาแขนงต่างๆ เป็นลำดับแรก ทั้งเพื่อสร้างเสริมร่างกายและสอนการออกกำลังกายแก่พวกเขา

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
    Note