องก์ที่หนึ่ง ฉากที่หนึ่ง
by WorldApex(บิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีและบิชอปแห่งอีลีปรากฏตัว)
บิชอปแคนเทอร์เบอรี: ท่านลอร์ด ข้าจะบอกท่านว่า ร่างกฎหมายฉบับนั้นถูกเร่งรัดแล้ว
ซึ่งในปีกระทบที่สิบเอ็ดของรัชสมัยกษัตริย์องค์ก่อน
เกือบจะผ่านกฎหมายมาเล่นงานเราได้แล้ว
แต่เพราะช่วงเวลาที่วุ่นวายและไม่สงบ
จึงทำให้เรื่องนี้ถูกผลักออกไปจากการพิจารณา
บิชอปอีลี: แต่ท่านลอร์ด เราจะต้านทานมันได้อย่างไรในตอนนี้?
บิชอปแคนเทอร์เบอรี: ต้องตรึกตรองให้ดี: หากมันผ่านไปได้
เราจะสูญเสียทรัพย์สินส่วนที่ดีที่สุดไปครึ่งหนึ่ง:
เพราะที่ดินทางโลกทั้งหมด ซึ่งผู้ศรัทธา
ได้มอบให้แก่ศาสนจักรผ่านพินัยกรรม
พวกเขาจะริบมันไปจากเรา; โดยประเมินค่าว่า
มีมูลค่ามากพอที่จะบำรุงรักษา เพื่อเกียรติของกษัตริย์
ซึ่งประกอบด้วยเอิร์ลสิบห้าท่าน และอัศวินหนึ่งพันห้าร้อยนาย
เอสไควร์ผู้มีความสามารถอีกหกพันสองร้อยนาย:
และเพื่อบรรเทาทุกข์แก่คนโรคเรื้อน และผู้ชราภาพ
แห่งดวงวิญญาณผู้ยากไร้ที่เหนื่อยล้าจากการตรากตรำทางกาย
เป็นบ้านสงเคราะห์คนอนาถาอีกหนึ่งร้อยแห่ง ที่มีปัจจัยพร้อมสรรพ:
และยังส่งเข้าคลังของกษัตริย์อีกด้วย
ปีละหนึ่งพันปอนด์ ร่างกฎหมายระบุไว้เช่นนี้
บิชอปอีลี: สิ่งนี้คงจะสูบกินไปมหาศาล
บิชอปแคนเทอร์เบอรี: มันจะสูบกินทั้งจอกและตัวจอกเลยทีเดียว
บิชอปเอลีย์: แต่จะป้องกันได้อย่างไร?
บิชอปแคนเทอร์เบอรี: องค์กษัตริย์ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและทรงทัศนาด้วยความเอ็นดู
บิชอปเอลีย์: และทรงเป็นผู้รักมั่นในคริสตจักรศักดิ์สิทธิ์
บิชอปแคนเทอร์เบอรี: หากดูจากวิถีในวัยเยาว์ย่อมมิอาจคาดการณ์ได้ ทันทีที่ลมหายใจสุดท้ายพ้นจากพระวรกายของพระราชบิดา ความบ้าบิ่นที่เคยฝังรากในพระองค์ก็ดูจะมอดมลายไปสิ้น ใช่แล้ว ในชั่วขณะนั้นเอง สติปัญญาประดุจทูตสวรรค์ได้เสด็จลงมา ขจัดตัวตนแบบอาดัมผู้ทำผิดให้พ้นไปจากพระองค์ ทรงละทิ้งพระวรกายให้เป็นดั่งสวนสวรรค์ เพื่อโอบล้อมและรองรับดวงวิญญาณแห่งสรวงสวรรค์ มิเคยมีผู้ใดกลายเป็นปราชญ์ได้ฉับพลันเช่นนี้ มิเคยมีการปฏิรูปใดหลั่งไหลมาดั่งอุทกภัย ที่ชะล้างความผิดพลาดได้รุนแรงและรวดเร็วเพียงนี้ และมิเคยมีความดื้อรั้นที่แตกแขนงดั่งไฮดรา จะสูญสิ้นอำนาจไปได้รวดเร็วและพร้อมเพรียงกันเท่ากับที่เกิดขึ้นในกษัตริย์พระองค์นี้
บิชอปเอลีย์: เราช่างโชคดีเหลือเกินในการเปลี่ยนแปลงนี้
บิชอปแคนเทอร์เบอรี: ลองฟังพระองค์ทรงวิพากษ์เรื่องเทววิทยาเถิด แล้วท่านจะเลื่อมใสจนปรารถนาในใจว่า อยากให้กษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งสังฆนายก ลองฟังพระองค์ทรงโต้แย้งเรื่องกิจการบ้านเมืองเถิด ท่านจะกล่าวได้ว่าเรื่องเหล่านี้คือสิ่งที่พระองค์ทรงศึกษามาโดยตลอด ลองฟังพระองค์ตรัสเรื่องสงครามเถิด แล้วท่านจะได้ยินเสียงการรบอันน่าสะพรึงกลัวที่บรรเลงออกมาเป็นดนตรี หากทรงหันไปพิจารณาประเด็นทางการเมืองใดๆ พระองค์จะทรงคลี่คลายปมกอร์เดียนนั้นได้อย่างง่ายดาย ประดุจทรงปลดสายรัดถุงน่องของพระองค์เอง จนเมื่อพระองค์ตรัส อากาศที่เคยเสรีก็พลันนิ่งสงัด และความอัศจรรย์อันเงียบงันก็แฝงอยู่ในโสตของมวลชน เพื่อลอบเก็บเกี่ยวถ้อยคำอันหวานล้ำดั่งน้ำผึ้ง
ดังนั้น ภาคปฏิบัติและศิลปะแห่งชีวิต จะต้องยอมสยบให้แก่ภาคทฤษฎีนี้ ซึ่งก็น่าแปลกใจนักว่าพระองค์ทรงเก็บเกี่ยวความรู้เหล่านี้มาได้อย่างไร ในเมื่อความโปรดปรานของพระองค์คือวิถีอันไร้สาระ ทรงคบหาสมาคมกับผู้ไร้การศึกษา หยาบกระด้าง และตื้นเขิน ทรงใช้เวลาไปกับการรื่นเริง งานเลี้ยง และการละเล่น มิเคยปรากฏว่าทรงศึกษาเล่าเรียน ทรงปลีกวิเวก หรือทรงแยกตัวออกจากแหล่งสังสรรค์และความนิยมชมชอบของฝูงชนเลย
บิชอปเอลีย์: สตรอว์เบอร์รีเติบโตภายใต้ต้นเนตเทิล และผลไม้ที่มีประโยชน์ย่อมเจริญงอกงามและสุกปลั่งที่สุด เมื่ออยู่เคียงข้างผลไม้ที่มีคุณภาพต่ำกว่า เช่นเดียวกัน เจ้าชายทรงซ่อนการพินิจพิเคราะห์ของพระองค์ไว้ภายใต้ม่านแห่งความบ้าบิ่น ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเติบโตดั่งหญ้าในฤดูร้อน ที่โตเร็วที่สุดในยามค่ำคืน โดยไม่มีใครเห็น แต่กลับเพิ่มพูนในสติปัญญาของพระองค์
บิชอปแคนเทอร์เบอรี: ต้องเป็นเช่นนั้น เพราะปาฏิหาริย์ได้สิ้นสุดลงแล้ว ดังนั้นเราจึงต้องยอมรับในวิธีการที่ทำให้สิ่งต่างๆ สมบูรณ์ขึ้น
บิชอปเอลีย์: แต่ท่านลอร์ดผู้ใจดี เรื่องการบรรเทาโทษตามร่างกฎหมายที่สภาสามัญชนเสนอมานั้น บัดนี้ฝ่าพระบาททรงโน้มเอียงไปในทางใด หรือไม่?
บิชอปแคนเทอร์เบอรี: ดูเหมือนพระองค์จะทรงวางเฉย หรือหากจะกล่าวว่าทรงเอนเอียงมาทางฝ่ายเรามากกว่าที่จะทรงเห็นดีเห็นงามกับผู้ร้องเรียนที่ต่อต้านเรา เพราะข้าพเจ้าได้เสนอต่อฝ่าพระบาท ในวาระการประชุมทางจิตวิญญาณของเรา และโดยคำนึงถึงเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งข้าพเจ้าได้กราบทูลพระองค์อย่างละเอียดเกี่ยวกับเรื่องฝรั่งเศส ว่าจะทรงมอบเงินจำนวนที่มากกว่าที่คณะสงฆ์เคยสละให้แก่กษัตริย์พระองค์ก่อนๆ ในคราวเดียว
บิชอปเอลีย์: ข้อเสนอนี้ได้รับการตอบรับอย่างไร ท่านลอร์ด?
บิชอปแคนเทอร์เบอรี: ฝ่าพระบาททรงตอบรับเป็นอย่างดี เว้นแต่ว่าเวลาไม่เพียงพอที่จะทรงรับฟัง ซึ่งข้าพเจ้าสังเกตว่าพระองค์ทรงปรารถนาจะฟังรายละเอียดและข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิอันชอบธรรมในบางดัชชี และโดยทั่วไปคือสิทธิในมงกุฎและราชบัลลังก์แห่งฝรั่งเศส ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด พระอัยกาของพระองค์
บิชอปเอลีย์: อะไรคืออุปสรรคที่ทำให้ต้องหยุดชะงัก?
บิชอปแคนเทอร์เบอรี: ทูตฝรั่งเศสขอเข้าเฝ้าในทันที และข้าพเจ้าคิดว่าถึงเวลาที่ต้องรับฟังเขาแล้ว นี่สี่นาฬิกาแล้วใช่หรือไม่?
บิชอปเอลีย์: ใช่แล้ว
บิชอปแคนเทอร์เบอรี: เช่นนั้นเราเข้าไปฟังเรื่องการทูตของเขาเถิด ซึ่งข้าพเจ้าสามารถคาดเดาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ชาวฝรั่งเศสจะเอ่ยปากพูดเสียด้วยซ้ำ
บิชอปเอลีย์: ข้าพเจ้าจะรอท่าน และข้าพเจ้าปรารถนาจะฟังเรื่องนี้ยิ่งนัก
(ทุกคนออกไป)
(กษัตริย์, ฮัมฟรีย์, เบดฟอร์ด, แคลเรนซ์, วอริค, เวสต์เมอร์แลนด์ และเอ็กเซเตอร์ เข้ามา)
กษัตริย์: ท่านลอร์ดแห่งแคนเทอร์เบอรีผู้เมตตาของข้าอยู่ที่ใด?
เอ็กเซเตอร์: มิได้อยู่ในที่นี้พะย่ะค่ะ
กษัตริย์: ไปตามตัวท่านมาเถิด ท่านอาผู้ใจดี
เวสต์มินสเตอร์: ให้พวกเราเรียกตัวท่านทูตเข้ามาด้วยหรือไม่พะย่ะค่ะ ฝ่าบาท?
กษัตริย์: ยังไม่ใช่ตอนนี้ ลูกพี่ลูกน้องของเรา เราปรารถนาจะหาข้อสรุปในบางเรื่องที่มีความสำคัญยิ่ง ซึ่งรบกวนจิตใจเราอยู่ เกี่ยวกับตัวเราและฝรั่งเศส ก่อนที่จะได้ฟังคำจากเขา
(บิชอปสองท่านเสด็จเข้ามา)
บิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี: ขอพระเจ้าและเหล่าเทวทูตทรงคุ้มครองบัลลังก์อันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ และขอให้พระองค์ทรงครองบัลลังก์นี้ตราบนานเท่านาน
กษัตริย์: เราขอบใจท่าน
ท่านลอร์ดผู้ทรงภูมิ เราขอให้ท่านดำเนินการ และเปิดเผยอย่างเที่ยงธรรมและเคร่งครัดในศาสนาว่า เหตุใดกฎหมายซาลิกที่พวกเขาใช้ในฝรั่งเศส จึงควรหรือไม่อาจขัดขวางสิทธิในการอ้างสิทธิ์ของเราได้ และขอพระเจ้าทรงห้ามมิให้ท่าน ลอร์ดผู้เป็นที่รักและซื่อสัตย์ของข้า บิดเบือน ตีความ หรือดัดแปลงการอ่านของท่าน หรือฝืนดวงวิญญาณที่เปี่ยมด้วยปัญญาของท่าน เพื่อเปิดทางให้แก่สิทธิอันจอมปลอม ซึ่งความถูกต้องของมันมิได้สอดคล้องกับความจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะพระเจ้าทรงทราบดีว่า มีผู้ที่ยังมีสุขภาพแข็งแรงอยู่เพียงใดในขณะนี้ ที่จะต้องหลั่งเลือดลงสู่ดิน เพื่อรับรองในสิ่งที่ท่านจะกระตุ้นให้เรากระทำ
ดังนั้น จงระวังให้ดีว่าท่านจะผูกมัดตัวเราอย่างไร และท่านจะปลุกดาบแห่งสงครามที่หลับใหลของเราให้ตื่นขึ้นอย่างไร เราขอสั่งท่านในพระนามของพระเจ้าว่าจงระวัง เพราะไม่เคยมีสองอาณาจักรใดที่ขัดแย้งกัน โดยไม่มีการหลั่งเลือดจำนวนมาก ซึ่งหยดเลือดของผู้บริสุทธิ์ทุกหยดนั้น คือความโศกเศร้า คือคำคร่ำครวญอันเจ็บปวด ต่อผู้ที่สร้างความอยุติธรรมจนกลายเป็นคมดาบ ที่สร้างความสูญเสียในชีวิตอันสั้นเช่นนี้ ภายใต้คำปฏิญาณนี้ จงกล่าวมาเถิดท่านลอร์ด เพราะเราจะรับฟัง จดจำ และเชื่อมั่นจากหัวใจ ว่าสิ่งที่ท่านกล่าวมานั้น ได้ผ่านการชำระล้างด้วยมโนธรรมของท่าน ให้บริสุทธิ์ดุจดั่งบาปที่ถูกล้างด้วยพิธีล้างบาป
บี.แคน. เช่นนั้น ขอองค์เหนือหัวผู้ทรงพระกรุณา และท่านเหล่าขุนนางผู้ทรงเกียรติ ผู้ซึ่งมอบกายถวายชีวิตและรับใช้ต่อราชบัลลังก์จักรพรรดิแห่งนี้ โปรดสดับฟังข้าพเจ้าเถิด มิมีข้อขัดข้องใดที่จะนำมาคัดค้านสิทธิในฝรั่งเศสของฝ่าพระบาทได้ เว้นแต่สิ่งที่พวกเขายกขึ้นอ้างจากพารามอนด์ว่า In terram Salicam Mulieres ne succedant หรือ ห้ามมิให้สตรีสืบทอดในดินแดนซาลิก ซึ่งดินแดนซาลิกนี้เองที่ชาวฝรั่งเศสพยายามกล่าวอ้างอย่างไม่เป็นธรรมว่าเป็นอาณาจักรฝรั่งเศส และยกให้พารามอนด์เป็นผู้ก่อตั้งกฎหมายนี้และเป็นผู้กำหนดข้อห้ามสำหรับสตรี
ทว่าเหล่านักเขียนของพวกเขาเองกลับยืนยันอย่างซื่อตรงว่า ดินแดนซาลิกนั้นตั้งอยู่ในเยอรมนี ระหว่างแม่น้ำซาลาและแม่น้ำเอลู ซึ่งเป็นที่ที่พระเจ้าชาร์ลที่มหาราชทรงปราบปรามชาวแซกซอน แล้วทรงทิ้งชาวฝรั่งเศสจำนวนหนึ่งไว้ให้ตั้งรกราก ณ ที่นั้น ผู้ซึ่งรังเกียจสตรีชาวเยอรมันเนื่องด้วยจริยวัตรที่ไม่สุจริตบางประการ จึงได้สถาปนากฎหมายนี้ขึ้น นั่นคือ ห้ามมิให้สตรีเป็นผู้สืบทอดมรดกในดินแดนซาลิก ซึ่งดินแดนซาลิกที่ข้าพเจ้ากล่าวถึงระหว่างแม่น้ำเอลูและซาลานั้น ในปัจจุบันคือเมืองไมเซินในเยอรมนี
ดังนั้นจึงประจักษ์ชัดว่า กฎหมายซาลิกมิได้ถูกตราขึ้นเพื่ออาณาจักรฝรั่งเศส และชาวฝรั่งเศสก็มิได้ครอบครองดินแดนซาลิก จนกระทั่งสี่ร้อยยี่สิบเอ็ดปีหลังจากสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์พารามอนด์ ผู้ซึ่งถูกทึกทักเอาเองว่าเป็นผู้ก่อตั้งกฎหมายนี้ โดยพระองค์สิ้นพระชนม์ในปีที่สี่ร้อยยี่สิบหกแห่งปีแห่งการไถ่บาปของเรา และพระเจ้าชาร์ลที่มหาราชทรงปราบชาวแซกซอนและทรงให้ชาวฝรั่งเศสตั้งถิ่นฐานพ้นแม่น้ำซาลาในปีแปดร้อยห้า นอกจากนี้ นักเขียนของพวกเขายังกล่าวว่า กษัตริย์เปแป็งผู้ถอดถอนชิลเดอริก ได้อ้างสิทธิและฐานันดรในมงกุฎแห่งฝรั่งเศสในฐานะทายาทโดยรวม เนื่องจากสืบเชื้อสายมาจากบลิทิลด์ ผู้เป็นพระธิดาของกษัตริย์โคลแธร์
อีกทั้งฮิว แคเป็ท ผู้ช่วงชิงมงกุฎจากชาร์ล ดยุกแห่งลอแรน ซึ่งเป็นทายาทชายเพียงหนึ่งเดียวจากสายเลือดที่แท้จริงของพระเจ้าชาร์ลที่มหาราช เพื่อให้ฐานันดรของตนดูมีความจริงแท้ แม้ว่าในความเป็นจริงจะวิปริตและว่างเปล่า ได้นำเสนอว่าตนเป็นทายาทของเลดี้ลิงกาเร พระธิดาของชาร์เลอเมน ผู้เป็นพระโอรสของจักรพรรดิหลุยส์ และหลุยส์เป็นพระโอรสของพระเจ้าชาร์ลที่มหาราช อีกทั้งกษัตริย์หลุยส์ที่สิบ ผู้เป็นทายาทเพียงหนึ่งเดียวของแคเป็ทผู้ช่วงชิง ก็มิอาจสงบใจได้ขณะสวมมงกุฎแห่งฝรั่งเศส จนกว่าจะมั่นใจว่าพระนางอิซาเบลผู้เลอโฉมซึ่งเป็นพระอัยยิกา ทรงสืบเชื้อสายมาจากเลดี้เออร์เมนการ์ พระธิดาของดยุกแห่งลอแรนที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งด้วยการอภิเษกสมรสครั้งนั้น สายเลือดของพระเจ้าชาร์ลที่มหาราชจึงได้กลับมารวมกับมงกุฎแห่งฝรั่งเศสอีกครั้ง
ดังนั้น จึงชัดแจ้งดั่งแสงตะวันในฤดูร้อนว่า ทั้งสิทธิของกษัตริย์เปแป็ง ข้ออ้างของฮิว แคเป็ท และความพึงพอใจของกษัตริย์หลุยส์ ล้วนตั้งอยู่บนสิทธิและฐานันดรที่สืบทอดจากสตรี เช่นเดียวกับกษัตริย์แห่งฝรั่งเศสจนถึงทุกวันนี้ ถึงกระนั้น พวกเขากลับพยายามชูกฎหมายซาลิกขึ้น เพื่อขัดขวางมิให้ฝ่าพระบาททรงอ้างสิทธิจากสายสตรี และเลือกที่จะซ่อนตัวอยู่ในตาข่ายแห่งคำลวง แทนที่จะยอมรับว่าฐานันดรที่บิดเบี้ยวของพวกเขานั้นถูกช่วงชิงมาจากฝ่าพระบาทและบรรพบุรุษของพระองค์
กษัตริย์: เราจะอ้างสิทธิ์นี้โดยชอบธรรมและถูกต้องตามมโนธรรมได้หรือไม่?
บิชอปแคนเทอร์เบอรี: ขอให้บาปนี้ตกอยู่กับข้าพเจ้าเถิด องค์เหนือหัวผู้ทรงเกรงขาม เพราะในหนังสือกันเลขได้จารึกไว้ว่า เมื่อบุรุษสิ้นชีพลง ให้มรดกตกทอดสู่บุตรสาว พระองค์ผู้ทรงพระคุณ โปรดทรงยืนหยัดเพื่อสิทธิ์ของพระองค์เอง จงคลี่ธงสีเลือดของพระองค์ออก ทรงทอดพระเนตรย้อนกลับไปยังบรรพบุรุษผู้เกรียงไกร ขอพระองค์จงเสด็จไปยังสุสานของพระอัยกาผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งพระองค์ทรงอ้างสิทธิ์สืบทอด จงอัญเชิญดวงวิญญาณอันองอาจของพระองค์ และพระปิตุลาผู้ยิ่งใหญ่ เอ็ดเวิร์ด เจ้าชายดำ ผู้ทรงรังสรรค์โศกนาฏกรรมบนแผ่นดินฝรั่งเศส ทรงทำให้กองกำลังทั้งหมดของฝรั่งเศสต้องปราชัย ในขณะที่พระบิดาผู้ทรงอำนาจสูงสุดของพระองค์ประทับยิ้มอยู่บนเนินเขา ทอดพระเนตรลูกสิงโตของพระองค์ออกล่าเลือดของเหล่าขุนนางฝรั่งเศส โอ ชาวอังกฤษผู้สูงส่ง ผู้ซึ่งใช้เพียงครึ่งหนึ่งของกำลังพลก็สยบความทะนงตนทั้งหมดของฝรั่งเศสได้ และปล่อยให้อีกครึ่งหนึ่งยืนหัวเราะอยู่ข้างๆ โดยไม่ต้องออกแรงและไร้ซึ่งการสู้รบ
บิชอป: จงปลุกความทรงจำถึงเหล่าผู้ล่วงลับที่กล้าหาญ และด้วยพระหัตถ์อันทรงพลัง จงฟื้นฟูวีรกรรมของพวกเขาขึ้นมาใหม่ พระองค์คือทายาท และประทับอยู่บนบัลลังก์ของพวกเขา เลือดและความกล้าหาญที่สร้างชื่อเสียงให้แก่พวกเขาไหลเวียนอยู่ในพระวรกาย และองค์เหนือหัวผู้ทรงอำนาจยิ่งของข้าพเจ้า บัดนี้ทรงอยู่ในรุ่งอรุณแห่งวัยเยาว์ พร้อมแล้วสำหรับวีรกรรมและการสรรค์สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่
เอ็กเซตเตอร์: บรรดากษัตริย์พี่น้องและเหล่าราชาทั่วหล้า ต่างเฝ้ารอให้พระองค์ทรงตื่นพระทัย ดังเช่นราชสีห์แห่งสายเลือดของพระองค์ในกาลก่อน
เวสต์มินสเตอร์: พวกเขาทราบดีว่าพระองค์ทรงมีเหตุผล มีหนทาง และมีกำลัง เช่นเดียวกับพระองค์ ไม่เคยมีกษัตริย์อังกฤษองค์ใดมีขุนนางที่มั่งคั่งและพสกนิกรที่จงรักภักดีเท่านี้ ผู้ซึ่งทิ้งหัวใจของตนไว้ที่นี่ในอังกฤษ และไปปักกระโจมอยู่ในทุ่งหญ้าแห่งฝรั่งเศส
บิชอปแคนเทอร์เบอรี: โอ ขอให้ร่างกายของพวกเขาติดตามองค์เหนือหัวผู้เป็นที่รัก ด้วยเลือด ดาบ และไฟ เพื่อทวงคืนสิทธิ์ของพระองค์ ซึ่งในการนี้ พวกเราเหล่าสมณศักดิ์จะระดมเงินจำนวนมหาศาลถวายพระองค์ อย่างที่ไม่เคยมีคณะสงฆ์ครั้งใดระดมถวายบรรพบุรุษของพระองค์ได้มากเท่านี้
กษัตริย์: เรามิเพียงต้องเตรียมอาวุธเพื่อรุกรานฝรั่งเศส แต่ต้องจัดสรรกำลังเพื่อป้องกันชาวสกอตที่จะฉวยโอกาสบุกรุกเราด้วยความได้เปรียบทุกประการ
บิชอปแคนเทอร์เบอรี: เหล่าผู้รักษาชายแดนเหล่านั้น องค์เหนือหัวผู้ทรงพระคุณ จะเป็นกำแพงที่เพียงพอในการปกป้องแผ่นดินชั้นในจากพวกหัวขโมยตามแนวชายแดน
กษัตริย์: เรามิได้หมายถึงเพียงพวกฉกชิงวิ่งราว แต่เกรงถึงเจตนาหลักของชาวสกอต ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เสมอมา เพราะพระองค์จะทรงอ่านพบว่า พระอัยกาของข้าพเจ้าไม่เคยนำทัพบุกฝรั่งเศสครั้งใด โดยที่ชาวสกอตไม่ฉวยโอกาสในยามที่อาณาจักรว่างเว้นการป้องกัน หลั่งไหลเข้ามาดั่งกระแสน้ำที่ทะลักผ่านรอยแตก ด้วยกำลังพลเต็มอัตราศึก รุกรานแผ่นดินที่ถูกเก็บเกี่ยวด้วยการทดสอบอันร้อนแรง ล้อมปราสาทและเมืองต่างๆ ด้วยการปิดล้อมที่แสนสาหัส จนอังกฤษที่ไร้การป้องกันต้องสั่นสะท้านต่อเพื่อนบ้านที่เลวร้าย
บิชอปแคนเทอร์เบอรี: นางถูกข่มขวัญมากกว่าถูกทำร้ายพ่ะย่ะค่ะ องค์เหนือหัว โปรดทอดพระเนตรตัวอย่างจากตัวนางเอง เมื่อเหล่าอัศวินทั้งหมดไปอยู่ในฝรั่งเศส และนางกลายเป็นแม่ม่ายผู้โศกเศร้าจากการสูญเสียขุนนาง นางไม่เพียงแต่ป้องกันตนเองได้อย่างดี แต่ยังจับกุมกษัตริย์แห่งสกอตแลนด์ไว้ได้ดั่งสัตว์หลงทาง ซึ่งนางได้ส่งตัวไปยังฝรั่งเศส เพื่อเติมเต็มเกียรติยศของกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดด้วยกษัตริย์เชลย และทำให้พงศาวดารของพระองค์มั่งคั่งด้วยคำสรรเสริญ ประดุจดั่งก้นบึ้งของท้องทะเลที่เต็มไปด้วยซากเรืออับปางและขุมทรัพย์ที่ไม่อาจประเมินค่าได้
บิชอปแห่งอีลี: แต่มีคำกล่าวเก่าแก่และเป็นจริงที่ว่า หากพระองค์ปรารถนาจะชนะฝรั่งเศส จงเริ่มที่สกอตแลนด์ก่อน เพราะเมื่อนกอินทรี (อังกฤษ) ออกไปล่าเหยื่อ เจ้าวีเซิล (สกอต) จะแอบย่องเข้ามายังรังที่ไร้การเฝ้ายาม และดูดกินไข่ของนกผู้สูงศักดิ์ ทำตัวเป็นหนูในยามที่แมวไม่อยู่ เพื่อเข้ายึดครองและทำลายล้างให้มากกว่าที่มันจะกินได้
เอ็กเซต. เช่นนั้นแล้ว เจ้าแมวก็ต้องอยู่เฝ้าบ้าน
ทว่านั่นเป็นเพียงความจำเป็นที่ถูกบีบคั้น
ในเมื่อเรามีกลอนเพื่อปกป้องสิ่งสำคัญ
และมีกับดักน่ารักเพื่อจับหัวขโมยตัวจ้อย
ขณะที่หัตถ์ติดอาวุธออกรบในแดนไกล
ศีรษะที่รอบคอบย่อมปกป้องตนเองในบ้าน
เพราะการปกครอง ไม่ว่าระดับสูง กลาง หรือต่ำ
แม้จะแบ่งแยกส่วน แต่ก็รักษาไว้ซึ่งความเห็นพ้อง
สอดประสานกันอย่างสมบูรณ์และเป็นธรรมชาติ
ดุจดั่งดนตรี
แคนต์. ด้วยเหตุนี้ สวรรค์จึงแบ่ง
สถานะของมนุษย์ออกเป็นหน้าที่อันหลากหลาย
ขับเคลื่อนความพยายามให้ดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้ง
โดยมีเป้าหมายหรือจุดมุ่งหมายที่ตายตัวคือ
ความจงรักภักดี ดังเช่นการทำงานของผึ้งน้ำหวาน
สิ่งมีชีวิตที่สอนหลักแห่งระเบียบในธรรมชาติ
ให้แก่ราชอาณาจักรที่มีประชากรหนาแน่น
พวกเขามีกษัตริย์ และมีข้าราชการหลายประเภท
บางตัวทำหน้าที่ดุจผู้พิพากษาคอยตักเตือนในบ้าน
บางตัวดุจพ่อค้าที่เสี่ยงภัยค้าขายในต่างแดน
บางตัวดุจทหารที่ติดอาวุธเป็นเหล็กใน
ออกเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากยอดดอกไม้กำมะหยี่ในฤดูร้อน
ซึ่งสิ่งที่ปล้นชิงมานั้น พวกเขาจะนำกลับบ้านด้วยการเดินทัพอันรื่นเริง
สู่กระโจมหลวงแห่งจักรพรรดิของตน
ผู้ทรงยุ่งอยู่กับการทอดพระเนตรในความสง่างาม
เหล่าช่างก่อสร้างผู้ขับขานที่กำลังสร้างหลังคาทองคำ
เหล่าพลเมืองผู้สุภาพที่กำลังนวดน้ำผึ้ง
เหล่ากรรมกรแบกหามผู้ยากไร้ ที่เบียดเสียดกันเข้ามา
พร้อมภาระอันหนักอึ้งที่ประตูแคบๆ ของพระองค์
ผู้พิพากษาตาเศร้าพร้อมเสียงหึ่งๆ อันบึ้งตึง
ส่งมอบแร่ธาตุให้แก่ผู้ดำเนินการที่ซีดเซียว
คือเจ้าโดรนผู้ขี้เกียจที่หาวหวอด ข้าพเจ้าจึงอนุมานได้ว่า
สิ่งต่างๆ มากมายที่อ้างอิงถึง
ความเห็นพ้องเพียงหนึ่งเดียว อาจทำงานในทางที่ต่างกัน
ดุจดั่งลูกศรหลายดอกที่ถูกยิงออกไปคนละทิศทาง
แต่กลับพุ่งเข้าสู่เป้าหมายเดียวกัน ดังเช่นถนนหลายสายที่บรรจบในเมืองเดียว
ดุจดั่งลำธารใสหลายสายที่ไหลมารวมในทะเลเค็มเพียงแห่งเดียว
ดุจดั่งเส้นหลายเส้นที่บรรจบกันที่จุดศูนย์กลางของนาฬิกาแดด
ดังนั้น การกระทำนับพันที่เริ่มต้นขึ้นพร้อมกัน
และมุ่งสู่จุดประสงค์เดียว ย่อมดำเนินไปได้ด้วยดี
โดยปราศจากความพ่ายแพ้ เหตุนั้น ข้าแต่พระองค์ โปรดแบ่ง
อังกฤษอันเป็นสุขของพระองค์ออกเป็นสี่ส่วนเพื่อมุ่งสู่ฝรั่งเศส
โดยทรงนำหนึ่งในสี่ส่วนนั้นเข้าสู่ฝรั่งเศส
และพระองค์จะทำให้ทั่วทั้งกอลเลียต้องสั่นสะเทือน
หากเราซึ่งทิ้งกำลังไว้ที่บ้านมากกว่านี้ถึงสามเท่า
ยังไม่สามารถปกป้องประตูบ้านตนเองจากสุนัขได้
ก็ขอให้เราถูกรุมทึ้ง และให้ชาติของเราสูญเสีย
ชื่อเสียงแห่งความกล้าหาญและชั้นเชิงทางการเมืองไปเสียเถิด
กษัตริย์. เรียกตัวผู้ส่งสารที่ถูกส่งมาจากดอลฟินเข้ามา
บัดนี้เราตัดสินใจแน่วแน่แล้ว และด้วยความช่วยเหลือจากพระเจ้า
และจากพวกเจ้า ผู้เป็นเส้นเอ็นอันทรงพลังแห่งอำนาจของเรา
เมื่อฝรั่งเศสเป็นของเรา เราจะสยบมันไว้ใต้ความยำเกรง
หรือมิเช่นนั้นก็จะบดขยี้ให้แหลกเป็นชิ้นๆ หรือไม่เราก็จะประทับอยู่ที่นั่น
(ปกครองเหนือจักรวรรดิอันกว้างขวางและโอ่อ่า
ทั้งฝรั่งเศส และบรรดาดัชชีที่เกือบจะเป็นกษัตริย์ทั้งปวง)
หรือมิเช่นนั้นก็ให้นำกระดูกเหล่านี้ไปใส่ในโกศที่ไร้ค่า
ไร้สุสาน และไม่มีความทรงจำใดๆ หลงเหลืออยู่เหนือร่าง
ไม่ว่าประวัติศาสตร์ของเราจะป่าวประกาศอย่างเต็มปาก
ถึงวีรกรรมของเรา หรือมิเช่นนั้น หลุมศพของเรา
จะดุจดั่งคนใบ้ชาวตุรกี ที่มีปากแต่ไร้ลิ้น
และไม่ได้รับการสักการะด้วยคำจารึกหินอ่อน
(ทูตจากฝรั่งเศสเข้ามา)
บัดนี้เราพร้อมแล้วที่จะรับทราบความประสงค์
ของดอลฟิน ลูกพี่ลูกน้องผู้เลอโฉมของเรา เพราะเราได้ยินว่า
คำทักทายของเจ้านั้นมาจากเขา มิใช่จากกษัตริย์
ทูต. ขอพระองค์โปรดประทานอนุญาต
ให้พวกข้าพระพุทธเจ้าได้ถ่ายทอดสิ่งที่ได้รับมอบหมายมาอย่างตรงไปตรงมา
หรือจะให้พวกข้าพระพุทธเจ้าค่อยๆ เผยให้เห็นเพียงผิวเผิน
ถึงความหมายของดอลฟิน และภารกิจทูตของพวกเรา
กษัตริย์. เรามิใช่ทรราช แต่เป็นกษัตริย์คริสเตียน
ผู้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกนั้นยอมสยบต่อความเมตตา
ดุจดังเหล่าผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกล่ามโซ่ในคุกของเรา
ดังนั้น จงบอกความในใจของดอลฟินแก่เรา
ด้วยความตรงไปตรงมาและปราศจากการปิดบัง
ทูต: ข้าพเจ้าขอสรุปความดังนี้:
เมื่อครั้งที่ฝ่าพระบาททรงส่งสารไปยังฝรั่งเศสเมื่อไม่นานมานี้
เพื่อทวงคืนอาณาจักรดัชชีบางแห่งตามสิทธิ
ของพระอัยกาผู้ยิ่งใหญ่ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่สาม
เพื่อตอบโต้คำทวงสิทธินั้น เจ้าชายผู้เป็นนายของข้าพเจ้า
ตรัสว่าพระองค์ทรงมีกลิ่นอายของความเยาว์วัยมากเกินไป
และขอให้พระองค์ทรงตระหนักว่า: ในฝรั่งเศสนั้นไม่มีสิ่งใด
ที่จะชนะได้ด้วยการเต้นระบำกัลลิอาร์ดอันแคล่วคล่อง:
พระองค์มิอาจร่ายรำเพื่อช่วงชิงดัชชีที่นั่นได้
ดังนั้น พระองค์จึงส่งสิ่งของที่เหมาะสมกับจิตวิญญาณของพระองค์มาให้
นั่นคือถังสมบัติใบนี้; และเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน
ทรงปรารถนาให้พระองค์เลิกกล่าวถึงดัชชีที่ทรงทวงสิทธินั้น
อีกต่อไป นี่คือถ้อยคำจากเจ้าชายโดลฟิน
กษัตริย์: สมบัติอะไรกัน ท่านอา?
เอกเซเตอร์: ลูกเทนนิสพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าพระบาท
กษัตริย์: เรายินดีที่เจ้าชายโดลฟินทรงหยอกล้อกับเราเช่นนี้
เราขอขอบคุณสำหรับของขวัญ และขอบคุณในความลำบากของท่าน
เมื่อเราได้จับคู่ไม้แร็กเกตกับลูกบอลเหล่านี้แล้ว
เราจะไปที่ฝรั่งเศส (ด้วยพระคุณของพระเจ้า) เพื่อเล่นให้จบเซต
และจะหวดมงกุฎของพระบิดาเขาให้กระเด็นออกนอกสนาม
จงบอกเขาว่า เขาได้จับคู่กับนักสู้ผู้ดื้อรั้น
จนราชสำนักทั่วฝรั่งเศสจะต้องปั่นป่วน
ด้วยการไล่ล่า และเราเข้าใจเขาดี
ที่เขานำวันคืนอันบ้าคลั่งของเรามาล้อเลียน
โดยมิได้คำนวณว่าเราได้ใช้ชีวิตเหล่านั้นอย่างไร
เราไม่เคยเห็นค่าของที่นั่งอันต่ำต้อยในอังกฤษแห่งนี้
ดังนั้นเมื่อพำนักอยู่ที่นี่ เราจึงปล่อยตัว
ไปกับกามราคะอันป่าเถื่อน: ดังที่มักเป็นปกติ
ที่คนเราจะรื่นเริงที่สุดเมื่ออยู่ไกลบ้าน
แต่จงบอกเจ้าชายโดลฟินว่า ข้าจะรักษาฐานะของข้า
จะประพฤติตนสมเป็นกษัตริย์ และสำแดงใบเรือแห่งความยิ่งใหญ่
เมื่อข้าลุกขึ้นจากบัลลังก์แห่งฝรั่งเศส
เพราะที่ผ่านมาข้าได้วางความสง่างามลง
และตรากตรำดั่งสามัญชนในวันทำงาน:
แต่ข้าจะผงาดขึ้นที่นั่นด้วยเกียรติยศอันเต็มเปี่ยม
จนจะทำให้ดวงตาทุกคู่ในฝรั่งเศสต้องพร่ามัว
ใช่แล้ว จะทำให้เจ้าชายโดลฟินตาบอดเมื่อจ้องมองเรา
และจงบอกเจ้าชายผู้รื่นเริงว่า การเยาะเย้ยของเขานี้
ได้เปลี่ยนลูกบอลของเขาให้กลายเป็นลูกกระสุนปืน และวิญญาณของเขา
จะต้องรับภาระหนักหน่วง สำหรับการล้างแค้นอันบ้าคลั่ง
ที่จะพุ่งออกไปพร้อมกับกระสุนเหล่านั้น: เพราะหญิงหม้ายนับพัน
จะถูกการเยาะเย้ยนี้พรากสามีอันเป็นที่รักไป;
พรากแม่จากลูก พังทลายปราสาทลง:
และบางคนยังไม่ถูกปฏิสนธิและยังไม่ลืมตาดูโลก
แต่จะต้องมีเหตุให้สาปแช่งความดูแคลนของเจ้าชายโดลฟิน
ทว่าทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับพระประสงค์ของพระเจ้า
ซึ่งข้าขอวิงวอน และในพระนามของพระองค์
จงบอกเจ้าชายโดลฟินว่า ข้ากำลังมุ่งหน้าไป
เพื่อล้างแค้นตามแต่จะทำได้ และเพื่อยื่น
หัตถ์แห่งสิทธิอันชอบธรรมในปณิธานอันศักดิ์สิทธิ์
จงไปจากที่นี่ด้วยความสงบ: และบอกเจ้าชายโดลฟินว่า
มุกตลกของเขาจะมีรสชาติเพียงความเขลาที่ตื้นเขิน
เมื่อคนนับพันร่ำไห้มากกว่าคนที่หัวเราะกับมัน
จงนำทางพวกเขาออกไปอย่างปลอดภัย ลาก่อน
(ทูตออกไป)
เอกเซเตอร์: นี่ช่างเป็นสารที่รื่นเริงยิ่งนัก
กษัตริย์: เราหวังจะทำให้ผู้ส่งสารต้องหน้าแดงกับเรื่องนี้:
ดังนั้น ท่านลอร์ดทั้งหลาย อย่าปล่อยให้เวลาอันเป็นมงคลหลุดลอย
ที่จะช่วยเร่งการเดินทัพของเราให้รวดเร็วขึ้น:
เพราะยามนี้ในใจเราไม่มีสิ่งใดนอกจากฝรั่งเศส
เว้นแต่คำอธิษฐานต่อพระเจ้าที่นำทางภารกิจของเรา
ดังนั้น จงรวบรวมทรัพยากรสำหรับสงครามครั้งนี้
โดยเร็ว และพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่จะช่วยเพิ่มขนนกให้ปีกของเราได้อย่างรวดเร็วและสมเหตุสมผล:
เพราะโดยมีพระเจ้านำทาง
เราจะไปตำหนิเจ้าชายโดลฟินถึงหน้าประตูบ้านบิดาของเขา
ดังนั้น ให้ทุกคนใช้ความคิดอย่างเต็มที่
เพื่อให้การปฏิบัติการอันสง่างามนี้เริ่มต้นขึ้นได้เสียที
(ออกไป)
(เสียงแตรสัญญาณ คอรัสเข้า)
บัดนี้ เหล่าเยาวชนทั่วอังกฤษต่างลุกโชนด้วยไฟแห่งความทะเยอทะยาน
และการรื่นรมย์ในอาภรณ์แพรพรรณถูกทิ้งไว้ในห้องแต่งตัว
เหล่าช่างเกราะต่างรุ่งเรือง และความคิดเรื่องเกียรติยศ
แผ่ซ่านครองใจบุรุษทุกผู้ทุกคน
พวกเขาขายทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์เพื่อนำเงินมาซื้ออาชา
ดำเนินตามรอยแบบอย่างของกษัตริย์คริสเตียนทั้งปวง
ด้วยฝีเท้าอันรวดเร็วประดุจเทพเมอร์คิวรีแห่งอังกฤษ
เพราะบัดนี้ ความคาดหวังล่องลอยอยู่ในอากาศ
ซ่อนดาบไว้ตั้งแต่ด้ามจนถึงปลายยอด
พร้อมด้วยมงกุฎจักรพรรดิ มงกุฎ และรัดเกล้า
ที่สัญญาไว้ให้แก่แฮร์รี่และเหล่าผู้ติดตาม
ฝ่ายฝรั่งเศสเมื่อได้รับแจ้งข่าวกรองอันดี
ถึงการเตรียมการอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งนี้
ก็สั่นสะท้านด้วยความกลัว และใช้เล่ห์กลอันซีดเซียว
พยายามเบี่ยงเบนเจตจำนงของชาวอังกฤษ
โอ้ อังกฤษเอ๋ย จงเป็นแบบอย่างแก่ความยิ่งใหญ่ภายในของเจ้า
ดั่งร่างกายอันเล็กจ้อยที่มีหัวใจอันทรงพลัง
เจ้าจะทำสิ่งใดได้บ้างที่เกียรติยศจะประทานให้
หากลูกหลานของเจ้าทุกคนล้วนซื่อสัตย์และกตัญญู
แต่ดูเถิด ฝรั่งเศสได้ค้นพบจุดอ่อนของเจ้าแล้ว
รังแห่งหัวใจที่กลวงเปล่า ซึ่งเขาเติมเต็ม
ด้วยมงกุฎแห่งการทรยศ และชายผู้ฉ้อฉลสามคน
หนึ่งคือ ริชาร์ด เอิร์ลแห่งเคมบริดจ์ คนที่สองคือ
เฮนรี ลอร์ดสครูป แห่งแมแชม และคนที่สามคือ
เซอร์ โธมัส เกรย์ อัศวินแห่งนอร์ทัมเบอร์แลนด์
ผู้ยอมรับทองคำของฝรั่งเศส (โอ้ ช่างเป็นความผิดบาปยิ่งนัก)
ยืนยันการสมคบคิดกับฝรั่งเศสที่น่าสะพรึงกลัว
และด้วยน้ำมือของคนเหล่านี้ พระคุณของกษัตริย์จักต้องดับสูญ
หากนรกและการทรยศรักษาสัญญาของตนไว้ได้
ก่อนที่พระองค์จะทรงลงเรือมุ่งหน้าสู่ฝรั่งเศส ณ เซาท์แฮมป์ตัน
ขอให้ท่านทั้งหลายจงอดทนรอคอย และเราจะยอมรับ
ความห่างไกลที่แสนทรมาน จงเร่งการแสดงเถิด
ค่าตอบแทนถูกจ่ายแล้ว เหล่าคนทรยศตกลงกันแล้ว
กษัตริย์ทรงเสด็จออกจากลอนดอน และฉาก
บัดนี้ได้ย้ายไปสู่เซาท์แฮมป์ตัน (ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย)
ณ ที่นั้นคือโรงละคร บัดนี้ท่านต้องนั่งอยู่ที่นั่น
และจากที่นั่น เราจะนำท่านสู่ฝรั่งเศสอย่างปลอดภัย
และพาท่านกลับมา โดยจะร่ายมนตร์ให้ท้องทะเลอันแคบ
เปิดทางให้ท่านผ่านไปได้อย่างราบรื่น เพราะหากเราทำได้
เราจะไม่ทำให้ใครต้องขุ่นเคืองด้วยการแสดงของเรา
แต่จนกว่ากษัตริย์จะเสด็จออกมา และไม่ใช่ก่อนหน้านั้น
เราจะเปลี่ยนฉากไปยังเซาท์แฮมป์ตัน
(ออก)
(คอร์ปอรัล นิม และ ร้อยโท บาร์ดอล์ฟ เข้ามา)
บาร์ดอล์ฟ: ยินดีที่ได้พบ คอร์ปอรัล นิม
นิม: สวัสดีตอนเช้า ร้อยโท บาร์ดอล์ฟ
บาร์ดอล์ฟ: ว่าอย่างไร เจ้ากับแอนเซียน พิสทอล ยังเป็นเพื่อนกันอยู่หรือไม่?
นิม: สำหรับข้า ข้าไม่สนใจ ข้าพูดน้อย แต่เมื่อ
ถึงเวลาที่เหมาะสม ก็คงจะมีรอยยิ้มให้กัน แต่เรื่องนั้นก็แล้วแต่ว่าจะเป็นอย่างไร ข้าไม่กล้าสู้รบ แต่ข้าจะหลับตาและถือดาบของข้าไว้ มันเป็นดาบธรรมดาๆ แต่แล้วอย่างไรเล่า? มันใช้ปิ้งชีสได้ และทนความหนาวได้เหมือนดาบของคนอื่นนั่นแหละ และเรื่องก็จบเพียงเท่านี้
บาร์ดอล์ฟ: ข้าจะเลี้ยงอาหารเช้าเพื่อให้พวกเจ้ากลับมาเป็นเพื่อนกัน และเราทั้งสามจะเป็นพี่น้องร่วมสาบานมุ่งหน้าสู่ฝรั่งเศส เอาอย่างนั้นเถิด คอร์ปอรัล นิม
นิม: ให้ตายเถอะ ข้าจะขอมีชีวิตอยู่ตราบเท่าที่ทำได้ นั่นคือเรื่องที่แน่นอน และเมื่อข้าไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไป ข้าก็จะทำตามที่ทำได้ นั่นคือที่พึ่งของข้า นั่นคือจุดนัดพบของเรื่องนี้
บาร์ดอล์ฟ: เป็นที่แน่นอน คอร์ปอรัล ว่าเขาแต่งงานกับเนลล์ ควิคลี และแน่นอนว่านางทำผิดต่อเจ้า เพราะเจ้าเคยหมั้นหมายกับนาง
นิม: ข้าบอกไม่ได้ สิ่งต่างๆ ต้องเป็นไปตามที่มันเป็น คนเราอาจหลับใหล และอาจมีบางอย่างมาจ่อที่คอในเวลานั้น และบางคนก็ว่า มีดนั้นมีคม มันต้องเป็นไปตามที่มันเป็น แม้ความอดทนจะเป็นชื่อที่น่าเหนื่อยหน่าย แต่นางก็จะก้าวเดินต่อไป มันต้องมีบทสรุป เอาเถอะ ข้าบอกไม่ได้
(พิสทอล และ ควิคลี เข้ามา)
บาร์ดอล์ฟ: แอนเซียน พิสทอล และภรรยามาแล้ว คอร์ปอรัล จงอดทนไว้ที่นี่ ว่าอย่างไร เจ้าบ้านพิสทอล?
พิสทอล: เจ้าสุนัขชั้นต่ำ กล้าเรียกข้าว่าเจ้าบ้านรึ ด้วยมือข้างนี้ข้าขอสาบานว่าข้าเหยียดหยามคำนี้ยิ่งนัก และเนลล์ของข้าจะไม่มีวันรับแขกที่พักเด็ดขาด
เจ้าบ้าน: ไม่เลย ข้าขอสาบานว่าไม่นานหรอก เพราะหากเราให้สุภาพสตรีสักโหลหรือสิบสี่คนที่หาเลี้ยงชีพด้วยการเย็บปักถักร้อยมาพักค้างคืนและกินอยู่ที่นี่ ผู้คนคงจะคิดว่าเราเปิดซ่องนางโลมเป็นแน่ พับผ่าสิคุณผู้หญิง หากเขายังไม่ยอมสงบศึกตอนนี้ เราคงได้เห็นการคบชู้และการฆาตกรรมเกิดขึ้นอย่างจงใจเป็นแน่
บาร์ดอลฟ์: ท่านร้อยโท ท่านสิบเอก อย่าได้เสนออะไรที่นี่เลย
นิม: ชิ
พิสทอล: ชิใส่เจ้าเถอะ เจ้าหมาเกาะ เจ้าสุนัขรับใช้แห่งเกาะ
เจ้าบ้าน: สิบเอกนิม จงแสดงความกล้าหาญของเจ้า และเก็บดาบของพวกเจ้าเสีย
นิม: จะถอยไปไหม? ข้าอยากคุยกับเจ้าเพียงลำพัง
พิสทอล: ลำพังงั้นรึ เจ้าหมาโง่? เจ้าอสรพิษโสมม! ขอให้ความโดดเดี่ยวจงสถิตอยู่ในใบหน้าอันน่าอัศจรรย์ของเจ้า ในฟันของเจ้า ในลำคอ ในปอดอันน่ารังเกียจ ใช่แล้ว ในกระเพาะของเจ้าด้วย ให้ตายเถอะ และที่แย่กว่านั้น คือในปากอันโสโครกของเจ้า ข้าขอส่งคืนความโดดเดี่ยวนี้กลับไปยังไส้พุงของเจ้า เพราะข้าพร้อมจะรับมือ และไกปืนของพิสทอลก็ขึ้นนกแล้ว เปลวไฟจะพุ่งตามมาเป็นแน่
นิม: ข้าไม่ใช่บาร์บาซอน เจ้าจะมาเสกข้าไม่ได้ ข้ามีความปรารถนาจะซัดเจ้าให้หงายหลังอย่างสาสม หากเจ้ายังทำตัวระคายเคืองกับข้า พิสทอล ข้าจะใช้ดาบราเปียร์กรีดเจ้าให้เหวอะหวะตามสมควร ในแบบที่สุภาพ หากเจ้าเดินออกไป ข้าจะแทงไส้เจ้าสักนิดตามสมควร และนั่นคือความปรารถนาของข้า
พิสทอล: โอ เจ้าคนโอ้อวดผู้โสมม เจ้าคนบ้าคลั่งผู้ถูกสาป หลุมศพกำลังอ้าปากรอ และความตายที่ลุ่มหลงอยู่ใกล้แค่เอื้อม ดังนั้น จงระบายลมหายใจสุดท้ายออกมาเสียเถิด
บาร์ดอลฟ์: ฟังข้า ฟังสิ่งที่ข้าจะพูด ใครก็ตามที่เริ่มลงมือเป็นคนแรก ข้าจะแทงมันให้มิดด้าม ในฐานะที่ข้าเป็นทหาร
พิสทอล: คำสาบานอันทรงพลัง และความโกรธเกรี้ยวจะมอดดับ จงยื่นหมัดของเจ้ามา ยื่นเท้าหน้าของเจ้ามาให้ข้า จิตวิญญาณของเจ้านั้นช่างกล้าแกร่งยิ่งนัก
นิม: ข้าจะปาดคอเจ้าสักครั้งในเวลาที่เหมาะสม นั่นคือความปรารถนาของข้า
พิสทอล: ปาดคอเสียเลย นั่นแหละคือคำตอบ ข้าขอท้าเจ้าอีกครั้ง โอ เจ้าหมาแห่งครีต คิดหรือว่าเจ้าจะได้เมียข้า? ไม่หรอก จงไปที่โรงพยาบาล และจากถังชำระล้างแห่งความอัปยศ จงไปพาตัวนกเหยี่ยวโรคเรื้อนเชื้อสายเครสสิดาที่ชื่อดอลล์ ทีียร์-ชีท และสามีของนางมา ข้าจะยึดเอาแม่นางควอนดัมไว้เป็นหนึ่งเดียว และพาวก้าก็เพียงพอแล้วที่จะไปหา
(เด็กชายเข้ามา)
เด็กชาย: นายท่านพิสทอล ท่านต้องมาพบเจ้านายของข้าและนายหญิงของท่าน ท่านป่วยหนักและอยากจะเข้านอน บาร์ดอลฟ์ผู้ใจดี ช่วยเอาหน้าของท่านไปแทรกระหว่างผ้าปูที่นอนของท่าน และทำหน้าที่เป็นกระถางอุ่นเตียงทีเถิด ให้ตายสิ ท่านป่วยหนักจริงๆ
บาร์ดอลฟ์: ไปให้พ้น เจ้าคนพาล
เจ้าบ้าน: ข้าขอสาบานเลยว่า อีกไม่กี่วันนี้เขาคงต้องยอมให้กามาจิกกินเป็นแน่ กษัตริย์ทรงทำให้ใจเขาแตกสลาย สามีที่รัก จงกลับบ้านเดี๋ยวนี้
(เจ้าบ้านออกไป)
บาร์ดอลฟ์: มาเถอะ ให้ข้าทำให้พวกเจ้าสองคนเป็นมิตรกันดีไหม เราต้องเดินทางไปฝรั่งเศสด้วยกัน เหตุใดเราต้องพกมีดเพื่อเอาไว้ปาดคอกันเองด้วยเล่า?
พิสทอล: ให้กระแสน้ำท่วมท้น และให้ปีศาจหอนโหยเพื่อหาอาหารต่อไปเถิด
นิม: เจ้าจะจ่ายเงินแปดชิลลิงที่ข้าชนะเจ้าจากการพนันหรือยัง?
พิสทอล: ทาสผู้ต่ำต้อยเท่านั้นที่ยอมจ่าย
นิม: คราวนี้ข้าจะเอาให้ได้ นั่นคือความปรารถนาของข้า
พิสทอล: ให้ลูกผู้ชายตกลงกันเถิด ลุยเลย
(ชักดาบ)
บาร์ดอลฟ์: ข้าขอสาบานด้วยดาบเล่มนี้ ใครที่เริ่มแทงก่อน ข้าจะฆ่ามัน ข้าสาบานด้วยดาบเล่มนี้
พิสทอล: ดาบคือคำสาบาน และคำสาบานต้องดำเนินไปตามครรลอง
บาร์ดอลฟ์: สิบเอกนิม และเจ้า หากเจ้าอยากเป็นมิตรก็จงเป็นมิตรกัน แต่หากไม่ เจ้าก็จงเป็นศัตรูกับข้าด้วยเลยเถิด ขอร้องล่ะ เก็บดาบเสีย
พิสทอล: เจ้าจะได้เงินหนึ่งโนเบิล และได้รับเงินสดทันที อีกทั้งเหล้าข้าก็จะให้เจ้าด้วย และมิตรภาพจะหลอมรวมเราเข้าด้วยกัน พร้อมด้วยความเป็นพี่น้อง ข้าจะอยู่ได้ด้วยนิม และนิมจะอยู่ได้ด้วยข้า เช่นนี้ไม่ยุติธรรมหรอกหรือ? เพราะข้าจะเป็นผู้จัดหาสิ่งของให้แก่กองทัพ และกำไรจะตามมา จงยื่นมือของเจ้ามา
นิม: ข้าจะได้เงินหนึ่งโนเบิลจริงหรือ?
พิสทอล: จ่ายเป็นเงินสด อย่างยุติธรรมที่สุด
นิม: เอาล่ะ เช่นนั้นนั่นแหละคือความปรารถนาของข้า
(นายหญิงเข้ามา)
เจ้าบ้าน: หากท่านเกิดจากครรภ์มารดา ขอให้รีบเข้าไปหาเซอร์จอห์นโดยเร็วเถิด น่าสงสารยิ่งนัก เขาถูกไข้จับสั่นชนิดวันเว้นวันเล่นงานจนร่างกายทรุดโทรมจนน่าเวทนาที่จะมอง เหล่าสุภาพบุรุษทั้งหลาย โปรดไปหาเขาเถิด
นิม: องค์กษัตริย์ทรงระบายโทสะใส่ท่านอัศวิน นั่นแหละคือต้นเรื่อง
พิสทอล: นิม เจ้าพูดถูกแล้ว หัวใจของเขาแตกสลายและบอบช้ำยิ่งนัก
นิม: องค์กษัตริย์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ดี แต่เรื่องบางอย่างมันก็ต้องเป็นไปตามนั้น พระองค์ทรงระบายอารมณ์และกริ้วโกรธไปบ้าง
พิสทอล: มาปลอบใจท่านอัศวินกันเถิด เพราะ (เจ้าพวกหัวล้าน) เราจะยังมีชีวิตรอดต่อไป
(เอ็กเซเตอร์, เบดฟอร์ด และเวสต์เมอร์แลนด์ เข้ามา)
เบดฟอร์ด: ให้ตายเถอะ พระองค์ทรงกล้าเชื่อใจคนทรยศเหล่านี้เสียจริง
เอ็กเซเตอร์: พวกมันจะถูกจับกุมในไม่ช้านี้
เวสต์เมอร์แลนด์: ดูสิ พวกมันวางตัวราบเรียบและสงบนิ่ง ราวกับว่าความจงรักภักดีสถิตอยู่ในอก ประดับด้วยศรัทธาและความซื่อสัตย์ที่มั่นคง
เบดฟอร์ด: องค์กษัตริย์ทรงทราบถึงแผนการทั้งหมดของพวกมัน ผ่านการดักจับข้อมูล ซึ่งพวกมันมิอาจคาดคิดได้เลย
เอ็กเซเตอร์: มิหนำซ้ำ ชายผู้ที่เคยเป็นสหายร่วมบรรทม ผู้ซึ่งพระองค์ทรงประทานความเมตตาและความโปรดปรานจนล้นปรี่ กลับยอมขายชีวิตขององค์เหนือหัวให้แก่ความตายและการทรยศเพียงเพื่อเงินตราจากต่างแดน
(เสียงแตรดังขึ้น)
(กษัตริย์, สครูป, เคมบริดจ์ และเกรย์ เข้ามา)
กษัตริย์: บัดนี้ลมพัดส่งดีแล้ว เราจะออกเรือกัน ท่านลอร์ดแห่งเคมบริดจ์ และท่านลอร์ดแห่งแมชัมผู้ใจดี รวมถึงท่านอัศวินผู้สุภาพ จงบอกความคิดของพวกท่านแก่เรา พวกท่านไม่คิดหรือว่าอำนาจที่เรานำติดตัวไปด้วย จะฝ่าฟันผ่านกองกำลังของฝรั่งเศสไปได้ เพื่อดำเนินการตามแผนการและภารกิจที่เราได้รวบรวมไพร่พลมาเพื่อการนี้
สครูป: มิมีข้อสงสัยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท หากทุกคนทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ
กษัตริย์: เรามิสงสัยในเรื่องนั้น เพราะเราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า เรามิได้นำใจดวงใดติดตัวมาด้วยที่มิได้เห็นพ้องกับเรา และมิได้ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ผู้ซึ่งมิปรารถนาให้ความสำเร็จและชัยชนะจงสถิตอยู่กับเรา
เคมบริดจ์: ไม่เคยมีกษัตริย์พระองค์ใดที่ทรงเป็นที่ยำเกรงและเป็นที่รักยิ่งไปกว่าพระองค์พ่ะย่ะค่ะ ข้าพระองค์เชื่อว่าไม่มีราษฎรคนใดที่ต้องทนทุกข์หรือกระวนกระวายใจ ภายใต้ร่มพระบารมีอันแสนหวานของพระองค์
อัศวิน: จริงพ่ะย่ะค่ะ เหล่าผู้ที่เคยเป็นศัตรูของพระบิดาพระองค์ ได้เปลี่ยนความแค้นเป็นความหวาน และรับใช้พระองค์ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยหน้าที่และความกระตือรือร้น
กษัตริย์: ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีเหตุให้ต้องขอบพระคุณยิ่ง และเราจะลืมหน้าที่ของมือเรา ก่อนที่จะลืมการตอบแทนคุณงามความดีและคุณสมบัติ ตามน้ำหนักและความเหมาะสม
สครูป: ดังนั้น ข้าพระองค์จะตรากตรำทำงานด้วยเส้นเอ็นที่แข็งแกร่ง และจะให้ความเหนื่อยยากนั้นได้รับการฟื้นฟูด้วยความหวัง ที่จะได้รับใช้พระองค์อย่างไม่หยุดยั้ง
กษัตริย์: เราตัดสินเช่นนั้น ท่านอาแห่งเอ็กเซเตอร์ จงปล่อยตัวชายที่ถูกคุมขังเมื่อวานนี้ ผู้ที่ด่าทอเรา เราพิจารณาแล้วว่าเขาทำลงไปเพราะความมึนเมาของสุรา และเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เราขออภัยให้เขา
สครูป: นั่นคือความเมตตาพ่ะย่ะค่ะ แต่เป็นการไว้ใจที่มากเกินไป ขอให้ทรงลงโทษเขาเถิดฝ่าบาท มิเช่นนั้นการปล่อยให้เขาลอยนวลจะเป็นเยี่ยงอย่างให้เกิดคนประเภทนี้มากขึ้น
กษัตริย์: โอ โปรดให้เราได้เมตตาเถิด
เคมบริดจ์: พระองค์ทรงทำได้พ่ะย่ะค่ะ และยังทรงลงโทษได้ด้วย
เกรย์: ฝ่าบาท พระองค์ทรงเมตตายิ่งหากทรงไว้ชีวิตเขา หลังจากที่เขาได้รับบทเรียนอย่างหนักหน่วงแล้ว
กษัตริย์: อนิจจา ความรักและความห่วงใยที่พวกท่านมีต่อเรามากเกินไป กลายเป็นคำอธิษฐานที่หนักอึ้งต่อเจ้าคนน่าสงสารผู้นี้ หากความผิดเล็กน้อยที่เกิดจากความไม่ปกติของร่างกายไม่ได้รับการผ่อนปรน แล้วเราจะมองข้ามได้อย่างไร เมื่ออาชญากรรมร้ายแรงที่ถูกเคี้ยว กลืน และย่อยจนหมดสิ้น ปรากฏขึ้นต่อหน้าเรา? เราจะปล่อยตัวชายผู้นั้น แม้ว่าเคมบริดจ์ สครูป และเกรย์ ด้วยความห่วงใยและปกป้องเราอย่างยิ่ง จะปรารถนาให้เขาถูกลงโทษก็ตาม และบัดนี้ กลับมาที่เรื่องของฝรั่งเศส ใครคือคณะกรรมาธิการชุดล่าสุด?
เคมบริดจ์: ข้าพระองค์พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาททรงสั่งให้ข้าพระองค์มาทูลถามในวันนี้
สครูป: พระองค์ทรงสั่งข้าพระองค์เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ
เกรย์: และข้าพระองค์ด้วยพ่ะย่ะค่ะ องค์เหนือหัวผู้ทรงเกียรติ
กษัตริย์: เช่นนั้น ริชาร์ด เอิร์ลแห่งเคมบริดจ์ นี่คือของเจ้า:
และของเจ้า ลอร์ดสครูปแห่งมาแชม และท่านอัศวิน:
เกรย์แห่งนอร์ทัมเบอร์แลนด์ สิ่งนี้เป็นของเจ้า:
จงอ่านเสีย แล้วจะรู้ว่าข้ารู้ซึ้งถึงคุณค่าของพวกเจ้าเพียงใด
ท่านลอร์ดแห่งเวสต์เมอร์แลนด์ และอาเอ็กเซเตอร์
เราจะออกเดินทางคืนนี้ ทำไมเล่าท่านสุภาพบุรุษ?
พวกเจ้าเห็นสิ่งใดในกระดาษเหล่านั้น ถึงได้สูญเสีย
สีหน้าไปถึงเพียงนี้? ดูเถิดว่าพวกเจ้าเปลี่ยนสีไปอย่างไร:
แก้มของพวกเจ้าขาวซีดราวกับกระดาษ ไหนบอกมาว่าอ่านเจอสิ่งใด
ที่ทำให้พวกเจ้าขลาดเขลาและขับไล่เลือด
ให้หายไปจากใบหน้าเช่นนี้
เคม. ข้าพเจ้าขอสารภาพผิด
และขอส่งตัวเข้าสู่พระเมตตาของฝ่าบาท
เกรย์, สครูป: ซึ่งพวกเราทุกคนขอพึ่งพระเมตตานั้นด้วยเช่นกัน
กษัตริย์: ความเมตตาที่เคยมีอยู่ในตัวเราจนเมื่อไม่นานมานี้ กลับถูกบดขยี้และสังหารลงด้วยคำแนะนำของพวกเจ้าเอง เจ้าไม่ควรกล้า (ด้วยความละอาย) ที่จะเอ่ยถึงความเมตตา เพราะเหตุผลของเจ้าเองจะย้อนกลับเข้าสู่ทรวงอกของเจ้า ประดุจสุนัขที่รุมขย้ำเจ้านายของมัน เหล่าเจ้าชายและขุนนางผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย จงดูปีศาจชาวอังกฤษเหล่านี้เถิด ท่านลอร์ดแห่งเคมบริดจ์ ณ ที่นี้ ท่านก็รู้ว่าความรักของเรานั้นพร้อมเพียงใดที่จะมอบทุกสิ่งอันสมควรแก่เกียรติของท่าน แต่ชายผู้นี้ กลับสมคบคิดอย่างฉาบฉวยเพื่อแลกกับเหรียญคราวน์เพียงไม่กี่เหรียญ และสาบานตนเข้ากับแผนการของฝรั่งเศสเพื่อจะสังหารเราที่แฮมป์ตันแห่งนี้ ซึ่งอัศวินผู้นี้ ผู้ซึ่งมีพันธะแห่งความเมตตาต่อเราไม่น้อยไปกว่าเคมบริดจ์ ก็ได้สาบานตนเช่นเดียวกัน
แต่โอ้ ข้าจะกล่าวสิ่งใดกับเจ้าได้เล่า ลอร์ดสครูป เจ้าสิ่งมีชีวิตที่โหดร้าย อกตัญญู ป่าเถื่อน และไร้มนุษยธรรม เจ้าผู้ถือลูกกุญแจแห่งความลับทั้งหมดของข้า ผู้ล่วงรู้ถึงก้นบึ้งแห่งวิญญาณของข้า ผู้ซึ่งเกือบจะหล่อหลอมข้าให้เป็นทองคำได้ เจ้ากลับคิดจะทรยศข้าเพื่อประโยชน์ของตนเองอย่างนั้นหรือ เป็นไปได้หรือที่ปีศาจต่างแดนจะดึงเอาประกายแห่งความชั่วร้ายเพียงหนึ่งเดียวออกมาจากตัวเจ้า เพื่อมาทิ่มแทงนิ้วของข้าได้? มันช่างแปลกประหลาดนัก แม้ความจริงจะปรากฏชัดแจ้งดั่งสีดำและสีขาว
แต่ดวงตาของข้ากลับแทบไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น การกบฏและการฆาตกรรมมักจะมาคู่กันเสมอ ประดุจปีศาจสองตนที่ถูกสวมแอกและสาบานว่าจะทำตามเป้าหมายของกันและกัน ทำงานอย่างหยาบช้าในเหตุการณ์ปกติ จนความประหลาดใจมิอาจคาดคิดถึงพวกมันได้ แต่เจ้า (ซึ่งผิดวิสัยไปเสียสิ้น) กลับนำพาความอัศจรรย์มาปรนนิบัติการกบฏและการฆาตกรรม และไม่ว่าจะเป็นปีศาจเจ้าเล่ห์ตนใดที่ชักนำเจ้าได้อย่างวิปริตเช่นนี้ มันคงได้รับเสียงสรรเสริญว่ายอดเยี่ยมที่สุดในนรก ส่วนปีศาจตนอื่นที่ชักนำการกบฏ มักจะปะติดปะต่อความพินาศอย่างลวกๆ ด้วยการแต้มสีและรูปแบบที่ลอกเลียนมาจากภาพลักษณ์แห่งความศรัทธาอันเปล่งประกาย
แต่ปีศาจที่หล่อหลอมเจ้านั้น สั่งให้เจ้ายืนหยัดขึ้น โดยไม่ต้องให้เหตุผลใดๆ ว่าเหตุใดเจ้าจึงต้องกบฏ นอกจากเพื่อให้เจ้าได้รับนามว่าคนทรยศ หากปีศาจตนที่หลอกลวงเจ้าเช่นนี้ ได้เดินท่องโลกไปด้วยประตูสิงโตของมัน เมื่อมันกลับไปยังดินแดนทาร์ทารัสอันกว้างใหญ่ มันคงจะบอกเหล่ากองทัพปีศาจว่า ข้าไม่เคยชนะวิญญาณดวงใดได้ง่ายดายเท่ากับชาวอังกฤษผู้นี้เลย โอ้ เจ้าทำให้ความหวานชื่นแห่งความไว้วางใจแปดเปื้อนด้วยความริษยาได้อย่างไร? เจ้าดูเป็นผู้ซื่อสัตย์ต่อผู้คน—เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนั้น?
เจ้าดูเคร่งขรึมและมีความรู้—เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนั้น? เจ้ามาจากตระกูลสูงส่ง—เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนั้น? เจ้าดูเป็นผู้เคร่งครัดในศาสนา—เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนั้น? หรือว่าเจ้าเป็นผู้กินอยู่อย่างประหยัด ปราศจากกิเลสอันหยาบช้า ปราศจากความรื่นเริงหรือความโกรธเกรี้ยว มีจิตใจมั่นคง ไม่หวั่นไหวตามกระแสโลหิต ประดับประดาด้วยกิริยามารยาทอันสุภาพ ไม่ใช้สายตาหรือหูโดยปราศจากการพิจารณา และเชื่อมั่นเพียงในวิจารณญาณที่ผ่านการกลั่นกรองแล้วเท่านั้น เจ้าดูเป็นเช่นนั้นและถูกคัดกรองมาอย่างประณีตยิ่ง และการตกต่ำของเจ้าได้ทิ้งรอยมลทินไว้ ทำให้เจ้าเป็นคนที่น่าสงสัยยิ่งกว่าผู้ใด ข้าจะร้องไห้ให้แก่เจ้า การกบฏของเจ้านี้ ข้าคิดว่าประดุจการตกต่ำของมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง ความผิดของพวกเขานั้นเปิดเผยแล้ว จงนำตัวพวกเขาไปรับโทษตามกฎหมาย และขอพระเจ้าทรงปลดเปลื้องพวกเขาจากแผนการชั่วร้ายเหล่านั้น
เจ้าพนักงาน: ข้าขอจับกุมท่านในข้อหากบฏต่อแผ่นดิน ในนามของริชาร์ด เอิร์ลแห่งเคมบริดจ์
ข้าขอจับกุมท่านในข้อหากบฏต่อแผ่นดิน ในนามของโธมัส ลอร์ดสครูปแห่งมาร์แชม
ข้าขอจับกุมท่านในข้อหากบฏต่อแผ่นดิน ในนามของโธมัส เกรย์ อัศวินแห่งนอร์ทัมเบอร์แลนด์
สครูป: พระเจ้าทรงเปิดเผยเจตนาของพวกเราอย่างเที่ยงธรรม และข้าสำนึกในความผิดของข้ามากกว่าความตาย ซึ่งข้าขอวิงวอนให้ฝ่าบาททรงอภัย แม้ว่าร่างกายของข้าจะต้องชดใช้ราคาของมันก็ตาม
แคม. สำหรับข้าพเจ้า ทองคำแห่งฝรั่งเศสหาได้ล่อลวงใจไม่ แม้ข้าพเจ้าจะยอมรับว่าใช้สิ่งนั้นเป็นแรงผลักดัน เพื่อให้บรรลุสิ่งที่ตั้งใจได้รวดเร็วขึ้น แต่ขอขอบพระคุณพระผู้เป็นเจ้าที่ทรงยับยั้งไว้ ซึ่งข้าพเจ้าจะยินดีด้วยใจจริงในความทุกข์ทรมานนี้ และขอวิงวอนต่อพระองค์และพระองค์ท่าน โปรดประทานอภัยให้แก่ข้าพเจ้าด้วย
เกรย์. ไม่มีข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์คนใดจะยินดีกับการเปิดโปงการกบฏอันร้ายแรง ได้เท่ากับที่ข้าพเจ้ายินดีในเวลานี้ ที่ถูกยับยั้งจากการกระทำอันชั่วช้า ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยในความผิดของข้าพเจ้า แต่ขออย่าได้ประหารกายข้าพเจ้าเลย องค์เหนือหัว
กษัตริย์. ขอพระเจ้าทรงเมตตาต่อพวกเจ้า จงฟังคำตัดสินเถิด พวกเจ้าสมคบคิดต่อต้านองค์กษัตริย์ ร่วมมือกับศัตรูที่ถูกประกาศนาม และรับเงินมัดจำทองคำเพื่อแลกกับความตายของข้าพเจ้า ซึ่งพวกเจ้าคิดจะขายกษัตริย์ของตนให้แก่การเข่นฆ่า ให้เหล่าเจ้าชายและขุนนางต้องตกเป็นทาส ให้ราษฎรต้องถูกกดขี่และเหยียดหยาม และทำให้อาณาจักรทั้งหมดต้องพินาศย่อยยับ ในส่วนของตัวข้าพเจ้านั้น มิได้ปรารถนาการแก้แค้น แต่ข้าพเจ้าต้องถนอมความปลอดภัยของอาณาจักรที่พวกเจ้าพยายามทำลาย ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงส่งตัวพวกเจ้าให้แก่กฎหมายของแผ่นดิน จงไปสู่ความตายเสียเถิด (เจ้าพวกสารเลวผู้น่าเวทนา) ขอพระเจ้าทรงเมตตาให้พวกเจ้ามีความอดทนต่อรสชาติแห่งความตาย และมีความสำนึกผิดอย่างแท้จริงในความผิดอันร้ายแรงทั้งปวง นำตัวพวกมันออกไป
(ออกไป)
บัดนี้ เหล่าท่านลอร์ด จงมุ่งหน้าสู่ฝรั่งเศส การศึกครั้งนี้จะนำมาซึ่งเกียรติยศแก่พวกท่านเช่นเดียวกับข้าพเจ้า เราไม่สงสัยเลยว่าสงครามครั้งนี้จะราบรื่นและโชคดี เนื่องจากพระเจ้าทรงเมตตาเปิดโปงการกบฏอันร้ายแรงที่ซุ่มซ่อนอยู่ในเส้นทางของเรา เพื่อขัดขวางการเริ่มต้น บัดนี้เรามั่นใจแล้วว่า อุปสรรคทั้งปวงในเส้นทางของเราได้ถูกขจัดสิ้นไป ดังนั้น จงก้าวไปข้างหน้าเถิด เพื่อนร่วมชาติที่รัก จงมอบอำนาจการรบของเราไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้า และเร่งรีบออกเดินทางทันที มุ่งสู่ท้องทะเลด้วยใจฮึกเหิม ชูสัญญาณแห่งสงครามขึ้น ไม่เป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษ ก็ต้องเป็นกษัตริย์แห่งฝรั่งเศส
(เสียงแตรดนตรี)
(พิสทอล, นิม, บาร์ดอลฟ์, เด็กชาย และเจ้าของโรงเตี๊ยม เข้ามา)
เจ้าของโรงเตี๊ยม. ได้โปรดเถิด สามีที่รักของข้า ให้ข้าพาสุดที่รักไปส่งที่สเตนส์เถิด
พิสทอล. ไม่ หัวใจลูกผู้ชายของข้ากำลังรุ่มร้อน บาร์ดอลฟ์ จงร่าเริงเข้า นิม จงปลุกเส้นเลือดที่โอ้อวดของเจ้าขึ้นมา เด็กชาย จงรวบรวมความกล้าของเจ้าไว้ เพราะฟอลสตาฟตายแล้ว และเราจึงต้องรุ่มร้อนเช่นนี้
บาร์ดอลฟ์. ข้าอยากจะไปอยู่กับเขา ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน จะในสวรรค์หรือในนรกก็ตาม
เจ้าของโรงเตี๊ยม. ไม่หรอก เขาไม่ได้อยู่ในนรกหรอก เขาอยู่ในอ้อมกอดของกษัตริย์อาเธอร์ ถ้าหากมีใครเคยได้ไปอยู่ในอ้อมกอดของอาเธอร์น่ะนะ เขาจากไปอย่างงดงาม ราวกับเด็กที่ได้รับศีลล้างบาป เขาจากไปพอดีระหว่างเที่ยงคืนกับตีหนึ่ง ตอนที่น้ำกำลังเปลี่ยนทิศพอดี เพราะหลังจากนั้นข้าเห็นเขาคลำผ้าปูที่นอน เล่นกับดอกไม้ และยิ้มให้ปลายนิ้วของตนเอง ข้าจึงรู้ว่ามีเพียงทางเดียวเท่านั้น เพราะจมูกของเขาแหลมเหมือนปากกา และเหมือนโต๊ะที่ปูด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี เป็นอย่างไรบ้างท่านจอห์น (ข้าถามว่า) ท่านเป็นอย่างไรบ้าง จงร่าเริงเข้าเถิด ข้าตะโกนออกไปว่า พระเจ้า พระเจ้า พระเจ้า สามสี่ครั้ง ตอนนั้นข้าเพื่อปลอบใจเขา จึงบอกเขาว่าอย่าไปนึกถึงพระเจ้าเลย ข้าหวังว่าเขายังไม่จำเป็นต้องกังวลกับความคิดเช่นนั้นในตอนนี้ แล้วเขาก็บอกให้ข้าห่มผ้าที่เท้าให้เพิ่ม ข้าจึงเอามือล้วงเข้าไปในเตียงแล้วสัมผัสดู พบว่าเท้าเขานั้นเย็นเฉียบราวกับก้อนหิน จากนั้นข้าก็สัมผัสที่เข่า และไล่ขึ้นไปข้างบน ทุกส่วนเย็นเฉียบราวกับก้อนหิน
นิม. เขาว่ากันว่าเขาร้องเรียกหาเหล้าแซค
เจ้าของโรงเตี๊ยม. ใช่ เขาทำแบบนั้น
บาร์ดอลฟ์. และร้องเรียกหาผู้หญิงด้วย
เจ้าของโรงเตี๊ยม. ไม่ เขาไม่ได้ทำแบบนั้น
เด็กชาย. ทำสิ และบอกว่าพวกผู้หญิงคือปีศาจในร่างมนุษย์
หญิงสาว. เขาไม่เคยทนกับสีแดงกุหลาบได้เลย เป็นสีที่เขาไม่เคยชอบ
เด็กชาย. เขาเคยพูดครั้งหนึ่งว่า ปีศาจอยากให้เขาหมกมุ่นเรื่องผู้หญิง
เจ้าของโรงเตี๊ยม. ในบางครั้งเขาก็จัดการกับผู้หญิงจริงๆ นั่นแหละ แต่ตอนนั้นเขาเป็นโรคเกาต์ และพูดถึงหญิงแพศยาแห่งบาบิโลน
เด็กชาย: จำไม่ได้หรือว่าข้าเคยเห็นหมัดตัวหนึ่งเกาะอยู่บนจมูกของบาร์ดอล์ฟ แล้วข้าก็บอกว่ามันคือวิญญาณสีดำที่กำลังมอดไหม้ในนรก
บาร์ดอล์ฟ: เอาเถอะ เชื้อเพลิงที่หล่อเลี้ยงไฟนั้นมอดไปแล้ว นั่นแหละคือทรัพย์สินทั้งหมดที่ข้าได้รับจากการรับใช้เขา
นิม: พวกเราจะออกเดินทางกันหรือยัง กษัตริย์คงจะเสด็จพ้นจากเซาแทมป์ตันไปแล้ว
พิสโตลา: มาเถิด ไปกันได้แล้ว ยอดรัก มอบริมฝีปากให้ข้าเถิด ดูแลทรัพย์สินและของมีค่าของข้าด้วย ปล่อยให้กามารมณ์นำทางเถิด โลกนี้มีแต่การคดโกงและชดใช้ อย่าเชื่อใจใคร เพราะคำสาบานนั้นไร้ค่าดั่งฟาง ความสัตย์ของคนก็เปราะบางดั่งขนมเวเฟอร์ และมีเพียงสุนัขเฝ้าบ้านเท่านั้นที่เชื่อใจได้ ดังนั้น ยอดรักของข้า จงให้ความระแวดระวังเป็นที่ปรึกษาของเจ้าเถิด ไปเถิด ไปล้างเครื่องแก้วของเจ้าให้สะอาด เพื่อนร่วมรบทั้งหลาย ไปฝรั่งเศสกันเถิด เหล่าเด็กน้อยของข้า ไปดูด กิน และสูบเลือดเนื้อให้สิ้นซาก
เด็กชาย: แต่เขาว่ากันว่านั่นเป็นอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพนะ
พิสโตลา: สัมผัสปากอันอ่อนนุ่มของนาง แล้วเคลื่อนทัพ
บาร์ดอล์ฟ: ลาก่อน เจ้าของบ้าน
นิม: ข้าจูบไม่เป็น มันไม่ใช่จริตของข้า แต่ลาก่อน
พิสโตลา: จงแสดงความเป็นแม่บ้านออกมาเถิด จงแนบชิดข้า ข้าสั่งเจ้า
เจ้าของบ้าน: ลาก่อน ลาก่อน
(ทั้งหมดออกไป)
(เสียงแตรดนตรี)
(กษัตริย์ฝรั่งเศส, เจ้าชายดอลฟิน, ดยุกแห่งเบอร์รี และดยุกแห่งบริเตน เข้ามา)
กษัตริย์: อังกฤษยกทัพเต็มกำลังมุ่งหน้ามาหาเราเช่นนี้ และเป็นเรื่องที่เราต้องใส่ใจอย่างยิ่งที่จะตอบโต้ด้วยการป้องกันอย่างสมพระเกียรติ ดังนั้น ดยุกแห่งเบอร์รีและดยุกแห่งบริเตน แห่งบราบันต์และแห่งออร์เลอ็อง จงรุดหน้าไป และเจ้า เจ้าชายดอลฟิน จงเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพื่อเสริมกำลังและซ่อมแซมเมืองหน้าด่านของเรา ด้วยเหล่านักรบผู้กล้าและยุทโธปกรณ์ป้องกัน เพราะการรุกรานของอังกฤษนั้นรุนแรงดั่งกระแสน้ำที่ถูกหลุมดำสูบกลืน ดังนั้น เราจึงควรเตรียมการให้พร้อมเท่าที่ความกลัวจะสอนเราได้ จากบทเรียนในอดีตที่ชาวอังกฤษผู้ประมาทและถูกละเลยทิ้งไว้บนผืนแผ่นดินของเรา
ดอลฟิน: พระบิดาผู้เป็นที่เคารพยิ่ง การเตรียมอาวุธรับมือศัตรูนั้นเหมาะสมที่สุดแล้ว เพราะแม้ในยามสงบ กษัตริย์ก็ไม่ควรปล่อยให้ราชอาณาจักรเฉื่อยชา (แม้จะไม่มีสงครามหรือข้อพิพาทใดๆ) แต่การป้องกัน การระดมพล และการเตรียมการ ควรได้รับการบำรุงรักษา รวบรวม และจัดเตรียมไว้ ราวกับว่ากำลังรอคอยสงครามอยู่ ดังนั้น ข้าจึงเห็นว่าเหมาะสมที่เราทุกคนจะออกไปสำรวจส่วนที่อ่อนแอและทรุดโทรมของฝรั่งเศส และขอให้เราทำเช่นนั้นโดยไม่ต้องแสดงความหวาดกลัว ไม่สิ ให้ทำราวกับว่าเราได้ยินว่าอังกฤษกำลังวุ่นอยู่กับการเต้นรำมอร์ริสในเทศกาลวิทซัน เพราะ ข้าแต่พระองค์ ผู้ครองแผ่นดินอังกฤษนั้นช่างว่างเปล่า คทาของนางถูกถือไว้อย่างเพ้อฝัน โดยเยาวชนผู้ฟุ้งเฟ้อ บ้าบิ่น และตื้นเขิน ดังนั้น จึงไม่มีสิ่งใดต้องหวาดเกรง
คอนสตาเบิล: ขอพระองค์ทรงสงบเถิด เจ้าชายดอลฟิน ท่านเข้าใจกษัตริย์ผู้นี้ผิดไปมาก ลองตรัสถามเหล่าทูตที่เพิ่งกลับมาเถิดว่า เขาต้อนรับคณะทูตด้วยความสง่างามเพียงใด มีที่ปรึกษาผู้ทรงเกียรติล้อมรอบเพียงใด มีความอ่อนน้อมในการโต้แย้งเพียงใด และในขณะเดียวกัน ก็มีความเด็ดขาดในการตัดสินใจเพียงใด แล้วท่านจะพบว่า ความฟุ้งเฟ้อที่ปรากฏนั้น เป็นเพียงเปลือกนอกดั่งเช่นบรูตัสชาวโรมัน ที่ใช้เสื้อคลุมแห่งความโง่เขลาปกปิดความรอบรู้เอาไว้ เหมือนดั่งชาวสวนที่ใช้ปุ๋ยคอกปกปิดรากไม้ ซึ่งจะเป็นส่วนแรกที่ผลิบานและงดงามที่สุด
ดอลฟิน: เอาเถิด มันอาจไม่เป็นเช่นนั้น ท่านลอร์ดไฮคอนสตาเบิล แต่ถึงแม้เราจะคิดเช่นนั้น มันก็ไม่สำคัญ ในกรณีของการป้องกัน การประเมินศัตรูให้แข็งแกร่งกว่าที่เห็นย่อมดีที่สุด เพื่อให้การป้องกันนั้นครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะการป้องกันที่อ่อนแอและขี้เหนียว ก็เหมือนกับคนตระหนี่ที่ทำเสื้อคลุมของตนเสีย เพียงเพราะประหยัดผ้าไปเพียงเล็กน้อย
กษัตริย์: เราจงตระหนักเถิดว่ากษัตริย์แฮร์รีนั้นทรงแกร่งกล้า และเหล่าเจ้าชายทั้งหลาย จงเตรียมศาสตราให้พร้อมสรรพเพื่อเผชิญหน้ากับพระองค์ วงศ์วานของพระองค์นั้นเติบโตขึ้นบนความทุกข์ระทมของเรา และพระองค์ทรงสืบเชื้อสายมาจากสายเลือดอันนองเลือดที่เคยหลอกหลอนเราตามเส้นทางที่คุ้นเคย จงดูความอัปยศที่น่าจดจำยิ่งนักของเรา เมื่อครั้งศึกเครซซีถูกโจมตีอย่างรุนแรง และเหล่าเจ้าชายของเราทั้งหมดถูกจับกุมด้วยน้ำมือของนามอันดำมืดนั้น คือเอ็ดเวิร์ด เจ้าชายดำแห่งเวลส์ ในขณะที่พระบิดาผู้ยิ่งใหญ่ของพระองค์ประทับอยู่บนยอดเขา สูงเด่นเสียดฟ้า มีดวงตะวันสีทองส่องสว่างเหนือเศียร ทอดพระเนตรเห็นหน่อเนื้อเชื้อไขผู้กล้าหาญ และทรงแย้มพระสรวลเมื่อเห็นบุตรชายฉีกทึ้งผลงานแห่งธรรมชาติ และทำลายล้างแบบแผนที่พระเจ้าและบรรพบุรุษชาวฝรั่งเศสได้สร้างสรรค์มาตลอดยี่สิบปี นี่คือกิ่งก้านจากต้นตระกูลผู้พิชิตนั้น และขอให้เราจงเกรงกลัวในอำนาจโดยกำเนิดและโชคชะตาของพระองค์เถิด
(ผู้ส่งสารเข้ามา)
ผู้ส่งสาร: เหล่าทูตจากแฮร์รี กษัตริย์แห่งอังกฤษ ขอเข้าเฝ้าฝ่าพระบาทพ่ะย่ะค่ะ
กษัตริย์: เราจะให้เข้าเฝ้าเดี๋ยวนี้ จงไปนำพวกเขามาเถิด สหายทั้งหลาย พวกท่านเห็นแล้วว่าการไล่ล่าครั้งนี้ช่างดุเดือดนัก
ดอลฟิน: จงหันหลังกลับและหยุดการติดตามเถิด เพราะสุนัขขี้ขลาดมักจะเห่าก้องที่สุด เมื่อสิ่งที่พวกมันขู่เข็ญนั้นวิ่งนำหน้าพวกมันไปไกลแล้ว ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าเหนือหัว จงหยิบดาบสั้นของอังกฤษขึ้นมา และทำให้พวกเขารู้ว่าพระองค์ทรงเป็นประมุขแห่งราชอาณาจักรเช่นไร ข้าแต่พระองค์ การรักตนเองมิใช่บาปที่ชั่วร้ายเท่ากับการละเลยตนเอง
(เอ็กเซเตอร์เข้ามา)
กษัตริย์: จากพี่ชายของเราแห่งอังกฤษรึ?
เอ็กเซเตอร์: จากพระองค์พ่ะย่ะค่ะ และพระองค์ทรงส่งคำทักทายมายังฝ่าพระบาทดังนี้ พระองค์ทรงปรารถนาในพระนามของพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ ให้ฝ่าพระบาททรงรักตนเอง และจงละทิ้งเกียรติยศที่หยิบยืมมา ซึ่งโดยของขวัญจากสวรรค์ โดยกฎแห่งธรรมชาติ และกฎแห่งนานาประเทศ ย่อมเป็นของพระองค์และรัชทายาทของพระองค์ นั่นคือมงกุฎ และเกียรติยศอันกว้างขวางทั้งปวงที่ตกเป็นของมงกุฎแห่งฝรั่งเศสตามจารีตและกาลเวลา เพื่อให้ฝ่าพระบาททรงทราบว่านี่มิใช่การอ้างสิทธิ์ที่ชั่วร้ายหรือผิดเพี้ยน มิได้ขุดคุ้ยมาจากรูหนอนในวันวานที่เลือนหาย หรือกวาดเอามาจากธุลีแห่งการลืมเลือนอันเก่าแก่ พระองค์จึงส่งบรรทัดฐานที่น่าจดจำยิ่งนี้มาให้ ซึ่งพิสูจน์ได้ชัดแจ้งในทุกกิ่งก้าน โดยปรารถนาให้ฝ่าพระบาททรงพิจารณาลำดับเชื้อสายนี้ และเมื่อทรงพบว่าพระองค์ทรงสืบเชื้อสายอย่างถูกต้องจากบรรพบุรุษผู้เลื่องชื่อที่สุด คือเอ็ดเวิร์ดที่สาม พระองค์จึงขอให้ฝ่าพระบาททรงสละมงกุฎและราชอาณาจักร ซึ่งถือครองไว้โดยอ้อมจากพระองค์ ผู้เป็นผู้ท้าชิงที่แท้จริงและโดยกำเนิด
กษัตริย์: มิเช่นนั้นจะเกิดอะไรขึ้น?
เอ็กเซเตอร์: การบังคับด้วยเลือดพ่ะย่ะค่ะ เพราะหากฝ่าพระบาททรงซ่อนมงกุฎไว้แม้แต่ในพระทัย พระองค์ก็จะทรงขุดมันออกมา ดังนั้นพระองค์จึงกำลังเสด็จมาดั่งพายุคลั่ง ในเสียงกัมปนาทและแผ่นดินไหว ประดุจดั่งเทพจูปิเตอร์ หากการร้องขอไม่เป็นผล พระองค์จะทรงบังคับ และขอให้ฝ่าพระบาท ในนามของพระผู้เป็นเจ้า จงส่งมอบมงกุฎคืนมา และทรงเมตตาต่อดวงวิญญาณผู้น่าสงสาร ซึ่งสงครามอันหิวกระหายนี้กำลังอ้าปากกว้างกลืนกิน และเพื่อมิให้หยาดน้ำตาของหญิงหม้าย เสียงร้องของเด็กกำพร้า เลือดของผู้ล่วงลับ และเสียงคร่ำครวญของหญิงพรหมจารีที่สูญเสียสามี บิดา และคนรักที่หมั้นหมาย ซึ่งจะถูกกลืนกินในการโต้แย้งครั้งนี้ ตกอยู่บนพระเศียรของฝ่าพระบาท นี่คือการอ้างสิทธิ์ คำขู่ และสารของพระองค์ เว้นแต่ดอลฟินจะประทับอยู่ที่นี่ ซึ่งข้าพเจ้าได้นำคำทักทายมามอบให้โดยเฉพาะ
กษัตริย์: สำหรับเรา เราจะพิจารณาเรื่องนี้ต่อไป พรุ่งนี้เจ้าจงนำเจตจำนงที่ครบถ้วนของเรา กลับไปแจ้งแก่พี่ชายของเราแห่งอังกฤษเถิด
ดอลฟ์: สำหรับเจ้าชายดอลฟิน ข้าขอเป็นตัวแทนของเขา ณ ที่นี้ เรื่องราวจากอังกฤษมีสิ่งใดจะแจ้งแก่เขาบ้าง?
เอ็กเซเตอร์: ความเหยียดหยามและการท้าทาย ความละเลย การดูแคลน และสิ่งใดก็ตามที่ไม่เสื่อมเสียต่อเกียรติของผู้ส่งอันทรงอำนาจ นั่นคือสิ่งที่พระองค์ทรงประเมินค่าพวกท่านไว้ กษัตริย์ของข้าตรัสเช่นนี้ และหากพระบิดาของท่านไม่ทรงตอบสนองต่อข้อเรียกร้องทั้งหมดอย่างครบถ้วน เพื่อบรรเทาความขมขื่นจากคำเย้ยหยันที่ท่านส่งถึงพระองค์ พระองค์จะทรงเรียกหาคำตอบจากท่านอย่างดุเดือด จนกระทั่งถ้ำและห้องใต้ดินอันลึกล้ำของฝรั่งเศส จะต้องกู่ร้องถึงความผิดพลาดของท่าน และสะท้อนคำเย้ยหยันนั้นกลับคืนมาเป็นเสียงที่สองต่อคำสั่งของพระองค์
ดอลฟ์: จงบอกไปว่า หากพระบิดาของข้าทรงตอบแทนอย่างเหมาะสม นั่นก็เป็นสิ่งที่ขัดต่อความปรารถนาของข้า เพราะข้าไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากความขัดแย้งกับอังกฤษ ด้วยเหตุนี้ เพื่อให้สมกับความเยาว์วัยและความทะนงตนของพระองค์ ข้าจึงได้ถวายลูกบอลปารีสเป็นของขวัญ
เอ็กเซเตอร์: พระองค์จะทรงทำให้คนรักชาวปารีสของท่านต้องสั่นสะท้านเพราะสิ่งนั้น แม้ว่าจะเป็นราชสำนักนางบำเรอแห่งยุโรปผู้ยิ่งใหญ่ก็ตาม และจงมั่นใจเถิดว่าท่านจะได้พบความแตกต่าง ดังที่พวกข้าซึ่งเป็นพสกนิกรได้ประจักษ์ด้วยความอัศจรรย์ ระหว่างคำมั่นสัญญาในวันวานที่ยังอ่อนเยาว์ กับสิ่งที่พระองค์ทรงกุมอำนาจอยู่ในปัจจุบัน บัดนี้พระองค์ทรงคำนวณเวลาอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนถึงเม็ดสุดท้าย ซึ่งท่านจะได้อ่านพบในความสูญเสียของท่านเอง หากพระองค์ยังคงประทับอยู่ในฝรั่งเศส
กษัตริย์: พรุ่งนี้พวกท่านจะได้รู้ถึงพระทัยของข้าอย่างเต็มที่
(เสียงแตรสัญญาณ)
เอ็กเซเตอร์: จงรีบนำสารนี้กลับไปโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นกษัตริย์ของข้าอาจเสด็จมาทวงถามถึงความล่าช้าด้วยพระองค์เอง เพราะพระองค์ทรงเหยียบย่างลงบนแผ่นดินนี้แล้ว
กษัตริย์: พวกท่านจะได้รับคำตอบในเร็ววัน พร้อมเงื่อนไขที่เหมาะสม เวลาเพียงหนึ่งคืนนั้นสั้นนัก และเป็นช่วงพักเพียงชั่วครู่ สำหรับการตอบโต้เรื่องราวที่มีความสำคัญยิ่งเช่นนี้
(ทุกคนออกไป)

0 Comments