Chapter Index

    จดหมายฉบับที่ 32: คำตอบ

    เพื่อนรัก ครั้งหนึ่งจดหมายของเราเคยอ่านง่ายและเข้าใจได้ทันที เหมือนกับเรื่องราวที่เราเขียนถึงกันซึ่งเต็มไปด้วยความรื่นรมย์และน่าประทับใจ ในตอนนั้น ความรักที่เร่าร้อนและจริงใจขับเคลื่อนทุกถ้อยคำจนเราไม่จำเป็นต้องใช้ศิลปะการเขียนใดๆ มาปรุงแต่ง หรือใช้จินตนาการฟุ้งเฟ้อมาเสริมให้ดูหรูหรา ความเรียบง่ายตามธรรมชาติคือเสน่ห์เพียงหนึ่งเดียวและเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่น่าเศร้าที่วันเวลาเหล่านั้นผ่านพ้นไปและไม่มีวันหวนคืน หลักฐานชิ้นแรกที่บ่งบอกว่าหัวใจของเราเริ่มห่างเหินกัน คือการที่จดหมายของเราเริ่มอ่านเข้าใจยากขึ้นทุกที

    คุณเห็นความทุกข์ใจของฉันกับตา จึงทึกทักเอาเองว่าคุณรู้ต้นตอของมัน คุณพยายามปลอบประโลมฉันด้วยคำพูดสวยหรู แต่ในขณะที่คุณคิดว่ากำลังหลอกให้ฉันคลายกังวล คุณกลับตกเป็นเหยื่อของเล่ห์กลตัวเอง ใช่ว่าฉันจะไม่เสียสละเพื่อความรักครั้งนี้ สิ่งที่ฉันยอมแลกนั้นยิ่งใหญ่เหลือเกิน แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่รู้สึกเสียใจหรือนึกเสียดายเลย ทว่าสิ่งที่ฉันทำพลาดคือการพรากเอา "ความงดงาม" ออกไปจากความรักของเรา นั่นแหละคือต้นเหตุ! คุณธรรมที่เคยทำให้ทุกอย่างรอบตัวดูตราตรึงได้เลือนหายไปราวกับความฝัน ความปิติอันล้นพ้นที่เคยเติมพลังให้ความรักและทำให้ความปรารถนาของเราบริสุทธิ์นั้นไม่มีอีกแล้ว เรามัวแต่ไล่ล่าหาความสุขชั่วครั้งชั่วคราว จนหลงลืมความสุขที่แท้จริง ซึ่งตอนนี้ได้บอกลาเราไปตลอดกาล

    ลองนึกถึงวันวานอันแสนสงบสุขดูสิ วันที่ความเร่าร้อนของความรักสมดุลกับความไร้เดียงสา วันที่ความรุนแรงของอารมณ์กลับกลายเป็นเกราะป้องกันตัวเราเอง ในตอนนั้น ความบริสุทธิ์ใจทำให้เรายอมรับการหักห้ามใจได้ และเรายังรู้สึกสบายใจที่รู้ว่าการอดกลั้นนั้นยิ่งทำให้ความปรารถนาทวีความรุนแรงขึ้น ลองเทียบวันเวลาที่แสนวิเศษเหล่านั้นกับสถานการณ์ตอนนี้ดูสิ อารมณ์ที่แปรปรวน ความกลัวที่รบกวนจิตใจ ความระแวงที่ไม่สิ้นสุด และความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ได้กลายมาเป็นเพื่อนร่วมทางที่แสนหดหู่แทนที่ความสดใสในวันวาน ความรอบคอบและการรู้จักกาลเทศะที่เคยนำทางทุกความคิดและทุกการกระทำ ซึ่งเคยทำให้ความรักของเราละเอียดอ่อนและงดงามหายไปไหนหมด? เป็นเพราะความรักของเราเปลี่ยนไป หรือจริงๆ แล้วเป็นเราต่างหากที่เปลี่ยนไปจนน่าเวทนา? เมื่อก่อนความสุขของเรานั้นพอดีและยั่งยืน แต่ตอนนี้มันเสื่อมถอยกลายเป็นเพียงความลุ่มหลงที่คล้ายกับความบ้าคลั่งมากกว่าความรักที่อ่อนโยน เปลวไฟที่บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์เคยสว่างไสวในใจเรา แต่ตอนนี้เรากลับจมดิ่งกลายเป็นเพียงคู่รักธรรมดาที่หลับหูหลับตาเสพสมตามสัญชาตญาณ ตอนนี้เราคงคิดว่าตัวเองมีความสุขได้ ก็ต่อเมื่อมีความหึงหวงมาช่วยเติมรสชาติให้ความสุขที่แม้แต่สัตว์เดรัจฉานก็สัมผัสได้โดยไม่ต้องพึ่งพามัน

    เพื่อนรัก นี่คือเรื่องที่กระทบเราทั้งคู่ และมันทำให้ฉันปวดร้าวแทนคุณมากกว่าปวดร้าวเพื่อตัวเองเสียอีก ฉันจะไม่พูดถึงความทุกข์ที่ฉันต้องเผชิญโดยตรง เพราะคนอ่อนโยนอย่างคุณคงรู้สึกได้ดีอยู่แล้ว ลองคิดถึงความอัปยศในสถานการณ์ที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้ดูเถิด และหากคุณยังรักฉัน โปรดร่วมถอนหายใจให้กับเกียรติยศที่ฉันสูญเสียไป ความผิดของฉันนั้นไม่อาจลบล้างได้ ฉันจึงหวังว่าน้ำตาของฉันจะไหลรินยาวนานพอๆ กับความเสื่อมเสียที่ฉันได้รับ ในเมื่อคุณคือต้นเหตุของความโศกเศร้าครั้งนี้ โปรดอย่าพยายามพรากมันไปจากฉันเลย เพราะความหวังเดียวที่ฉันมีคือการได้จมอยู่กับความทุกข์นี้ต่อไป แม้โชคชะตาของฉันจะเลวร้าย แต่จะยิ่งน่าสมเพชกว่านี้ถ้าฉันกลับมามีความสุขได้อีกครั้ง เพราะการยอมรับและอยู่กับความอัปยศได้ คือสภาวะที่เลวร้ายที่สุดของคนที่ถูกทอดทิ้ง

    ฉันรู้ซึ้งถึงชะตากรรมของตัวเองดี แต่ท่ามกลางความสยดสยองและความโศกเศร้า ฉันยังเหลือสิ่งปลอบใจเพียงสิ่งเดียว แม้จะมีเพียงอย่างเดียวแต่มันก็มั่นคงและน่ารื่นรมย์ สิ่งนั้นก็คือคุณ เพื่อนรัก คุณคือจุดหมายเดียวในใจฉัน และในเมื่อฉันไม่กล้าแม้แต่จะนึกถึงตัวเอง ฉันจึงมีความสุขมากขึ้นเมื่อได้คิดถึงคุณ ความภาคภูมิใจในตนเองที่น่าเสียดายที่คุณพรากไปจากฉัน บัดนี้มันถูกโอนไปอยู่ที่ตัวคุณทั้งหมด และสิ่งที่ควรจะเป็นความผิดของคุณ กลับกลายเป็นคำขอโทษและสิ่งที่ทำให้ฉันรักคุณมากขึ้น ความรัก แม้จะเป็นรักที่นำพาความพินาศมาสู่ฉัน แต่มันกลับกลายเป็นสิ่งที่ส่งผลดีต่อคุณ คุณถูกยกย่องในขณะที่ฉันถูกลดค่า หรือจะพูดให้ถูกคือ ความตกต่ำของฉันนี่แหละที่เป็นเหตุให้คุณดูสูงส่งขึ้น ดังนั้น จากนี้ไปขอให้คุณเป็นความหวังเดียวของฉัน หน้าที่ของคุณคือการทำให้ความผิดของฉันดูสมเหตุสมผลผ่านการกระทำของคุณ อย่างน้อยก็ช่วยลบล้างมันด้วยความประพฤติที่ดีงามของคุณ ขอให้คุณงามความดีของคุณช่วยปกปิดความอัปยศของฉัน และขอให้ความดีงามเหล่านั้นทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดน้อยลงกับการสูญเสียเกียรติของตัวเอง ในเมื่อฉันไม่เหลืออะไรแล้ว ขอให้คุณเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตฉัน เกียรติยศเดียวที่ฉันเหลืออยู่คือตัวคุณ และตราบใดที่คุณยังได้รับความเคารพ ฉันก็จะไม่ถูกเหยียดหยามหรือถูกปฏิเสธอย่างสมบูรณ์

    แม้ฉันจะเสียดายที่ร่างกายฟื้นตัวเร็วเกินไป แต่เล่ห์กลที่ฉันใช้คงใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป ใบหน้าของฉันจะฟ้องว่าสิ่งที่พูดนั้นเป็นเรื่องโกหก และฉันจะไม่สามารถหลอกพ่อแม่ว่าป่วยได้อีก ดังนั้น โปรดรีบดำเนินการตามที่เราตกลงกันไว้ ก่อนที่ฉันจะถูกบังคับให้กลับไปทำหน้าที่ปกติในครอบครัว ฉันสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแม่เริ่มสงสัยและคอยจับตาดูเราตลอดเวลา ส่วนพ่อดูเหมือนจะไม่รู้อะไรเลย ความทิฐิของเขานี่แหละที่เป็นเกราะคุ้มกันเรามาตลอด เพราะเขาคงคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่ครูสอนหนังสือธรรมดาๆ จะมาหลงรักลูกสาวของเขา แต่ถึงอย่างนั้น คุณก็รู้ว่าเขาเป็นคนอารมณ์อย่างไร ถ้าคุณไม่ชิงลงมือก่อน เขาจะเป็นฝ่ายจัดการคุณเอง อย่าปล่อยให้ความปรารถนาที่จะได้พบกันบ่อยๆ ทำให้คุณต้องถูกตัดขาดจากฉันตลอดกาล จงเชื่อคำแนะนำของฉันและรีบพูดกับแม่ให้ทันเวลา แกล้งบอกว่ามีงานยุ่งมากจนไม่สามารถสอนฉันได้อีก และยอมสละความสุขจากการได้พบกันบ่อยๆ เพื่อให้มั่นใจว่าอย่างน้อยเราจะยังได้พบกันบ้าง ลองคิดดูว่าถ้าคุณถูกสั่งห้ามเข้าบ้านครั้งหนึ่ง มันจะกลายเป็นตลอดกาล แต่ถ้าคุณยอมหักห้ามใจในช่วงนี้ คุณจะสามารถกลับมาหาฉันเมื่อไหร่ก็ได้ และเมื่อเวลาผ่านไป หากรู้จักจัดการให้ดี คุณจะสามารถมาเยี่ยมได้บ่อยครั้งโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกสงสัย เย็นนี้ฉันจะบอกแผนการอื่นๆ ที่ฉันคิดไว้เพื่อให้เราได้พบกันบ่อยขึ้น และคุณจะเห็นว่าญาติผู้พี่ที่ แวะเวียนมาบ่อย จนเราเคยเกลียดนักเกลียดหนานั้น จะกลายเป็นคนที่มีประโยชน์มากสำหรับคู่รักสองคนที่ความจริงแล้วไม่ควรถูกปล่อยให้อยู่กันตามลำพังเลย

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
    Note