บทที่ 9
by WorldApexจากนั้นทั้งสองฝ่ายต่างจัดกระบวนทัพในพื้นที่สนามรบ และปล่อยให้ม้าควบทะยานเข้าหากันด้วยความเร็วสูงจนกระทั่งปลายหอกของทั้งคู่ปะทะเข้าที่กลางโล่ ส่งผลให้ทั้งคนและม้าล้มลงกระแทกพื้น จากนั้นทั้งสองต่างลุกพรวดขึ้นและชักดาบออกมา ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังต่อสู้อยู่นั้น ดาโมเซลแห่งทะเลสาบ ผู้ซึ่งเคยนำเมอร์ลินไปไว้ใต้ก้อนหิน ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นในสนามรบ นางมาที่นี่ด้วยความรักที่มีต่อกษัตริย์อาเธอร์ เพราะนางรู้ว่ามอร์แกน เลอ เฟย์ ได้วางแผนการไว้เพื่อให้กษัตริย์อาเธอร์ต้องสิ้นพระชนม์ในวันนี้
ดังนั้นนางจึงมาเพื่อช่วยชีวิตพระองค์ ทั้งสองเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดและฟาดฟันดาบใส่กันอย่างรุนแรงหลายครั้ง ทว่าดาบของอาเธอร์กลับไม่สามารถสร้างบาดแผลได้รุนแรงเท่ากับดาบของแอคโคลอน ในทางกลับกัน ทุกครั้งที่แอคโคลอนฟันลงมา เขาสามารถสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้อาเธอร์ได้เสมอ จนเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ที่พระองค์ยังทรงยืนหยัดอยู่ได้ ในขณะที่โลหิตของพระองค์ไหลรินออกมาอย่างรวดเร็ว
เมื่ออาเธอร์ทอดพระเนตรเห็นพื้นดินชุ่มโชกไปด้วยโลหิตถึงเพียงนั้น พระองค์ก็ทรงตกพระทัย และทรงระแวงว่ามีการทรยศหักหลังเกิดขึ้นทำให้ดาบของพระองค์ถูกสับเปลี่ยนไป ด้วยดาบเล่มนี้มิอาจฟันทะลุเหล็กกล้าได้ดังที่เคยเป็นมา พระองค์จึงทรงหวั่นเกรงยิ่งนักว่าตนจะต้องสิ้นพระชนม์ เพราะทรงเห็นว่าดาบในมือของแอคโคลนนั้นคือเอ็กซ์คาลิเบอร์ ด้วยทุกครั้งที่แอคโคลนฟันลงมาล้วนสร้างบาดแผลและโลหิตให้แก่พระองค์ เอาละ ท่านอัศวิน แอคโคลนกล่าวกับอาเธอร์ จงระวังตัวให้ดีเถิด แต่อาเธอร์มิได้ตรัสตอบ
ทว่าทรงฟาดดาบลงบนหมวกเกราะของเขาอย่างแรงจนเขาต้องก้มตัวลงเกือบจะล้มลงกับพื้น จากนั้นเซอร์แอคโคลนจึงถอยห่างออกไปเล็กน้อย แล้วรุกเข้ามาพร้อมชูเอ็กซ์คาลิเบอร์ขึ้นสูง และฟาดใส่เซอร์อาเธอร์อย่างแรงจนพระองค์เกือบจะล้มลงกับพื้น ทั้งสองต่างโกรธเกรี้ยวและผลัดกันฟาดฟันอย่างรุนแรง ทว่าเซอร์อาเธอร์กลับต้องเสียโลหิตมากเสียจนเป็นที่น่าอัศจรรย์ที่พระองค์ยังทรงยืนหยัดอยู่ได้ แต่ด้วยหัวใจแห่งอัศวินที่เต็มเปี่ยม พระองค์จึงทรงอดทนต่อความเจ็บปวดอย่างสมเกียรติ ส่วนเซอร์แอคโคลนนั้นมิได้เสียโลหิตมากนัก เขาจึงยิ่งมีความคล่องตัวขึ้น ในขณะที่เซอร์อาเธอร์ทรงอ่อนแรงลงยิ่งนักและทรงเชื่อว่าตนคงต้องสิ้นพระชนม์เป็นแน่
ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังทรงแสดงท่าทีว่าสามารถทนทานได้ และทรงยื้อการต่อสู้กับแอคโคลนไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนแอคโคลนนั้นมีความฮึกเหิมยิ่งขึ้นเพราะมีเอ็กซ์คาลิเบอร์อยู่ในมือ ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่ต่างกล่าวว่าไม่เคยเห็นอัศวินคนใดต่อสู้ได้ดีเท่าอาเธอร์ในยามที่ต้องเสียโลหิตมากถึงเพียงนี้ ผู้คนทั้งหลายต่างโศกเศร้าแทนพระองค์ ทว่าพี่น้องทั้งสองกลับมิอาจปรองดองกันได้ ทั้งคู่ยังคงต่อสู้กันอย่างดุเดือดดั่งอัศวินผู้กล้า จนกระทั่งเซอร์อาเธอร์ทรงถอยห่างออกไปเล็กน้อยเพื่อพักผ่อน
แต่เซอร์แอคโคลนกลับเรียกพระองค์ให้กลับมาสู้ต่อและกล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลาที่ข้าจะปล่อยให้เจ้าได้พัก ว่าแล้วเขาก็รุกเข้าหาอาเธอร์อย่างดุร้าย เซอร์อาเธอร์ทรงกริ้วด้วยความเจ็บปวดจากโลหิตที่เสียไป จึงทรงฟาดดาบลงบนหมวกเกราะของแอคโคลนอย่างสุดกำลังจนเขาเกือบจะล้มลงกับพื้น ทว่าในจังหวะนั้นเอง ดาบของอาเธอร์ก็หักตรงโกร่งดาบและร่วงหล่นลงบนพื้นหญ้าท่ามกลางกองเลือด เหลือเพียงด้ามดาบและหัวท้ายดาบที่ยังอยู่ในพระหัตถ์ เมื่อเซอร์อาเธอร์ทอดพระเนตรเห็นเช่นนั้น พระองค์ก็ทรงหวั่นเกรงยิ่งนักว่าต้องสิ้นพระชนม์ แต่พระองค์ยังคงชูโล่ขึ้นและมิยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว ทั้งยังมิได้ทรงลดละความกล้าหาญลงเลย

0 Comments