Chapter Index

    “ข้าจำครั้งแรกที่ วิลเลียม เจ. โอไบรอัน ลงสมัครรับเลือกตั้งได้ พวกรีพับลิกัน พวกอินดิเพนเดนท์ พวกสังคมนิยม และพวกต่อต้านสุรา (ตอนนี้เขาตายแล้ว ชื่อลาร์กิน) ได้เสนอชื่อชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อดอร์แกน ซึ่งทำอาชีพกฎหมายอยู่ที่ถนนฮัลสเตด ใกล้กับโคโลญ ให้ลงแข่งกับเขา สมิธ โอไบรอัน ดอร์แกน คือชื่อของเขา และเขาเป็นหนึ่งในชายหนุ่มที่พูดจาฉะฉานที่สุดเท่าที่เคยใช้ใบหน้าทำหน้าที่เป็นแตรขยายเสียงมา เขาตะโกนได้ดังเหมือนกรรมการตัดสินเกมเบสบอล และเมื่อเขาถ่ายทอดความรู้สึกจากหัวใจ เจ้าจะคิดว่าเขากำลังพยายามฝากข้อความนั้นไปถึงคนที่อยู่บนยอดตึกสูง เขาเป็นประธานชมรมวรรณกรรมที่โบสถ์ และคุณพ่อเคลลี่บอกข้าว่า วันหลังจากที่เขาชนะการโต้พาทีเรื่องปากกากับดาบโดยตัดสินให้ปากกาชนะ พวกเขาต้องจ้างช่างไม้มาซ่อมหน้าต่าง เพราะมันทรุดจนเสียรูป พวกเขาเรียกเขาว่า นักปราศรัยหนุ่มแห่งบึงฮีลีย์”

    “เขาวางแผนการหาเสียงด้วยตัวเอง ‘ข้าจะไม่ใช้’ เขาว่า ‘วิธีการธรรมดาๆ’ เขาว่า ‘สิ่งที่ควรทำ’ เขาว่า ‘คือการนำประเด็นในปัจจุบันเสนอต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง’ เขาว่า ‘ข้าจะเผาทุกเขตในวอร์ดนี้ให้วอดวายด้วยวาทศิลป์ของข้า’ เขาว่า แล้วเขาก็ซื้อเสื้อโค้ทสีดำตัวยาว และออกไปเผยแพร่แสงสว่าง”

    เขาพูดไปทั่วทุกแห่งหน ผู้คนเบียดเสียดเต็มหอประชุมฟินูเคน และเขาก็บอกพวกเขาว่าถึงเวลาที่มวลชนจะต้องลุกขึ้นสู้แล้ว “จงระลึกถึง” เขาว่า “อุดมการณ์เดือนพฤศจิกายน” เขาว่า “จงระลึกถึงเดมอสเทนีส ซิเซโร และโอ๊คพาร์ก” เขาว่า “จงระลึกถึงประเพณีของบรรพบุรุษของพวกท่าน ทั้งวอชิงตัน เจฟเฟอร์สัน แอนดรูว์ แจ็กสัน และจอห์น แอล. ซัลลิแวน” เขาว่า “บิลลี โอไบรอัน” เขาว่า “ท่านจะไม่ตรึงกางเขนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตหกด้วยการหักหลัง” เขาว่า เขาพูดแบบเดียวกันนี้ในการประชุมที่ถนนดีริง เขาทำให้รถรางต้องหยุดนิ่งในขณะที่เขาร่ายยาวเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ จนกระทั่งหัวหน้าโรงรถส่งคนลงมาขู่จะไล่ไมค์ ดไวเออร์ ออก ซึ่งไมค์เป็นคนขับรถสายหนึ่งร้อยแปดในสมัยนั้น แม้ว่าภายหลังจะถูกย้ายไปถนนวินต์เวิร์ธก็ตาม เขาพูดสุนทรพจน์กับตำรวจในห้องพักสายตรวจ และกับพวกหนุ่มๆ ที่กำลังตักโคลนออกจากท่อระบายน้ำที่สะพานแดง ผู้คนอาจจะกำลังนั่งเล่นไพ่สี่สิบห้ากันอย่างสงบในห้องหลังร้าน แล้วจู่ๆ สมิธ โอไบรอียน ดอร์แกน ก็พุ่งพรวดเข้ามา และกล่าวปราศรัยกับพวกเขาเรื่องประเด็นสำคัญในปัจจุบัน

    “ในขณะที่ทั้งหมดนี้ บิล โอไบรอัน ก็หาเสียงในแบบของเขา เขาไม่เคยกล่าวสุนทรพจน์เลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่มีใครรู้ว่าเขาเห็นด้วยหรือคัดค้านเรื่องภาษีศุลกากร หรือเขาเข้าข้างเจฟเฟอร์สันหรือกำลังโจมตีเขา หรือเขามีใจรักในผลประโยชน์ของมวลชนผู้ตรากตรำ หรือจริงๆ แล้วเขาเคยไปโบสถ์บ้างหรือไม่ แต่เขาได้ตัวผู้ดูแลโรงรีดเหล็กมาเป็นพวก และเขาส่งคนจากครอบครัวดีๆ สามสี่ครอบครัวเข้าไปทำงานในโรงผลิตก๊าซที่ซึ่งเขารู้จักกับตัวใหญ่ที่นั่น และเขาก็แวะเวียนไปหาหัวหน้าโรงรถรางเป็นประจำ เขาไปงานปิกนิก จ้างวงออเคสตร้ามาเล่นในงานเต้นรำ และโหวตให้ตัวเองเป็นคนที่ได้รับความนิยมสูงสุดในงานวัดโดยยอมเสียเงินอย่างน้อยห้าร้อยดอลลาร์ ใครก็ตามที่เข้าหาเขาไม่เคยต้องขาดแคลนเงินทอง เขามีกองบัญชาการอยู่ในร้านเหล้าทุกแห่งตั้งแต่ต้นเขตจนถึงปลายเขต หนังสือพิมพ์ทุกฉบับตีพิมพ์รูปของเขา และยกย่องเขาในฐานะมิตรแท้ของผู้ยากไร้”

    “ตอนแรกผู้คนก็ชอบฟังดอร์แกนอยู่หรอก แต่พอผ่านไปไม่กี่เดือนพวกเขาก็เริ่มรำคาญ เขามีนิสัยชอบสอดแทรกเข้าไปในงานรื่นเริงซึ่งเป็นอะไรที่ทดสอบความอดทนแม้แต่กับนักบุญ เขาทำให้การชกมวยนัดชิงชนะเลิศต้องล่าช้าไปถึงสองชั่วโมง เพราะมัวแต่สนับสนุนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่ในงานนั้นยึดมั่นในหลักการของตน ในขณะที่เหล่าหลักการเหล่านั้นนั่งตัวสั่นงันงกอยู่ตามมุมห้องจนกระทั่งตำรวจลากตัวเขาออกไป เรื่องมันบานปลายถึงขั้นที่ว่าพอเขาเดินขึ้นมาบนถนน ผู้คนต่างพากันกระโดดหนีเข้าซอกซอย ร้านเหล้าต่างๆ ก็ปฏิเสธไม่ให้เขาเหยียบย่างเข้าไปในร้าน แม้แต่ครอบครัวของเขาเองยังต้องไปกินข้าวในโรงเก็บถ่านหินเพราะกลัวว่าเขาจะขึ้นสุนทรพจน์ระหว่างมื้อค่ำ เขายังคงพูดต่อไป

    ส่วนวิลเลียม เจ. โอไบรอัน ก็ยังคงแจกจ่ายเงินที่ได้จากบริษัทแก๊สเพื่อเอาใจมวลชน และเมื่อวันเลือกตั้งมาถึง ทั้งผู้พิพากษาและเสมียนต่างก็เทใจให้โอไบรอัน ส่วนดอร์แกนนั้นได้คะแนนไม่มากพอจะเอาไปทำลูกกระสุนปืนด้วยซ้ำ เขานั่งใส่เสื้อโค้ทตัวยาวอยู่เกือบทั้งคืน พร่ำพูดสุนทรพจน์กับตัวเอง แต่พอใกล้รุ่งเขาก็เดินมาที่บ้านของฉัน ซึ่งโอไบรอันนั่งอยู่กับเหล่าสมุน ‘เป็นไงล่ะ เข้าท่าไหม’ โอไบรอันถาม ‘มันแปลกเหลือเกิน’ ดอร์แกนตอบ ‘ไม่แปลกเลยสักนิด’ วิลเลียม เจ. โอไบรอัน กล่าว ‘เมื่อคุณอยู่ในวงการเมืองมานานเท่าผม คุณจะรู้ว่าพวกคนพุงพลุ้ยนี่แหละคือนักพูดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ชาวอเมริกันในเขตหกเป็นผู้คนที่ยอดเยี่ยม พวกเขารักนกอินทรี’

    เขาเว้นจังหวะ ‘ที่อยู่บนหลังธนบัตรหนึ่งดอลลาร์’ ‘แต่ผมไม่เข้าใจเลย’ ดอร์แกนว่า ‘ผมพูดสุนทรพจน์ไปตั้งมากมายถึงสามพันครั้ง’ ‘นั่นแหละคือจำนวนคะแนนที่ผมชนะคุณ’ วิลเลียม เจ. โอไบรอัน ตอบ ‘ดื่มสักหน่อยเถอะ’”

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
    Note