Chapter Index

    “สาบานได้เลย” กอสลิงเริ่มพูด “ผมล่ะสงสัยจริงๆ ว่าพวกผู้ดีมีเงินเขาหาความสุขจากอะไรกัน ถึงได้ยอมทุ่มเงินมหาศาลจัดงานเลี้ยง เลี้ยงแขกฟรีๆ โดยไม่คิดเงินสักแดงเดียว สำหรับผม เรื่องแบบนี้แทบไม่เคยเกิดขึ้น และถ้าต้องทำจริงๆ ให้ตายเถอะ ผมคงเสียดายจนแทบคลั่ง เหล้าทุกจอกที่หลานชายกับเพื่อนขี้เมาของเขากระดกกันจนเกลี้ยงเนี่ย ถ้าเป็นคนทำธุรกิจแบบผม มันควรจะเป็นกำไรทั้งนั้น แต่นี่กลับต้องจดเป็นยอดขาดทุนย่อยยับ ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าความวุ่นวาย เสียงโวยวาย เรื่องไร้สาระ อาการเมามาย ทะเลาะวิวาท คำหยาบคาย หรือการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์พวกนี้มันน่ารื่นรมย์ตรงไหน ในเมื่อมันทำให้เสียเงินแทนที่จะได้เงิน แต่ก็นั่นแหละ ทรัพย์สมบัติมหาศาลต้องมลายหายไปเพราะวิถีชีวิตที่ไร้ประโยชน์แบบนี้ และมันยังทำให้พวกเจ้าของโรงเหล้าต้องลำบากด้วย เพราะใครมันจะบ้าไปเสียเงินซื้อเหล้าที่ร้านแบล็กแบร์ ในเมื่อสามารถไปดื่มฟรีได้ที่บ้านท่านลอร์ดหรือบ้านท่านสไควร์?”

    เทรสซิเลียนสังเกตเห็นว่าฤทธิ์ไวน์เริ่มส่งผลต่อสมองของเจ้าบ้านผู้เจนโลกคนนี้แล้ว ซึ่งเห็นได้ชัดจากการที่เขาเริ่มร่ายยาวด่าทอเรื่องความขี้เมา เนื่องจากเทรสซิเลียนระมัดระวังไม่ดื่มเลย เขาจึงกะจะใช้จังหวะที่อีกฝ่ายกำลังเปิดใจนี้หลอกถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอนโทนี ฟอสเตอร์ และหญิงสาวที่พ่อค้าผ้าเคยเห็นในคฤหาสน์ แต่กลายเป็นว่าคำถามของเขากลับไปจุดชนวนให้เจ้าบ้านเริ่มหัวข้อใหม่ โดยการร่ายยาวด่าทอเล่ห์เหลี่ยมของสตรี พร้อมยกเอาคำสอนของกษัตริย์โซโลมอนมาอ้างอิงเพื่อสนับสนุนความคิดตัวเองอย่างเต็มที่

    สุดท้าย เขาก็หันไปดุด่าและตำหนิพนักงานเสิร์ฟที่กำลังเก็บกวาดซากงานเลี้ยงและจัดระเบียบห้อง และเพื่อเป็นการสาธิตให้เห็นภาพ (แม้จะล้มเหลวไม่เป็นท่า) เขาก็พยายามโชว์วิธีการบริการแบบร้านทรีเครนส์ในย่านวินทรี ซึ่งเป็นโรงเหล้าที่หรูหราที่สุดในลอนดอนสมัยนั้น แต่ผลคือเขาทำถาดหล่นจนแก้วแตกกระจายไปเกือบสิบใบ อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้เขารู้สึกตัวและกลับมามีสติอีกครั้ง เขาจึงปลีกตัวกลับไปนอนหลับปุ๋ย และตื่นขึ้นมาเป็นคนใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
    Note