ตอนที่ 19
by“สวยแบบกร้านแดดน่ะสิ” เจ้าของบ้านตอบ “ทนแดดทนฝนได้ดีเยี่ยม แต่คงไม่ถูกใจสุภาพบุรุษช่างเลือกอย่างท่านหรอก เธอเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับขุนนางผู้สูงศักดิ์อย่างท่าน”
“เอาเถอะ ขอให้เธอมีความสุขแล้วกัน” วาร์นีย์ตอบ “ม้าของเราเริ่มไม่อยู่กับร่องกับรอยแล้ว ขอตัวลาล่ะ”
“หลานชายข้าจะไปกับท่านด้วยหรือ” กอสลิงถาม
“ใช่ เขาตั้งใจแบบนั้น” ริชาร์ด วาร์นีย์ ตอบ
“ดี… ดีมาก” เจ้าของบ้านสำทับ “เจ้าตัดสินใจถูกแล้วหลานรัก ม้าเจ้าดูสง่างามดีนะ ระวังอย่าให้มันพาเจ้าไปเจอกับบ่วงเชือกเข้าล่ะ หรือถ้าเจ้าอยากจะเป็นอมตะด้วยเชือกแขวนคอ ซึ่งดูท่าจะเป็นไปได้สูงถ้าเจ้าเลือกตามสุภาพบุรุษท่านนี้ไป ข้าขอสั่งให้เจ้าหาตะแลงแกงที่ไกลจากคัมเนอร์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขอให้โชคดีกับการควบม้าแล้วกัน”
นายม้าและผู้ติดตามคนใหม่ขึ้นม้าและควบออกไป ทิ้งให้เจ้าของบ้านรำพึงรำพันคำลาอัปมงคลอยู่เพียงลำพัง ทั้งคู่เร่งความเร็วเสียจนไม่ได้คุยกัน จนกระทั่งควบขึ้นเนินทรายชันจึงเริ่มสนทนากันได้อีกครั้ง
“สรุปว่าเจ้าพอใจที่จะเข้ามารับใช้ในราชสำนักใช่ไหม” วาร์นีย์ถามเพื่อนร่วมทาง
“ครับท่าน ถ้าท่านพอใจในเงื่อนไขของผม เหมือนที่ผมพอใจในเงื่อนไขของท่าน”
“แล้วเงื่อนไขของเจ้าคืออะไร” วาร์นีย์ถาม
แลมบอร์นตอบว่า “ถ้าผมต้องคอยสอดส่องผลประโยชน์ให้เจ้านายอย่างว่องไว เจ้านายก็ต้องทำเป็นมองไม่เห็นความผิดพลาดของผมบ้าง”
“ได้” วาร์นีย์ตอบ “ตราบใดที่ความผิดนั้นไม่เด่นชัดจนข้าต้องสะดุดล้มหน้าคะมำ”
“ตกลงครับ” แลมบอร์นว่า “ต่อมา ถ้าผมล่าสัตว์ได้ ผมต้องได้ส่วนแบ่งเนื้อส่วนที่ดีที่สุด”
“ก็สมเหตุสมผล” วาร์นีย์ตอบ “แต่ต้องให้ผู้ที่เหนือกว่าเจ้าได้รับส่วนแบ่งก่อน”
“ดีครับ” แลมบอร์นกล่าว “และข้อสุดท้าย ถ้าผมมีเรื่องมีราวกับกฎหมาย เจ้านายต้องออกหน้าปกป้องผม นี่คือเรื่องสำคัญที่สุด”
“สมเหตุสมผลอีกเช่นกัน” วาร์นีย์ตอบ “ถ้าเรื่องนั้นเกิดขึ้นในขณะที่เจ้าปฏิบัติหน้าที่ให้เจ้านาย”
“ส่วนเรื่องค่าจ้างผมไม่ขอพูดถึง” แลมบอร์นกล่าวต่อ “ผมขออยู่ได้ด้วยรางวัลลับๆ ก็พอ”
“ไม่ต้องห่วง” วาร์นีย์บอก “เจ้าจะมีทั้งเสื้อผ้าและเงินใช้สอยให้ดูดีทัดเทียมกับคนในระดับเดียวกัน เพราะเจ้ากำลังจะเข้าไปอยู่ในบ้านที่ร่ำรวยมหาศาลชนิดที่ว่าทองคำมีอยู่ทุกย่างก้าว”
“ถูกใจผมที่สุดเลยครับ” ไมเคิล แลมบอร์น ตอบ “เหลือแค่เรื่องเดียว ท่านช่วยบอกชื่อเจ้านายของผมหน่อย”
“ข้าชื่อมาสเตอร์ ริชาร์ด วาร์นีย์” เพื่อนร่วมทางตอบ
“ไม่ใช่ครับ” แลมบอร์นแย้ง “ผมหมายถึงชื่อของท่านลอร์ดผู้สูงศักดิ์ที่ท่านจะฝากผมให้เข้ารับใช้น่ะ”
“นี่เจ้า กล้าดียังไงถึงไม่ยอมเรียกข้าว่าเจ้านาย!” วาร์นีย์โพล่งขึ้นอย่างรวดเร็ว “ข้าอยากให้เจ้ากล้ากับคนอื่น แต่ห้ามมาสามหาวกับข้า”
“ขออภัยครับท่าน” แลมบอร์นตอบ “แต่ท่านดูสนิทสนมกับแอนโทนี ฟอสเตอร์ ตอนนี้ผมก็เลยคิดว่าผมสนิทกับแอนโทนีได้เหมือนกัน”
“เจ้าเป็นคนเจ้าเล่ห์ไม่เบาเลยนะ” วาร์นีย์ตอบ “ฟังนะ ข้าตั้งใจจะพาเจ้าเข้าสู่บ้านของขุนนางจริงๆ แต่เจ้าต้องรับใช้ข้าเป็นหลัก และต้องพึ่งพาบารมีของข้า เพราะข้าคือนายม้าของท่านลอร์ด อีกไม่นานเจ้าจะได้รู้ชื่อท่าน เป็นชื่อที่สั่นสะเทือนทั้งสภาและกุมอำนาจรัฐเอาไว้”
“โอ้โห เป็นคำพูดที่ทรงพลังมากครับ” แลมบอร์นอุทาน “ถ้าเอาไปใช้ร่ายมนตร์หาขุมทรัพย์คงได้ผลชะงัด!”
“ถ้าใช้ให้ถูกจังหวะมันก็อาจจะเป็นอย่างนั้น” วาร์นีย์ตอบ “แต่จำไว้ ถ้าเจ้าริอ่านร่ายมนตร์ด้วยตัวเอง มันอาจจะเรียกปีศาจมาฉีกร่างเจ้าเป็นชิ้นๆ ก็ได้”
“พอแล้วครับ ผมจะไม่ล้ำเส้นเด็ดขาด” แลมบอร์นตอบ
จากนั้นทั้งคู่ก็เร่งควบม้าต่อจนมาถึงอุทยานหลวงแห่งวูดสต็อก สถานที่แห่งนี้ในสมัยนั้นแตกต่างจากยุคที่เคยเป็นที่พำนักของโรซามอนด์ผู้เลอโฉม และเป็นฉากรักลับๆ ของพระเจ้าเฮนรีที่ 2 อย่างสิ้นเชิง และยิ่งต่างจากภาพในปัจจุบันที่มีคฤหาสน์เบลนไฮม์เป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะของมาร์ลโบโรและอัจฉริยภาพของแวนบรู ซึ่งในสมัยของเขาถูกคนที่มีรสนิยมต่ำกว่าวิจารณ์อย่างหนัก ในรัชสมัยของพระนางเจ้าเอลิซาเบธ วูดสต็อกเป็นเพียงคฤหาสน์เก่าคร่ำครึที่ขาดการดูแล และไม่ได้เป็นที่ประทับของราชวงศ์มานานจนทำให้หมู่บ้านรอบๆ ยากจนลง ชาวบ้านจึงพยายามยื่นคำร้องต่อพระราชินีเพื่อให้พระองค์เสด็จมาประทับที่นี่บ้างเป็นครั้งคราว และด้วยเหตุนี้เอง ท่านลอร์ดผู้สูงศักดิ์ที่กล่าวถึงจึงเดินทางมาเยือนวูดสต็อก
วาร์นีย์และแลมบอร์นควบม้าเข้าไปในลานคฤหาสน์เก่าทรุดโทรมอย่างไม่เกรงใจ เช้าวันนั้นที่นี่วุ่นวายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาตลอดสองรัชกาล เหล่าข้ารับใช้และผู้ติดตามของท่านเอิร์ลเดินกันขวักไขว่ด้วยท่าทางจองหองตามประสาคนมีอำนาจ เสียงม้าร้องและเสียงสุนัขล่าสัตว์ดังระงม เพราะท่านลอร์ดเดินทางมาตรวจตราที่ดินและคฤหาสน์ และแน่นอนว่าต้องเตรียมอุปกรณ์สำหรับการล่าสัตว์ในอุทยาน ซึ่งว่ากันว่าเป็นพื้นที่ล้อมรั้วแห่งแรกๆ ของอังกฤษและเต็มไปด้วยกวางที่ใช้ชีวิตอย่างอิสระมานาน ชาวบ้านหลายคนมารอด้วยความหวังว่าการมาเยือนครั้งนี้จะนำข่าวดีมาให้ เมื่อวาร์นีย์มาถึงอย่างเร่งรีบ เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นว่า “นายม้าของท่านเอิร์ลมาแล้ว!” ชาวบ้านรีบถอดหมวกและกุลีกุจอเข้าไปช่วยจูงม้าและถือโกลนให้ผู้ติดตามคนสนิทและผู้ช่วยของเขา
“ถอยออกไปให้ห่างหน่อย!” วาร์นีย์สั่งด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโส “ปล่อยให้พวกคนรับใช้ทำหน้าที่ของพวกเขาไป”
ชาวบ้านและเกษตรกรที่รู้สึกหน้าแตกต้องถอยร่นออกไป ส่วนแลมบอร์นที่คอยสังเกตท่าทางของเจ้านาย ก็เลียนแบบความไร้มารยาทนั้นด้วยการผลักไสคนที่เข้ามาช่วย “ถอยไป เจ้าพวกชาวนาหน้าโง่ ปล่อยให้พวกคนรับใช้ชั้นต่ำพวกนี้ทำหน้าที่ไป!”
ขณะที่พวกเขาส่งม้าให้คนรับใช้และเดินเข้าคฤหาสน์ด้วยท่าทางเหนือกว่า ซึ่งวาร์นีย์ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติเพราะชาติตระกูลและประสบการณ์ ส่วนแลมบอร์นพยายามเลียนแบบให้ดีที่สุด ชาวบ้านวูดสต็อกต่างกระซิบกระซาบกันว่า “โถ่เอ๋ย ขอให้พระเจ้าคุ้มครองเราจากพวกจองหองพองขนแบบนี้ทีเถอะ ถ้าเจ้านายเหมือนกับลูกน้องล่ะก็ ต่อให้ปีศาจลากไปลงนรกก็คงสมควรแล้ว”
“เงียบหน่อยเพื่อนบ้านทั้งหลาย!” ผู้ดูแลหมู่บ้านปราม “เก็บปากเก็บคำไว้ก่อน เดี๋ยวเราก็รู้กัน แต่ไม่มีลอร์ดคนไหนจะน่าต้อนรับเท่าพระเจ้าเฮนรีผู้ใจกว้างคนนั้นอีกแล้ว วันหนึ่งท่านอาจจะใช้แส้หวดเราด้วยพระหัตถ์เอง แต่แล้วก็โยนเหรียญเงินที่มีรูปหน้าท่านให้กำมือหนึ่งเพื่อเอาไว้ทายาที่แผล”
“อา ขอให้ท่านพักผ่อนอย่างสงบเถิด” ผู้ฟังขานรับ “คงอีกนานกว่าพระนางเจ้าเอลิซาเบธจะใช้แส้หวดพวกเรา”
“ใครจะรู้” ผู้ดูแลตอบ “ตอนนี้อดทนไว้เถอะ คิดเสียว่าเราโชคดีที่ได้รับความสนใจจากพระองค์”
ในขณะเดียวกัน วาร์นีย์และผู้ติดตามคนใหม่เดินเข้าไปในห้องโถง ซึ่งมีผู้มีอำนาจและตำแหน่งสูงกว่าคนที่อยู่ในลานบ้านกำลังรอการปรากฏตัวของท่านเอิร์ลที่ยังคงอยู่ในห้องส่วนตัว ทุกคนต่างเข้ามาประจบวาร์นีย์ตามระดับยศหรือความสำคัญของธุระที่ต้องรีบจัดการ เมื่อถูกถามว่า “ท่านลอร์ดจะออกมาเมื่อไหร่ มาสเตอร์วาร์นีย์” เขาก็ตอบสั้นๆ อย่างปัดรำคาญว่า “ไม่เห็นรองเท้าข้าหรือ ข้าเพิ่งกลับจากออกซ์ฟอร์ด ไม่รู้เรื่องด้วยหรอก” จนกระทั่งมีบุคคลสำคัญถามด้วยน้ำเสียงที่กดดันกว่าเดิม เขาจึงตอบว่า “ข้าจะไปถามเซอร์ โทมัส โคปลีย์ ผู้ดูแลห้องบรรทมให้” ซึ่งเซอร์โทมัส ผู้มีกุญแจเงินเป็นสัญลักษณ์ประจำตัว ตอบว่าท่านเอิร์ลรอให้มาสเตอร์วาร์นีย์กลับมาถึงก่อนจึงจะลงมา แต่ท่านต้องการคุยกับวาร์นีย์เป็นการส่วนตัวในห้องก่อน วาร์นีย์จึงคำนับทุกคนและขอตัวเข้าไปในห้องของเจ้านาย
เสียงซุบซิบด้วยความคาดหวังดังขึ้นครู่หนึ่ง ก่อนจะเงียบลงเมื่อประตูบานพับที่ปลายห้องเปิดออก ท่านเอิร์ลเดินเข้ามาโดยมีผู้ดูแลห้องบรรทมและพ่อบ้านเดินนำ และมีริชาร์ด วาร์นีย์ เดินตามหลัง ท่าทางที่สง่างามและใบหน้าที่ดูภูมิฐานของท่านไม่มีร่องรอยของความจองหองเหมือนพวกลูกน้องเลย แม้การแสดงความสุภาพของท่านจะขึ้นอยู่กับยศถาบรรดาศักดิ์ของผู้ที่คุยด้วย แต่แม้แต่คนที่ต่ำต้อยที่สุดในที่นั้นก็ยังได้รับความเมตตาจากท่าน ท่านสอบถามถึงสภาพของคฤหาสน์ สิทธิของพระราชินีในพื้นที่นี้ รวมถึงข้อดีข้อเสียหากพระองค์จะเสด็จมาประทับที่วูดสต็อกเป็นครั้งคราว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าท่านได้ศึกษาคำร้องของชาวบ้านมาอย่างละเอียดและปรารถนาจะช่วยพัฒนาพื้นที่แห่งนี้จริงๆ
“พระเจ้าคุ้มครองใบหน้าอันสูงส่งของท่าน!” ผู้ดูแลหมู่บ้านที่แทรกตัวเข้ามาในห้องโถงอุทาน “ท่านดูซีดๆ นะ ข้าพนันได้เลยว่าท่านคงใช้เวลาทั้งคืนอ่านคำร้องของเรา มาสเตอร์ทัฟยาร์นใช้เวลาตั้งหกเดือนเขียน และบอกว่าต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์กว่าจะเข้าใจ แต่ดูสิ ท่านเอิร์ลคงอ่านจนทะลุปรุโปร่งภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง!”
จากนั้นท่านเอิร์ลแจ้งให้ทุกคนทราบว่า ท่านจะกราบทูลให้พระราชินีเสด็จมาประทับที่วูดสต็อกเป็นครั้งคราวในระหว่างการเสด็จประพาส เพื่อให้เมืองและพื้นที่โดยรอบได้รับพระมหากรุณาธิคุณเช่นเดียวกับในสมัยก่อน และท่านยังยินดีที่จะแจ้งข่าวดีว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการค้าและสนับสนุนชาวเมืองวูดสต็อก พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์จะยกฐานะเมืองนี้ให้เป็นศูนย์กลางการค้าขนสัตว์ (Staple for wool)
ข่าวดีนี้สร้างความปิติยินดีอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่กลุ่มผู้มีอันจะกินในห้องโถงเท่านั้น แต่รวมถึงชาวบ้านทั่วไปที่รออยู่ด้านนอกด้วย
เหล่าผู้พิพากษาของเมืองได้คุกเข่ามอบสิทธิพิเศษของเมืองให้แก่ท่านเอิร์ล พร้อมกับถุงเงินทองคำ ซึ่งท่านเอิร์ลส่งต่อให้วาร์นีย์ และวาร์นีย์ก็ได้แบ่งส่วนหนึ่งให้แลมบอร์น เพื่อเป็นรางวัลเริ่มต้นสำหรับการรับใช้ครั้งใหม่นี้
หลังจากนั้นไม่นาน ท่านเอิร์ลและคณะเดินทางก็ขึ้นม้าเพื่อกลับสู่ราชสำนัก ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของชาวเมืองวูดสต็อกที่ดังสนั่นไปถึงยอดต้นโอ๊กเก่าแก่ว่า “ขอพระนางเจ้าเอลิซาเบธและท่านเอิร์ลแห่งเลสเตอร์ทรงพระเจริญ!” ความสุภาพและสง่างามของท่านเอิร์ลช่วยลบภาพลักษณ์ที่เลวร้ายของเหล่าผู้ติดตามให้ดูดีขึ้นมาบ้าง ผู้คนต่างตะโกนว่า “ขอให้ท่านเอิร์ลและผู้ติดตามที่สง่างามจงมีอายุยืนยาว!” ขณะที่วาร์นีย์และแลมบอร์นควบม้าผ่านถนนในวูดสต็อกไปด้วยท่าทางภาคภูมิใจตามลำดับชั้นของตน

0 Comments