Search Bookmarks

    VI

    โอเล่กลับมาโหมทำงานหนักอีกครั้ง เขาใช้เวลาเกือบทั้งหมดขลุกอยู่ในออฟฟิศจนร่างกายซูบผอม ไม่ค่อยได้ออกไปไหน แววตาดูเหม่อลอยและวอกแวก หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาแทบไม่ก้าวเท้าออกจากท่าเรือหรือโกดังสินค้าเลย แต่ไม่มีใครกล้าพูดหรอกว่าเขาซึมเศร้าหรือหดหู่เพราะถูกถอนหมั้น เพราะเขายังคงทำงานและจัดการธุรกิจของตัวเองได้อย่างราบรื่นดี

    ที่เขาผอมลงก็แค่เพราะทำงานหนักเกินไปเท่านั้น เขาหวังว่าคงไม่มีใครคิดว่าเป็นเพราะสาเหตุอื่น ตั้งแต่กลับมาจากอังกฤษมีเรื่องให้ต้องจัดการมากมาย ซึ่งเขาก็อธิบายเรื่องนี้ให้ทีเดอมันด์ฟังหมดแล้ว แต่ตอนนี้เขาตั้งใจจะผ่อนเครื่องลงบ้าง อยากออกไปข้างนอก ไปดูความเป็นไปของโลก และหาอะไรทำเพื่อความเพลิดเพลิน

    เขาจึงลากทีเดอมันด์ไปดูละครและเที่ยวสวนสนุกทิโวลี ทั้งคู่มักจะเดินเล่นด้วยกันยาวๆ ในตอนเย็น และวางแผนจะเริ่มทำโรงฟอกหนังกับโรงงานผลิตน้ำมันดินในฤดูใบไม้ผลิที่จะถึงนี้ โอเล่ดูจะกระตือรือร้นยิ่งกว่าทีเดอมันด์เสียอีก เขาโถมตัวเข้าใส่โปรเจกต์นี้อย่างเต็มที่จนไม่มีใครสามารถสงสัยได้เลยว่าเขากำลังโศกเศร้า เขาไม่เคยเอ่ยชื่ออาก็อตเลย ราวกับว่าเธอได้ตายจากไปและถูกลืมเลือนไปแล้ว

    ทางด้านทีเดอมันด์เองก็เริ่มปรับตัวได้และใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย เขาจ้างแม่ครัวคนเดิมกลับมาทำงาน ทำให้ตอนนี้ได้ทานข้าวที่บ้าน แม้จะรู้สึกเหงาอยู่บ้างเพราะห้องอาหารกว้างเกินไปและมีเก้าอี้ว่างตัวหนึ่ง แต่เสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็กๆ ที่ดังระงมไปทั่วบ้านก็ช่วยได้มาก บางครั้งเขาได้ยินเสียงนั้นชัดเจนแม้จะอยู่ในออฟฟิศ เด็กๆ มักจะเข้ามาป่วนจนเขาต้องละจากงานบ่อยครั้ง เพราะทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึกตักอยู่บนชั้นบนและเสียงหัวเราะที่ดังก้องไปตามห้อง เขาก็อดไม่ได้ที่จะวางปากกาแล้วรีบวิ่งขึ้นไปหา เพียงไม่กี่นาทีเขาก็จะกลับลงมาโหมทำงานต่อด้วยพลังราวกับวัยรุ่น… ใช่ ทีเดอมันด์กำลังไปได้สวย เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกอย่างในชีวิตเริ่มลงตัวและดีขึ้นเรื่อยๆ

    เย็นวันหนึ่ง ระหว่างทางกลับบ้าน ทีเดอมันด์แวะเข้าไปในร้านขายของชำที่เขาส่งสินค้าให้โดยบังเอิญ ขณะที่เขากำลังเดินไปหาเจ้าของร้านที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ ทันใดนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นภรรยาของตัวเองยืนอยู่ที่นั่น โดยมีห่อพัสดุวางอยู่ตรงหน้าเธอ

    ทีเดอมันด์ไม่ได้เจอเธอเลยนับตั้งแต่เย็นวันนั้นที่หน้าออฟฟิศ โชคดีที่วันหนึ่งเขาบังเอิญเห็นแหวนวงหนึ่งในตู้โชว์ร้านจิวเวลรี่จึงซื้อและส่งไปให้เธอ ซึ่งเธอก็เขียนการ์ดขอบคุณกลับมาสั้นๆ เธอไม่ได้โหยหาแหวนวงนั้น แต่ตอนนี้มันต่างออกไป เธอจะเก็บรักษามันไว้ตลอดไป

    เธอยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ในชุดเดรสสีดำที่ดูเก่าและเริ่มเปื่อย ทีเดอมันด์สงสัยชั่วขณะว่าเธอขัดสนหรือเปล่า หรือเขาให้เงินเธอไม่พอ? ทำไมเธอถึงใส่ชุดเก่าขนาดนี้? ทั้งที่เขาส่งเงินไปให้เธอตั้งมากมาย ขอบคุณพระเจ้าที่เขามีปัญญาทำแบบนั้นได้ จริงอยู่ที่ช่วงแรกตอนที่เขายังลำบาก เขาไม่ได้ส่งเงินให้เธอมากนัก เขาเคยรู้สึกผิดและเขียนบอกเธอว่าอย่าเพิ่งใจร้อน อีกไม่นานทุกอย่างจะดีขึ้น ซึ่งเธอก็ขอบคุณและตอบกลับมาว่าเขาส่งเงินมาให้มากเกินไป เธอจะใช้หมดได้อย่างไร เพราะเธอมีเงินเหลือเฟือ

    ถ้าอย่างนั้น ทำไมเธอถึงแต่งตัวซอมซ่อแบบนี้?

    เธอหันกลับมาและจำเสียงของเขาได้ตอนที่เขาพูดกับเจ้าของร้าน ทีเดอมันด์ทำตัวไม่ถูก เขาได้แต่ยิ้มและค้อมศีรษะให้เธอเหมือนที่ทำกับคนขายของ ส่วนเธอหน้าแดงระเรื่อขณะค้อมศีรษะตอบ

    "ส่วนที่เหลือไม่เป็นไรค่ะ" เธอพูดกับพนักงานด้วยเสียงเบา "ไว้ฉันมาเอาวันหลัง" จากนั้นเธอก็รีบจ่ายเงินและรวบห่อของของเธอ ทีเดอมันด์มองตามหลังเธอไป เธอเดินคอตกและดูประหม่าจนกระทั่งลับสายตา

    Note