Chapter 5
by WorldApexเดอวิลลูอาได้ก้าวเข้ามาในห้องทำงานของเขา ซึ่งเป็นห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราและโอ่อ่าในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมถนนสายหลักของกรุงปารีส เขาเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่ทำจากไม้โอ๊คแกะสลักอย่างประณีต ซึ่งมีเอกสารและจดหมายวางกองอยู่เต็มไปหมด
เดอวิลลูอาเป็นชายผู้มีบุคลิกน่าเกรงขาม เขามีใบหน้าที่คมเข้มและดวงตาที่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด ในวัยกลางคนเขายังคงความสง่างามและดูภูมิฐานในชุดสูทสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างดี เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้มีอิทธิพลและมีความสามารถในการบริหารจัดการงานด้านต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม จนเป็นที่ยอมรับในวงสังคมชั้นสูงของฝรั่งเศส
เขานั่งลงบนเก้าอี้บุนวมตัวโปรด แล้วเริ่มอ่านจดหมายฉบับหนึ่งที่เพิ่งส่งมาถึง ซึ่งเป็นจดหมายจากสหายเก่าที่ไม่ได้พบกันมานานหลายปี เนื้อความในจดหมายกล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกและผู้คนที่ผ่านพ้นไปตามกาลเวลา รวมถึงการรำลึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่พวกเขาเคยร่วมเผชิญมาด้วยกัน
เดอวิลลูอาทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นทิวทัศน์ของกรุงปารีสที่ยังคงความงดงามและวุ่นวายเช่นเดิม เขาหวนนึกถึงช่วงเวลาสิบปีที่ผ่านมา ชีวิตของเขาผ่านทั้งจุดสูงสุดและจุดต่ำสุด มีทั้งความสำเร็จและความสูญเสีย แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายที่เขาตั้งไว้
เขาวางจดหมายลงแล้วถอนหายใจเบาๆ ความทรงจำในอดีตยังคงแจ่มชัด ราวกับว่าเหตุการณ์เหล่านั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง เขาตระหนักว่าแม้เวลาจะล่วงเลยไปเพียงใด แต่ร่องรอยของโชคชะตาก็ยังคงติดตามเขามาเสมอ และบัดนี้ ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่เขารอคอยมาตลอดสิบปี
กิชและอามีเลียต่างตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่กิชจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าว่า โอ้ อามีเลีย ยอดรักของข้า เจ้าจะเชื่อหรือไม่ว่าข้าต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใดในยามที่ต้องห่างไกลจากเจ้า
อามีเลียหลั่งน้ำตาพลางตอบว่า ข้าเองก็ทุกข์ระทมไม่แพ้กันเลยค่ะ กิช
แต่ดูตอนนี้สิ กิชกล่าวพลางชี้ไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้า เรากลับมาพบกันอีกครั้งในดินแดนแห่งนี้ ดินแดนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพยานถึงความรักของเรา
ทั้งสองยืนเคียงข้างกัน ทอดสายตามองไปยังขอบฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสี ความทรงจำในอดีตหวนคืนมาอย่างแจ่มชัด ราวกับว่าเวลาสิบปีที่ผ่านพ้นไปนั้นเป็นเพียงชั่วพริบตาเดียว
ข้าเคยคิดว่าชีวิตนี้คงไม่มีวันได้เห็นหน้าเจ้าอีก กิชรำพึง แต่โชคชะตากลับนำพาเรามาพบกันในวันที่ทุกอย่างดูเหมือนจะสายเกินไป
อามีเลียซบหน้าลงบนไหล่ของเขา ไม่สายเกินไปหรอกค่ะ ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจและมีกันและกันเช่นนี้
ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามเย็น ทั้งคู่ต่างตระหนักว่า แม้กาลเวลาจะพรากหลายสิ่งไปจากชีวิต แต่ความรักที่แท้จริงนั้นไม่มีวันเสื่อมคลาย และจะยังคงส่องประกายอยู่ในใจของพวกเขาตลอดกาล
อเล็กซองดร์ ดูมาส

0 Comments