Chapter 2
by WorldApexเจ้าจะบอกว่าเจ้าไม่รู้จักข้าแล้วอย่างนั้นหรือ อัลฟอนโซถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย
ข้าไม่เคยรู้จักท่านมาก่อนเลยในชีวิต ชายผู้นั้นตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เป็นไปได้อย่างไรกัน อัลฟอนโซอุทาน เราเคยใช้เวลาร่วมกันตั้งหลายปีในดินแดนอันห่างไกล เจ้าจะลืมเลือนมิตรภาพที่แน่นแฟ้นเช่นนั้นได้อย่างไรกัน
มิตรภาพหรือ ชายผู้นั้นทวนคำด้วยน้ำเสียงเย็นชา ข้าไม่รู้จักคำคำนี้ในความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับท่าน
อัลฟอนโซนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขามองดูใบหน้าของชายตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา แม้กาลเวลาจะล่วงเลยไปถึงสิบปี และความทุกข์ยากจะทิ้งร่องรอยไว้บนใบหน้า แต่เขามั่นใจว่าชายผู้นี้คือเพื่อนเก่าของเขาอย่างแน่นอน
เจ้าอาจจะจำข้าไม่ได้ในตอนนี้ อัลฟอนโซกล่าว แต่ข้าจำเจ้าได้ดี เจ้าคือผู้ที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกับข้าในสมรภูมิที่ห่างไกล เจ้าคือผู้ที่เคยสาบานว่าจะซื่อสัตย์ต่อข้าจนกว่าชีวิตจะหาไม่
ชายผู้นั้นแค่นยิ้ม คำสาบานในวัยเยาว์นั้นช่างไร้ค่าเมื่อเผชิญกับความจริงของโลก ข้าในวันนี้ไม่ใช่คนเดิมที่ท่านเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว
แล้วเจ้าเป็นใครกันเล่าในตอนนี้ อัลฟอนโซถามด้วยความอยากรู้
ข้าเป็นเพียงชายผู้หนึ่งที่ถูกกาลเวลาและโชคชะตาพัดพามาพบกับท่านอีกครั้ง เขาตอบ และข้าก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องหวนระลึกถึงอดีตที่ข้าเลือกจะลบเลือนไปแล้ว
อัลฟอนโซรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นเข้าสู่หัวใจ ความห่างเหินของเพื่อนเก่าทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวมากกว่าเดิม แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ที่จะรื้อฟื้นความสัมพันธ์นี้ขึ้นมาใหม่
ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใครในตอนนี้ อัลฟอนโซกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่สำหรับข้า เจ้ายังคงเป็นเพื่อนที่ข้ารักและไว้วางใจที่สุด และข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เจ้ากลับมาเป็นคนเดิมอีกครั้ง
ชายผู้นั้นไม่ตอบสิ่งใด เขาเพียงแต่เบือนหน้าหนีและเดินจากไป ทิ้งให้อัลฟอนโซยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความทรงจำที่ยังคงตามหลอกหลอนเขามิรู้จบสิ้น
เมื่อเวลาผ่านไปสิบปี ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาได้กลายเป็นชายผู้มั่งคั่งและมีอำนาจในสังคม โดยใช้ชื่อปลอมว่า นีโม ซึ่งเป็นชื่อที่เขาเลือกใช้เพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงในอดีต เขาได้สร้างอาณาจักรทางธุรกิจและอิทธิพลขึ้นมาใหม่ โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ถึงที่มาที่ไปของเขา
เขามักจะนึกถึงวันเวลาเก่าๆ ด้วยความโหยหาและขมขื่น โดยเฉพาะเรื่องราวของความรักที่ถูกพรากจากไป และความอยุติธรรมที่เขาเคยได้รับจากผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าในตอนนั้น ความแค้นยังคงสลักลึกอยู่ในใจของเขาไม่เสื่อมคลาย และเขาก็ใช้เวลาตลอดสิบปีที่ผ่านมาในการเตรียมการเพื่อการล้างแค้นอย่างใจเย็น
เขารู้ดีว่าการจะโค่นล้มศัตรูเหล่านั้นได้ เขาต้องกลายเป็นคนที่เหนือกว่าในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพย์สิน ความรู้ หรือเส้นสายทางสังคม เขาจึงทุ่มเททุกอย่างเพื่อสร้างตัวตนใหม่ที่สมบูรณ์แบบ จนกระทั่งถึงวันที่เขามั่นใจว่าตนเองมีความพร้อมเพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับอดีตอีกครั้ง
ในขณะที่เขากำลังพิจารณาแผนการขั้นสุดท้าย เขาก็หวนนึกถึงใบหน้าของหญิงสาวผู้เป็นที่รัก ความทรงจำเหล่านั้นเป็นทั้งแรงผลักดันและเป็นความเจ็บปวดที่คอยย้ำเตือนว่า ทำไมเขาจึงต้องทำในสิ่งที่กำลังจะทำ
เขามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเมืองที่วุ่นวายและผู้คนที่ดำเนินชีวิตไปตามปกติ โดยหารู้ไม่ว่าพายุแห่งการล้างแค้นกำลังจะพัดเข้าหาพวกเขาในไม่ช้า เขาขยับยิ้มที่มุมปากด้วยความสะใจลึกๆ เมื่อคิดว่าเวลาแห่งการชำระบัญชีได้มาถึงแล้ว และผู้ที่เคยทำร้ายเขาจะต้องชดใช้อย่างสาสมในทุกสิ่งที่ได้ก่อไว้
ในขณะที่เขากำลังเดินอยู่นั้น เขาก็สังเกตเห็นชายคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะรู้จักเขา ชายผู้นั้นหยุดเดินและจ้องมองเขาด้วยความประหลาดใจ ราวกับว่าเขาได้เห็นวิญญาณที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง
คุณคือคุณเบอร์นาร์ดใช่ไหม ชายผู้นั้นถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย
ใช่แล้ว เบอร์นาร์ดตอบ แต่คุณเป็นใครกัน
ผมคืออดีตผู้ช่วยของคุณครับ ชายผู้นั้นตอบพร้อมกับรอยยิ้ม เราเคยทำงานร่วมกันเมื่อสิบปีก่อน ในช่วงปี ค.ศ. 1626 ตอนที่คุณยังเป็นหัวหน้าช่างฝีมือผู้โด่งดังในปารีส
เบอร์นาร์ดนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ พยายามนึกย้อนกลับไปในอดีตอันไกลโพ้น จนกระทั่งความทรงจำเริ่มแจ่มชัดขึ้น อ้อ ใช่แล้ว! ผมจำคุณได้ คุณคือฌ็อง ผู้ช่วยที่ขยันขันแข็งของผมในตอนนั้น
ผมดีใจเหลือเกินที่ได้พบคุณอีกครั้ง ฌ็องกล่าวด้วยความตื้นตัน ผมได้ยินข่าวคราวของคุณมาบ้าง แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้มาพบคุณที่นี่ ในสภาพเช่นนี้
เบอร์นาร์ดถอนหายใจยาว ชีวิตคนเราก็เป็นเช่นนี้แหละ ฌ็อง ความรุ่งโรจน์นั้นช่างสั้นนัก แต่ความทุกข์ยากกลับยาวนานเหลือเกิน
ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปตามถนน พลางพูดคุยถึงเรื่องราวในอดีตและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ฌ็องเล่าถึงชีวิตของเขาที่ประสบความสำเร็จในอาชีพช่างฝีมือ จนกลายเป็นที่ยอมรับในวงสังคมชั้นสูง ขณะที่เบอร์นาร์ดเล่าถึงความตกต่ำและการต้องระหกระเหินเร่ร่อนเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่ถึงอย่างนั้น ฌ็องกล่าว พรสวรรค์ของคุณยังคงอยู่ และผมเชื่อว่ามันจะนำพาคุณกลับไปสู่จุดเดิมได้อีกครั้ง
เบอร์นาร์ดมองดูมือที่หยาบกร้านของตนเองแล้วยิ้มอย่างขมขื่น มือคู่นี้อาจจะแก่ชราลง แต่หัวใจของช่างฝีมือยังไม่เคยตายจากไป
เมื่อถึงเวลาต้องจากกัน ฌ็องได้มอบที่อยู่และคำแนะนำบางอย่างให้แก่เบอร์นาร์ด พร้อมกับคำสัญญาว่าเขาจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่เพื่อให้เพื่อนเก่าคนนี้ได้กลับมามีเกียรติยศดังเดิม
เบอร์นาร์ดมองตามหลังฌ็องที่เดินจากไป ความหวังที่เคยริบหรี่กลับโชติช่วงขึ้นมาอีกครั้งในใจของเขา เขารู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ายังคงยากลำบาก แต่ในวันนี้ เขาไม่ได้เดินอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป
อเล็กซองดร์ ดูมาส

0 Comments