ตอนที่ 12: CHAPTER VIII (part 2)
by“ทำงานค่ะคุณหนู” ฉันตอบ (คุณฮินด์ลีย์สั่งให้ฉันคอยอยู่เป็นเพื่อนเวลาที่คุณลินตันมาเยี่ยมเป็นการส่วนตัว)
เธอเดินมาข้างหลังแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า “เอาตัวเธอและไอ้ผ้าขี้ริ้วนี่ออกไปเดี๋ยวนี้ เวลาที่มีแขกมาบ้าน คนรับใช้เขาไม่มาขัดถูทำความสะอาดในห้องที่แขกนั่งกันหรอก!”
“ช่วงนี้เจ้านายไม่อยู่ เป็นโอกาสดีพอดีค่ะ” ฉันตอบเสียงดัง “ปกติเขาไม่ชอบให้ฉันมาวุ่นวายกับของพวกนี้ต่อหน้าเขา ฉันเชื่อว่าคุณเอ็ดการ์คงไม่ถือสาหรอกค่ะ”
“แต่ ฉัน ไม่ชอบให้เธอมาวุ่นวายต่อหน้าฉัน!” หญิงสาวประกาศกร้าวอย่างเอาแต่ใจโดยไม่เปิดโอกาสให้แขกของเธอได้พูดอะไรเลย ดูท่าว่าเธอจะยังไม่หายหัวเสียหลังจากมีปากเสียงกับฮีธคลิฟฟ์
“ขอโทษค่ะคุณหนูแคทเธอรีน” ฉันตอบ แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อไปอย่างตั้งใจ
เธอคิดว่าเอ็ดการ์มองไม่เห็น จึงฉวยผ้าในมือฉันไป แล้วจิกแขนฉันอย่างแรงด้วยความมุ่งร้าย ฉันเคยบอกแล้วว่าฉันไม่ได้รักเธอ และบางครั้งฉันก็รู้สึกสะใจที่ได้ทำลายความทะนงตัวของเธอ อีกทั้งครั้งนี้เธอยังทำฉันเจ็บมาก ฉันจึงลุกพรวดขึ้นจากเข่าแล้วร้องลั่น “โอ๊ย คุณหนู ทำแบบนี้มันนิสัยเสียนะคะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาจิกฉัน และฉันจะไม่ทนค่ะ”
“ฉันไม่ได้แตะต้องเธอเลย ยัยคนขี้โกหก!” เธอแผดเสียง นิ้วมือยังสั่นระริกอยากจะจิกซ้ำ ส่วนหูทั้งสองข้างแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอไม่เคยเก็บอารมณ์ได้เลย ทุกครั้งที่โกรธใบหน้าของเธอจะแดงซ่านไปหมด
“แล้วนี่คืออะไรคะ?” ฉันสวนกลับ พร้อมชี้ให้ดูรอยช้ำสีม่วงเข้มที่เป็นหลักฐานมัดตัวเธอ
เธอกระทืบเท้า ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ความดื้อรั้นในตัวจะผลักดันให้เธอตบหน้าฉันฉาดใหญ่ เป็นการตบที่แสบจนน้ำตาไหลพรากทั้งสองข้าง
“แคทเธอรีนที่รัก! แคทเธอรีน!” ลินตันแทรกขึ้นด้วยความตกใจที่เห็นคนที่เขาเทิดทูนทั้งโกหกและใช้ความรุนแรง
“ออกไปจากห้องนี้ซะ เอลเลน!” เธอสั่งซ้ำ ร่างกายสั่นเทิ้มไปหมด
ฮาเรตันตัวน้อยที่คอยเดินตามฉันไปทุกที่และนั่งอยู่บนพื้นใกล้ๆ เมื่อเห็นฉันร้องไห้เขาก็เริ่มร้องตาม และสะอื้นพร่ำบ่นว่า “คุณอาแคทธี่ใจร้าย” ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ความโกรธของเธอพุ่งเป้าไปที่หัวน้อยๆ ของเขา เธอคว้าไหล่เขาแล้วเขย่าจนเด็กน้อยหน้าซีดเผือด เอ็ดการ์รีบคว้ามือเธอไว้เพื่อช่วยเด็กโดยไม่ทันคิด ทันใดนั้น มือข้างหนึ่งของเธอก็สะบัดหลุด และชายหนุ่มผู้ตกตะลึงก็โดนตบเข้าที่ใบหูอย่างจังจนไม่มีทางเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่นได้เลย เขาถอยกรูดด้วยความตกใจ ฉันรีบอุ้มฮาเรตันขึ้นมาแล้วเดินออกไปยังห้องครัว โดยเปิดประตูทิ้งไว้เพราะอยากรู้ว่าพวกเขาจะจัดการกับความขัดแย้งนี้อย่างไร แขกผู้ถูกหยามเกียรติเดินไปตรงที่เขาวางหมวกไว้ ใบหน้าซีดเผือดและริมฝีปากสั่นระริก
“สมน้ำหน้า!” ฉันบอกกับตัวเอง “จำไว้เป็นบทเรียนแล้วรีบไสหัวไปซะ ถือเป็นความโชคดีที่ได้เห็นธาตุแท้ของเธอเร็วๆ”
“จะไปไหนน่ะ!” แคทเธอรีนตะโกนถามพร้อมเดินตรงมาที่ประตู
เขาเบี่ยงตัวหลบและพยายามจะเดินผ่านไป
“ห้ามไปนะ!” เธอสั่งเสียงแข็ง
“ผมต้องไป และผมจะไป!” เขาตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ไม่!” เธอรั้นและคว้าที่จับประตูไว้ “ยังไม่ได้ เอ็ดการ์ ลินตัน นั่งลงเดี๋ยวนี้ คุณจะทิ้งให้ฉันอยู่ในอารมณ์แบบนี้ไม่ได้ ฉันต้องทุกข์ใจไปทั้งคืน และฉันจะไม่ยอมทุกข์เพราะคุณ!”
“คุณตบผมแล้ว ผมจะยังอยู่ได้ยังไง?” ลินตันถาม
แคทเธอรีนเงียบกริบ
“คุณทำให้ผมทั้งกลัวและอับอายในตัวคุณ” เขาพูดต่อ “ผมจะไม่มาที่นี่อีกแล้ว!”
ดวงตาของเธอเริ่มคลอเบ้าและกะพริบถี่ๆ
“และคุณยังตั้งใจโกหกด้วย!” เขาพูด
“ไม่จริง!” เธอร้องโต้กลับ เริ่มกลับมาพูดได้อีกครั้ง “ฉันไม่ได้ตั้งใจทำอะไรทั้งนั้น เอาเถอะ อยากไปก็ไปเลย ไปให้พ้น! แล้วฉันจะร้องไห้ ร้องให้ป่วยไปเลย!”
เธอทรุดเข่าลงข้างเก้าอี้แล้วเริ่มร้องไห้อย่างหนัก เอ็ดการ์ยังคงดึงดันจะไปจนถึงลานหน้าบ้าน แต่แล้วเขาก็ลังเล ฉันจึงตัดสินใจช่วยผลักดันเขา
“คุณหนูเอาแต่ใจร้ายกาจเหลือเกินค่ะท่าน” ฉันตะโกนบอก “นิสัยเสียเหมือนเด็กไม่ได้รับการอบรมเลย ท่านรีบขี่ม้ากลับบ้านเถอะค่ะ ไม่อย่างนั้นเธอจะป่วยจนพวกเราต้องเสียใจกันหมด”
พ่อหนุ่มผู้อ่อนแอหันมองผ่านหน้าต่าง เขาไม่มีกำลังใจจะจากไป มากกว่าที่แมวจะยอมปล่อยหนูที่ถูกกัดจนปางตายหรือนกที่ถูกกินไปครึ่งตัวเสียอีก ฉันคิดในใจว่า เขาไม่รอดแน่ โชคชะตากำหนดไว้แล้ว และเขาก็กำลังพุ่งเข้าหาชะตากรรมนั้นจริงๆ เขาหันหลังกลับกะทันหัน รีบวิ่งเข้าบ้านและปิดประตูตามหลัง และเมื่อฉันเดินเข้าไปแจ้งในเวลาต่อมาว่าเอิร์นชอว์กลับมาบ้านในสภาพเมามายคลุ้มคลั่ง พร้อมจะพังบ้านให้ราบ (ซึ่งเป็นสภาพปกติของเขาเวลาเมา) ฉันก็พบว่าการทะเลาะกันครั้งนี้กลับทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น มันได้ทำลายกำแพงความขัดเขินในวัยเยาว์ และทำให้พวกเขาเลิกเสแสร้งว่าเป็นเพียงเพื่อน และยอมรับว่ารักกันในที่สุด
พอรู้ว่าคุณฮินด์ลีย์มาถึง ลินตันก็รีบควบม้าจากไป ส่วนแคทเธอรีนก็กลับเข้าห้องนอน ฉันรีบไปซ่อนตัวฮาเรตันตัวน้อย และนำลูกปรายออกจากปืนยิงนกของเจ้านาย เพราะเขามักจะชอบเล่นปืนเวลาคลุ้มคลั่ง ซึ่งเป็นอันตรายต่อทุกคนที่ไปยั่วโมโหหรือแม้แต่คนที่เขาหันมาสนใจมากเกินไป ฉันจึงคิดแผนที่จะเอาลูกปืนออก เพื่อให้เขาทำอันตรายได้น้อยลงหากเขาตัดสินใจลั่นไกจริงๆ

0 Comments