Chapter Index

    เขาพยายามจะเดินจากฉันไป แต่ฉันกลับกอดเขาไว้แน่นด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง

    “คุณหมายความว่ายังไงคะ” ฉันถามทันทีที่พอจะเปล่งเสียงได้ “ฉันเป็นของคุณ และจะเป็นของคุณคนเดียวเท่านั้น ฉันพูดหรือทำอะไรผิดไป ถึงต้องมาเจอคำพูดที่น่ากลัวแบบนี้”

    “เราต้องแยกทางกันนะ ยอดรัก” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “ไม่ใช่ความผิดของคุณเลย แต่มันคือโชคร้ายของผมเอง วาเลเรีย… คุณจะแต่งงานกับผู้ชายที่แม้แต่เพื่อนสนิทและคนที่คุณรักที่สุดยังระแวงได้อย่างไร ผมใช้ชีวิตที่โดดเดี่ยวและหม่นหมองมาตลอด ไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่เข้าใจ ให้ความอบอุ่น และเป็นเพื่อนคู่คิดได้เหมือนคุณเลย โอ… มันช่างเจ็บปวดเหลือเกินที่ต้องเสียคุณไป และต้องกลับไปใช้ชีวิตที่ไร้ใครเคียงข้างอีกครั้ง แต่ผมต้องยอมเสียสละเพื่อคุณ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจดหมายฉบับนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร คุณอาของคุณจะเชื่อผมไหม หรือเพื่อนๆ จะเชื่อผมหรือเปล่า ขอจูบลาเป็นครั้งสุดท้ายนะ วาเลเรีย ให้อภัยผมด้วยที่รักคุณ… รักอย่างบ้าคลั่งและทุ่มเทขนาดนี้ ให้อภัยผม แล้วปล่อยผมไปเถอะ”

    ฉันกอดเขาไว้แน่นอย่างไม่คิดชีวิต แววตาของเขาทำให้ฉันแทบเสียสติ และคำพูดเหล่านั้นก็เติมเต็มความสิ้นหวังจนฉันคลุ้มคลั่ง

    “คุณจะไปที่ไหน ฉันก็จะไปด้วย!” ฉันโพล่งออกไป “เพื่อนฝูงหรือชื่อเสียง ฉันไม่สนหรอกว่าต้องเสียอะไรไปบ้าง! ยูสเทซ ฉันเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง อย่าทำให้ฉันเป็นบ้าเลย ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ ฉันต้องได้เป็นภรรยาของคุณให้ได้!”

    นั่นคือคำพูดบ้าคลั่งทั้งหมดที่ฉันเค้นออกมาได้ ก่อนที่ความทุกข์และความเสียใจจะระเบิดออกมาเป็นเสียงสะอื้นและหยดน้ำตา

    ในที่สุดเขาก็ใจอ่อน เขาปลอบประโลมฉันด้วยน้ำเสียงอันมีเสน่ห์ และใช้สัมผัสที่อ่อนโยนดึงสติของฉันให้กลับคืนมา เขาอ้างฟ้าที่สว่างไสวเหนือเราเป็นพยานว่าเขาจะอุทิศทั้งชีวิตนี้ให้แก่ฉัน เขาให้คำมั่นสัญญาด้วยถ้อยคำที่หนักแน่นและซาบซึ้งว่า ทุกลมหายใจทั้งกลางวันและกลางคืน เขาจะพิสูจน์ตัวเองให้คู่ควรกับความรักของฉัน และเขาก็ทำตามสัญญานั้นอย่างสมเกียรติไม่ใช่หรือ? การหมั้นหมายในคืนที่น่าจดจำคืนนั้น นำไปสู่การครองคู่ที่แท้จริงหน้าแท่นพิธี พร้อมคำสาบานต่อหน้าพระเจ้า! อา… ชีวิตที่รอฉันอยู่ช่างงดงามเหลือเกิน ฉันมีความสุขยิ่งกว่ามนุษย์คนไหนจะจินตนาการได้

    ฉันเงยหน้าขึ้นจากอกของเขาอีกครั้ง เพื่อดื่มด่ำกับความสุขที่ได้เห็นเขาอยู่เคียงข้าง—เขาคือชีวิต คือความรัก คือสามี และเป็นของฉันเพียงคนเดียว!

    ในขณะที่ฉันยังไม่ทันตื่นจากความทรงจำอันตราตรึงในอดีตเพื่อกลับสู่ความจริงอันแสนหวานในปัจจุบัน ฉันแนบแก้มลงบนแก้มของเขาแล้วกระซิบแผ่วเบาว่า “โอ้ ฉันรักคุณเหลือเกิน รักคุณที่สุดเลย”

    แต่แล้วในวินาทีต่อมา ฉันก็ผละออกจากเขาด้วยความตกใจ หัวใจของฉันแทบหยุดเต้น ฉันยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้า ฉันรู้สึกถึงอะไรบนแก้มกันแน่? (ฉันไม่ได้ร้องไห้เสียหน่อย เพราะฉันมีความสุขเกินกว่าจะเสียน้ำตา) แล้วสิ่งที่สัมผัสได้บนแก้มคืออะไร? มันคือน้ำตา!

    เขายังคงเบือนหน้าหนี ฉันจึงใช้มือทั้งสองข้างบังคับให้เขาหันมาสบตา

    ฉันมองเขา และได้เห็นสามีของฉันในวันแต่งงานของเรา… ในวันที่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยน้ำตา

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
    Note