Chapter Index

    บทที่ 1

    ช่วงปลายฤดูร้อนปีนั้น เราอาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านที่มองเห็นแม่น้ำ ทุ่งราบ และภูเขาที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ในลำน้ำมีกรวดและโขดหินสีขาวโพลนยามต้องแสงแดด ส่วนสายน้ำที่ไหลผ่านร่องน้ำนั้นใสสะอาดและเชี่ยวกรากเป็นสีน้ำเงิน กองทหารเดินผ่านหน้าบ้านและเคลื่อนไปตามถนน ฝุ่นที่พวกเขาสร้างขึ้นปลิวมาเกาะตามใบไม้จนขาวโพลน แม้แต่ลำต้นของต้นไม้ก็เต็มไปด้วยฝุ่น ปีนั้นใบไม้ร่วงเร็วกว่าปกติ เราเห็นเหล่าทหารเดินทัพไปตามถนนท่ามกลางฝุ่นที่ฟุ้งกระจาย ใบไม้ปลิวว่อนตามแรงลมและร่วงหล่นลงมาขณะที่ทหารยังคงก้าวเดิน จนในที่สุดถนนสายนั้นก็เหลือเพียงความว่างเปล่าสีขาวโพลนที่มีเพียงใบไม้ร่วงหล่นอยู่ประปราย

    ทุ่งราบเต็มไปด้วยพืชพรรณธัญญาหารและสวนผลไม้นานาชนิด แต่พ้นจากทุ่งราบไป ภูเขากลับดูแห้งแล้งและมีสีน้ำตาล มีการสู้รบเกิดขึ้นบนภูเขาเหล่านั้น ในตอนกลางคืนเราจึงเห็นแสงวาบจากการยิงปืนใหญ่ ในความมืดมันดูเหมือนฟ้าแลบในฤดูร้อน แต่คืนเหล่านั้นอากาศกลับเย็นสบาย และไม่มีวี่แววว่าพายุจะเข้าเลย

    บางครั้งในความมืด เราจะได้ยินเสียงกองทหารเดินทัพผ่านใต้หน้าต่าง และเสียงปืนใหญ่ที่ถูกลากโดยรถแทรกเตอร์ ถนนในตอนกลางคืนพลุกพล่านไปด้วยล่อที่บรรทุกกล่องกระสุนไว้สองข้างอาน รถบรรทุกสีเทาที่ขนทหาร และรถบรรทุกอีกหลายคันที่คลุมผ้าใบซึ่งเคลื่อนตัวช้าๆ ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด ในตอนกลางวันจะมีปืนใหญ่กระบอกยักษ์ถูกลากด้วยรถแทรกเตอร์ ลำกล้องยาวๆ ถูกพรางด้วยกิ่งไม้สีเขียว และมีเถาวัลย์กับใบไม้ปกคลุมตัวรถแทรกเตอร์ไว้ หากมองไปทางเหนือข้ามหุบเขา จะเห็นป่าต้นเกาลัดและมีภูเขาอีกลูกตั้งอยู่ฝั่งนี้ของแม่น้ำ ภูเขาลูกนั้นก็มีการสู้รบกันเช่นกันแต่ไม่ประสบความสำเร็จ พอถึงฤดูใบไม้ร่วงเมื่อฝนตกลงมา ใบเกาลัดก็ร่วงจนหมด กิ่งก้านโกร๋นและลำต้นกลายเป็นสีดำเพราะเปียกฝน ไร่องุ่นก็ดูซูบซีดกิ่งก้านแห้งเหี่ยว ทั่วทั้งดินแดนเปียกชื้น กลายเป็นสีน้ำตาล และดูหม่นหมองไร้ชีวิตชีวาตามฤดูกาล มีหมอกปกคลุมเหนือแม่น้ำและเมฆครึ้มบนภูเขา รถบรรทุกสาดโคลนเลอะเทอะไปทั่วถนน เหล่าทหารในชุดคลุมเปียกโชกและเต็มไปด้วยโคลน ปืนไรเฟิลของพวกเขาเปียกปอน และภายใต้ชุดคลุมนั้น กล่องกระสุนหนังสีเทาสองใบที่คาดอยู่ด้านหน้าเข็มขัดซึ่งบรรจุคลิปกระสุนขนาด 6.5 มม. ไว้จนเต็มจนนูนออกมา ทำให้ทหารที่เดินผ่านไปบนถนนดูเหมือนคนท้องได้หกเดือน

    มีรถยนต์สีเทาคันเล็กๆ วิ่งผ่านไปด้วยความเร็วสูง ปกติจะมีนายทหารนั่งข้างคนขับและมีนายทหารคนอื่นๆ นั่งอยู่ที่เบาะหลัง รถพวกนี้สาดโคลนกระจายยิ่งกว่ารถบรรทุกเสียอีก และถ้ามีนายทหารคนหนึ่งที่ตัวเล็กมากนั่งอยู่ระหว่างนายพลสองคน จนมองไม่เห็นหน้า เห็นเพียงยอดหมวกและแผ่นหลังแคบๆ และถ้ารถคันนั้นวิ่งเร็วเป็นพิเศษ ก็เป็นไปได้ว่านั่นคือพระราชา พระองค์ประทับอยู่ที่เมืองอูดิเนและเสด็จออกมาตรวจตราสถานการณ์แบบนี้เกือบทุกวัน ซึ่งสถานการณ์ในตอนนั้นย่ำแย่มาก

    เมื่อเข้าสู่ต้นฤดูหนาว ฝนก็ตกต่อเนื่องไม่หยุด และพร้อมกับสายฝนนั้น โรคอหิวาตกโรคก็แพร่ระบาด แต่สุดท้ายก็สามารถควบคุมได้ โดยมีทหารเสียชีวิตจากโรคนี้ประมาณเจ็ดพันนาย

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
    Note