ตอนที่ 1
byสงครามศักดิ์สิทธิ์ที่พระเจ้าชัดดัยทรงทำกับดีอาโบลัส เพื่อทวงคืนมหานครแห่งโลก หรือ การสูญเสียและการชิงเมืองแมนโซลกลับคืนมา โดย จอห์น บันยัน
“เราได้ใช้คำอุปมา” (โฮเชยา 12:10)
คำนำ
ในปี ค.ศ. 1682 ดอร์แมน นิวแมน และเบนจามิน อัลซอป ได้ร่วมกันตีพิมพ์หนังสือชื่อว่า “สงครามศักดิ์สิทธิ์ (The Holy War)” ซึ่งเล่าเรื่องการที่พระเจ้าชัดดัยทรงทำสงครามกับดีอาโบลัสเพื่อทวงคืนมหานครแห่งโลก หรือการสูญเสียและการชิงเมืองแมนโซลกลับคืนมา ผลงานชิ้นนี้เขียนโดย จอห์น บันยัน ผู้ซึ่งก่อนหน้านั้นสิบหกปีได้เขียนเล่าเรื่องการต่อสู้ทางจิตวิญญาณของตนเองในชื่อ “พระคุณที่ล้นพ้นสำหรับหัวหน้าคนบาป (Grace abounding to the Chief of Sinners)” และเมื่อสี่ปีก่อนหน้าก็ได้สร้างสรรค์ผลงานชื่อ “การเดินทางของแสวงบุญ (The Pilgrim’s Progress)” ภาคแรกเอาไว้ หลังจากที่ “การเดินทางของแสวงบุญ” ได้รับการเผยแพร่ บันยันก็ได้เขียนเรื่อง “ชีวิตและความตายของนายแบดแมน (Life and Death of Mr. Badman)” ซึ่งเป็นการสะท้อนภาพชีวิตและนิสัยใจคอของคนอังกฤษในยุคนั้น อย่างสมจริงและตรงไปตรงมาที่สุด แต่ใน “สงครามศักดิ์สิทธิ์” บันยันได้กลับมาใช้การเล่าเรื่องแบบอุปมานิทัศน์อีกครั้ง ซึ่งในแง่ของวรรณกรรมแล้ว หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่า “การเดินทางของแสวงบุญ” เลย หากบันยันไม่ได้เขียนงานชิ้นอื่นเลย “สงครามศักดิ์สิทธิ์” เพียงเล่มเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้เขาได้รับการยอมรับในฐานะปรมาจารย์ด้านร้อยแก้วภาษาอังกฤษ และในแง่ของการปลุกจิตสำนึก หนังสือเล่มนี้ก็ทรงพลังไม่แพ้ “การเดินทางของแสวงบุญ” แม้ว่าในแง่ของการดึงดูดและตรึงความสนใจของผู้อ่านอาจจะทำได้ไม่ดีเท่าก็ตาม อย่างไรก็ตาม แมคอเลย์เคยกล่าวไว้ว่า หากโลกนี้ไม่มี “การเดินทางของแสวงบุญ” หนังสือ “สงครามศักดิ์สิทธิ์” นี่แหละที่จะกลายเป็นสุดยอดวรรณกรรมอุปมานิทัศน์ทางศาสนาเล่มแรกของโลก
ในการลงรายละเอียดของ “สงครามศักดิ์สิทธิ์” บันยันดูเหมือนจะนำประสบการณ์ส่วนตัวมาปรับใช้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างป้อมปราการของเมือง การเคลื่อนพลของกองกำลังที่ปะทะกัน หรือการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งบริหารในเมืองแมนโซล สิ่งเหล่านี้ล้วนจำลองมาจากเหตุการณ์ที่บันยันได้เห็นกับตาเมื่อไม่นานมานี้ เขาได้นำสิ่งเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ได้อย่างยอดเยี่ยมเพื่อนำเสนอทั้งหลักคำสอนเรื่องพระคุณ และการเผชิญกับสิ่งล่อใจในชีวิตคริสเตียน ตัวละครและเหตุการณ์ในเรื่องจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งนี่เองที่ทำให้เรื่องราวของเมืองแมนโซลยังคงความทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในทุกดินแดน “สงครามศักดิ์สิทธิ์” ถูกแปลเป็นหลายภาษา รวมถึงภาษาที่มีวรรณกรรมน้อยมากด้วย และในขณะที่กำลังเตรียมพิมพ์ฉบับนี้ ทางสมาคม Religious Tract Society ยังได้ให้ความช่วยเหลือในการพิมพ์ “สงครามศักดิ์สิทธิ์” เป็นภาษากองโกอีกด้วย
เอ. อาร์. บัคแลนด์
ถึงผู้อ่าน

0 Comments