Chapter Index

    บทที่ 3 การตื่นรู้

    แต่วอร์มมิ่งคิดผิด เพราะการตื่นรู้ได้เกิดขึ้นจริง

    ตัวตนของมนุษย์เราช่างเป็นสิ่งที่ซับซ้อนอย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งที่ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งเดียว ใครเล่าจะแกะรอยการประกอบร่างสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ได้ในทุกเช้าที่เราลืมตาตื่น ปัจจัยนับไม่ถ้วนที่ไหลบ่าและหลอมรวมกัน ถักทอและสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ เริ่มจากความรู้สึกไหวติงจางๆ ของจิตวิญญาณ การเติบโตและสังเคราะห์จากจิตใต้สำนึกลึกๆ ขึ้นมาสู่ระดับที่รับรู้ได้ จนกระทั่งในที่สุดเราก็จำได้ว่าตัวเองเป็นใคร และสิ่งที่เกิดขึ้นกับเกรแฮมหลังจากการหลับใหลอันยาวนานก็ไม่ต่างจากที่คนส่วนใหญ่เป็นหลังตื่นนอน ความรู้สึกเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นกลุ่มหมอกสลัวๆ ท่ามกลางความหม่นหมอง เขารู้สึกตัวลางๆ ว่าตนเองอยู่ที่ไหนสักแห่ง ในสภาพนอนราบ อ่อนแรง แต่ยังมีชีวิตอยู่

    การเดินทางกลับคืนสู่ตัวตนดูเหมือนจะต้องข้ามผ่านหุบเหวอันกว้างใหญ่และใช้เวลานานนับยุคสมัย ความฝันอันยิ่งใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นความจริงอันน่าสะพรึงกลัว ทิ้งไว้เพียงความทรงจำที่คลุมเครือและน่าสับสน ทั้งสิ่งมีชีวิตประหลาดและทัศนียภาพแปลกตา ราวกับมาจากดาวดวงอื่น นอกจากนี้เขายังมีความรู้สึกติดค้างเกี่ยวกับบทสนทนาสำคัญบางอย่าง และชื่อหนึ่ง—ซึ่งเขาจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร—ที่วนเวียนกลับมาซ้ำๆ รวมถึงความรู้สึกประหลาดที่เลือนหายไปนานในเส้นเลือดและกล้ามเนื้อ ความรู้สึกของการพยายามอย่างยิ่งยวดแต่ไร้ความหวัง เหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำในความมืดมิด จากนั้นภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่สว่างจ้าและปนเปกันก็หลั่งไหลเข้ามาเป็นฉากๆ

    เกรแฮมเริ่มรู้สึกตัวว่าเขาลืมตาขึ้น และกำลังมองบางสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคย

    มันคืออะไรบางอย่างสีขาว เป็นขอบของสิ่งของ และเป็นโครงไม้ เขาขยับศีรษะเล็กน้อย มองตามแนวของรูปทรงนั้นซึ่งทอดยาวขึ้นไปพ้นระดับสายตา เขาพยายามนึกว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่มันสำคัญด้วยหรือในเมื่อเขารู้สึกย่ำแย่ถึงเพียงนี้ ความคิดของเขาถูกปกคลุมด้วยความหดหู่มืดมน เป็นความทุกข์ระทมที่ไร้รูปทรงเหมือนคนที่ตื่นขึ้นมาในช่วงใกล้รุ่ง เขาแว่วเสียงกระซิบและเสียงฝีเท้าที่รีบเดินห่างออกไปอย่างไม่แน่ชัด

    เพียงแค่ขยับศีรษะ เขาก็รับรู้ได้ถึงความอ่อนแอทางร่างกายอย่างรุนแรง เขาเดาว่าตัวเองน่าจะนอนอยู่ในโรงแรมที่หมู่บ้านในหุบเขา แต่เขานึกไม่ออกว่ามีขอบสีขาวแบบนี้ด้วย เขาคงจะหลับไป ตอนนี้เขานึกออกแล้วว่าเขาอยากจะนอน เขาจำภาพหน้าผาและน้ำตกได้ และจำได้ลางๆ ว่าได้คุยกับคนที่เดินผ่านไปมา

    เขาหลับไปนานแค่ไหนแล้ว? เสียงฝีเท้าที่เดินเร็วๆ นั่นคืออะไร? และเสียงที่ดังขึ้นลงเป็นจังหวะเหมือนเสียงคลื่นกระทบโขดหินนั่นล่ะ? เขาเอื้อมมืออันอ่อนแรงไปหยิบนาฬิกาบนเก้าอี้ตามความเคยชิน แต่กลับสัมผัสได้ถึงพื้นผิวเรียบแข็งคล้ายแก้ว สิ่งที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้เขาตกใจอย่างมาก เขาพลิกตัวกะทันหัน จ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยายามยันตัวขึ้นนั่ง ซึ่งมันยากกว่าที่คิดจนทำให้เขารู้สึกเวียนหัว อ่อนแรง และตกตะลึง

    เขาขยี้ตา แม้สภาพแวดล้อมจะน่าสับสนจนเป็นปริศนา แต่จิตใจของเขากลับปลอดโปร่ง เห็นได้ชัดว่าการนอนหลับครั้งนี้ส่งผลดีต่อเขา เขาไม่ได้นอนอยู่บนเตียงในความหมายที่เขาเข้าใจ แต่กำลังนอนเปลือยกายอยู่บนฟูกที่นุ่มและยืดหยุ่นมาก ภายในรางแก้วสีเข้ม ฟูกนั้นโปร่งแสงบางส่วน ซึ่งทำให้เขารู้สึกไม่มั่นคงอย่างประหลาด และด้านล่างของฟูกก็เป็นกระจกเงาที่สะท้อนภาพตัวเขาเป็นสีเทาๆ ที่แขนของเขา—และเขาต้องตกใจเมื่อเห็นว่าผิวหนังของตนแห้งและเหลืองอย่างน่าประหลาด—มีอุปกรณ์ยางประหลาดรัดอยู่ มันถูกรัดไว้อย่างประณีตจนดูเหมือนจะฝังเข้าไปในผิวหนังทั้งด้านบนและด้านล่าง และเตียงประหลาดนี้ถูกวางอยู่ในตู้แก้วสีเขียว (ตามที่เขาเห็น) โดยมีคานของโครงสีขาวซึ่งเป็นสิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาของเขา ที่มุมตู้มีแท่นวางอุปกรณ์แวววาวที่สร้างขึ้นอย่างละเอียดลออ ส่วนใหญ่เป็นเครื่องมือที่เขาไม่รู้จัก แต่เขาสังเกตเห็นเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิสูงสุด-ต่ำสุดได้

    สีเขียวจางๆ ของวัสดุคล้ายแก้วที่ล้อมรอบตัวเขาทำให้มองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหลังไม่ชัดเจนนัก แต่เขารับรู้ได้ว่ามันคือห้องโถงขนาดใหญ่ที่ดูหรูหรา และมีซุ้มประตูสีขาวบานใหญ่เรียบๆ อยู่ตรงหน้า ใกล้กับผนังของตู้แก้วมีเฟอร์นิเจอร์ตั้งอยู่ มีโต๊ะที่คลุมด้วยผ้าสีเงินวาวเหมือนเกล็ดปลา เก้าอี้ทรงสวยสองตัว และบนโต๊ะมีจานหลายใบที่มีอาหารวางกองอยู่ พร้อมขวดหนึ่งใบและแก้วสองใบ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกหิวอย่างรุนแรง

    เมื่อไม่เห็นใครอยู่ในบริเวณนั้น หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตะเกียกตะกายลงจากฟูกโปร่งแสงและพยายามยืนบนพื้นสีขาวสะอาดของห้องเล็กๆ แห่งนี้ ทว่าเขาประเมินกำลังตัวเองผิด เขาเซถลาและใช้มือยันแผ่นแก้วตรงหน้าเพื่อพยุงตัว ในตอนแรกมันต้านมือเขาและบุบออกไปเหมือนลูกโป่งที่ถูกเป่าจนตึง จากนั้นมันก็แตกออกด้วยเสียงดังเบาๆ และหายวับไปเหมือนฟองสบู่ที่ถูกเข็มจิ้ม เขาถลาออกไปสู่พื้นที่กว้างของห้องโถงด้วยความตกใจอย่างยิ่ง เขาคว้าโต๊ะไว้เพื่อพยุงตัวจนทำแก้วใบหนึ่งตกพื้น แต่มันส่งเสียงกังวานโดยไม่แตก จากนั้นเขาก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อาร์มแชร์

    เมื่อเริ่มตั้งสติได้ เขาจึงรินของเหลวจากขวดใส่แก้วที่เหลือแล้วดื่มเข้าไป มันเป็นของเหลวไม่มีสีแต่ไม่ใช่ตัวน้ำ มีกลิ่นและรสหอมอ่อนๆ ที่น่าพึงพอใจ และให้ความรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าในทันที เขาวางแก้วลงแล้วมองไปรอบๆ

    เมื่อไม่มีแผ่นแก้วสีเขียวมากั้น ห้องโถงแห่งนี้ก็ยิ่งดูโอ่อ่าและกว้างขวางขึ้นไปอีก ซุ้มประตูที่เขาเห็นนำไปสู่บันไดที่ทอดลงด้านล่างโดยไม่มีประตู กั้นสู่ทางเดินแนวยาวที่กว้างขวาง ทางเดินนี้ขนาบข้างด้วยเสาขัดเงาที่ทำจากวัสดุสีน้ำเงินเข้มมีลายเส้นสีขาว และตลอดทางเดินนั้นมีเสียงการเคลื่อนไหวของมนุษย์ เสียงพูดคุย และเสียงหึ่งๆ ที่ดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย เขานั่งฟังอย่างตั้งใจในสภาพที่ตื่นเต็มตา จนลืมอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า

    ทันใดนั้นเขาก็ฉุกคิดได้ว่าตัวเองเปลือยกายอยู่ เขาจึงรีบมองหาอะไรมาปกปิด และเห็นเสื้อคลุมยาวสีดำพาดอยู่บนเก้าอี้ข้างตัว เขาจึงรีบนำมาพันรอบกายแล้วนั่งลงอีกครั้งด้วยอาการตัวสั่น

    ในใจของเขายังคงเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย เห็นได้ชัดว่าเขาหลับไปและถูกย้ายมาที่นี่ในขณะที่หลับ แต่ที่นี่คือที่ไหน? และผู้คนเหล่านั้นที่อยู่ไกลออกไปหลังเสาสีน้ำเงินเข้มคือใคร? หรือว่าจะเป็นบอสคาสเซิล? เขารินของเหลวไม่มีสีนั้นมาดื่มอีกแก้ว

    สถานที่แห่งนี้คือที่ไหนกัน? สถานที่ที่ประสาทสัมผัสของเขารู้สึกได้ว่ามันสั่นไหวเบาๆ ราวกับสิ่งมีชีวิต เขามองไปรอบๆ ห้องที่สะอาดและสวยงามซึ่งปราศจากการตกแต่งที่ฟุ่มเฟือย และเห็นว่าเพดานมีช่องวงกลมที่แสงสว่างส่องลงมา และในขณะที่เขามองอยู่ ก็มีเงาขนาดใหญ่เคลื่อนผ่านบดบังแสงนั้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เงาที่กวาดผ่านไปมานั้นส่งเสียง "ตึก ตึก" ผสมโรงไปกับความวุ่นวายที่แผ่วเบาในอากาศ

    เขาอยากจะตะโกนเรียก แต่มีเพียงเสียงแหบพร่าเล็กน้อยที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอ เขาจึงลุกขึ้นและเดินตรงไปยังซุ้มประตูด้วยย่างก้าวที่ไม่มั่นคงราวกับคนเมา เขาเซลงบันไดและสะดุดชายเสื้อคลุมสีดำที่พันตัวอยู่ จนต้องรีบคว้าเสาสีน้ำเงินต้นหนึ่งไว้เพื่อไม่ให้ล้ม

    ทางเดินทอดยาวผ่านทัศนียภาพสีน้ำเงินและม่วงที่ให้ความรู้สึกเย็นสบาย และไปสิ้นสุดที่พื้นที่กั้นราวคล้ายระเบียงซึ่งมีแสงไฟสว่างจ้า ยื่นออกไปสู่พื้นที่ที่เต็มไปด้วยหมอกควัน ราวกับอยู่ภายในอาคารขนาดยักษ์ เบื้องหน้าไกลออกไปคือรูปทรงทางสถาปัตยกรรมที่ใหญ่โตและเลือนลาง เสียงอึกทึกของผู้คนดังชัดเจนขึ้น บนระเบียงนั้นมีร่างสามร่างหันหลังให้เขา กำลังพูดคุยกันอย่างออกรสและใช้ท่าทางประกอบ พวกเขาแต่งกายหรูหราด้วยชุดหลวมๆ สีสันสดใสและนุ่มนวล เสียงของผู้คนจำนวนมหาศาลดังระงมขึ้นมาถึงระเบียง มีบางจังหวะที่ดูเหมือนยอดธงจะพัดผ่านไป และบางครั้งก็มีวัตถุสีสันสดใส—อาจจะเป็นหมวกหรือเสื้อผ้าสีฟ้าอ่อน—ถูกโยนขึ้นไปในอากาศแล้วตกลงมา เสียงตะโกนนั้นฟังดูเหมือนภาษาอังกฤษ และมีการย้ำคำว่า "ตื่น!" ซ้ำๆ เขาได้ยินเสียงกรีดร้องแหลมๆ ที่ไม่ชัดเจน และทันใดนั้นชายทั้งสามคนก็ระเบิดหัวเราะออกมา

    "ฮ่า ฮ่า ฮ่า!" ชายผมแดงในชุดคลุมสั้นสีม่วงหัวเราะ "เมื่อผู้หลับใหลตื่นขึ้น—เมื่อไหร่กัน!"

    เขาหันสายตาที่เต็มไปด้วยความขบขันกลับมาตามทางเดิน ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป ทั้งตัวแข็งทื่อ ชายอีกสองคนหันมาตามเสียงอุทานและยืนนิ่งสนิท ใบหน้าของพวกเขาเปลี่ยนเป็นความตระหนก และค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความยำเกรง

    ทันใดนั้น เข่าของเกรแฮมก็ทรุดลง แขนที่ยันเสาอยู่ร่วงหล่นอย่างไร้เรี่ยวแรง เขาเซไปข้างหน้าและล้มหน้าคว่ำลงกับพื้น

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
    Note