ตอนที่ 5
byบทที่ 3
มุมมองต่อราคาในการซื้อหนังสือ
จากที่กล่าวมาทั้งหมด เราสามารถสรุปประเด็นสำคัญที่น่าสนใจได้ข้อหนึ่ง ซึ่งผมเชื่อว่าหลายคนอาจไม่เห็นด้วยนัก นั่นคือ ราคาที่แพงไม่ควรเป็นอุปสรรคในการซื้อหนังสือเลย หากเรามีเงินเพียงพอที่จะจ่าย เว้นแต่ว่าเราต้องการดัดหลังคนขายที่หน้าเลือด หรือรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ เพราะหากสิ่งที่มีค่าที่สุดในหนังสือคือ "ปัญญา" ซึ่งเป็นขุมทรัพย์อันไร้ขีดจำกัดของมนุษยชาติ และหากคุณค่าของหนังสือมีมากมายจนบรรยายไม่ได้อย่างที่ผมได้ปูพื้นไว้ก่อนหน้า แล้วเราจะบอกว่าการซื้อสิ่งที่มีคุณค่ามหาศาลเช่นนี้เป็นเรื่อง "แพง" ได้อย่างไร? ด้วยเหตุนี้ เราจึงควรยินดีที่จะซื้อหนังสือและเสียดายที่จะขายมัน เหมือนที่กษัตริย์โซโลมอนผู้ปรีชาสามารถได้เตือนเราไว้ในหนังสือสุภาษิต (Proverbs) ว่า จงซื้อความจริง และอย่าขายปัญญา
แต่แทนที่จะใช้เพียงวาทศิลป์หรือตรรกะในการโน้มน้าว ผมขอพิสูจน์เรื่องนี้ด้วยตัวอย่างจากประวัติศาสตร์ อริสโตเติล (Aristotle) มหาปราชญ์ที่อาเวอโรเอส (Averroes) ยกย่องว่าเป็นดั่งกฎแห่งธรรมชาติ เคยทุ่มเงินถึง 72,000 เซสเทอร์เซส เพื่อซื้อหนังสือไม่กี่เล่มของสปิวสิปปัส (Speusippus) ทันทีหลังจากที่เขาเสียชีวิต ส่วนเพลโต (Plato) ผู้มาก่อนในด้านเวลาแต่ตามหลังในด้านการเรียนรู้ ก็เคยซื้อหนังสือของฟิโลลอส (Philolaus) นักคิดกลุ่มพีทาโกรัส ซึ่งว่ากันว่าเป็นแหล่งข้อมูลในการเขียนเรื่อง ไทเมียส (Timaeus) ในราคา 10,000 ดีนารี ตามที่เอาลุส เกลลิอุส (Aulus Gellius) บันทึกไว้ในหนังสือ น็อคเทส อัตติแค (Noctes Atticae) ซึ่งเกลลิอุสเล่าเรื่องนี้เพื่อให้คนเขลาได้ตระหนักว่า ผู้รู้เขามองข้ามเรื่องเงินทองไปได้ไกลแค่ไหนเมื่อเทียบกับคุณค่าของหนังสือ
ในทางกลับกัน เพื่อให้เห็นว่าความโง่เขลามักมาคู่กับความจองหอง ผมขอเล่าเรื่องความเขลาของทาร์ควินผู้โอหัง (Tarquin the Proud) ที่ดูแคลนหนังสือ ซึ่งเกลลิอุสได้บันทึกไว้เช่นกัน เรื่องมีอยู่ว่า มีหญิงชรานิรนามคนหนึ่งเดินทางมาพบทาร์ควิน กษัตริย์องค์ที่เจ็ดแห่งโรม เพื่อเสนอขายหนังสือ 9 เล่ม ซึ่งเธอบอกว่าบรรจุคำพยากรณ์ศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ แต่เธอเรียกราคาแพงมหาศาลจนกษัตริย์ถึงกับด่าว่าเธอเป็นบ้า หญิงชราโกรธจัดจึงโยนหนังสือ 3 เล่มแรกเข้ากองไฟทันที แต่ยังคงเรียกราคาเดิมสำหรับเล่มที่เหลือ เมื่อกษัตริย์ปฏิเสธ เธอก็โยนหนังสืออีก 3 เล่มลงกองไฟไปอีก และยังคงยืนยันราคาเดิมสำหรับ 3 เล่มสุดท้าย ในที่สุดทาร์ควินที่ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ก็ยอมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อหนังสือเพียง 3 เล่ม ในราคาที่ตอนแรกเขาสามารถซื้อได้ถึง 9 เล่ม หลังจากนั้นหญิงชราก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
หนังสือเหล่านี้คือ หนังสือแห่งไซบิล (Sibylline books) ซึ่งชาวโรมันใช้เป็นคำพยากรณ์ศักดิ์สิทธิ์ผ่านคณะผู้ดูแลที่เรียกว่า ควินเดเซมไวร์ (Quindecemvirs) และเชื่อกันว่านี่คือจุดเริ่มต้นของคณะกรรมการชุดนี้ การกระทำที่เด็ดเดี่ยวของไซบิลต้องการสอนอะไรกษัตริย์ผู้จองหองคนนี้? คำตอบก็คือ หนังสืออันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นภาชนะบรรจุปัญญา มีคุณค่าเกินกว่าที่มนุษย์จะประเมินได้ และเหมือนที่เกรกอรี (Gregory) กล่าวถึงอาณาจักรแห่งสวรรค์ว่า สิ่งเหล่านี้มีค่าคู่ควรกับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณมี

0 Comments