บทที่ 2 – อดัมและเอวาหมดสติเมื่อต้องจากสวนสวรรค์ และพระเจ้าทรงส่งพระวจนะมาปลอบประโลม

    เมื่ออดัมและเอวาก้าวพ้นเขตสวนสวรรค์ ทั้งสองเดินไปบนพื้นดินด้วยความมึนงงจนแทบไม่รู้ตัวว่ากำลังก้าวเดินอยู่

    แต่พอมาถึงบริเวณประตูทางออกและได้เห็นโลกกว้างที่ทอดตัวอยู่เบื้องหน้า ซึ่งเต็มไปด้วยก้อนหินน้อยใหญ่และผืนทราย ทั้งคู่ก็เกิดความหวาดกลัวจนตัวสั่นและทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความตระหนก ราวกับร่างที่ไร้วิญญาณ

    นั่นเป็นเพราะที่ผ่านมาพวกเขาอาศัยอยู่ในสวนที่สวยงามและเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ แต่ตอนนี้กลับต้องมาอยู่ในดินแดนแปลกถิ่นที่ไม่เคยเห็นและไม่รู้จักมาก่อน อีกทั้งในยามที่อยู่ในสวน พวกเขาถูกเติมเต็มด้วยพระคุณแห่งธรรมชาติอันสว่างไสว ใจจึงไม่เคยผูกพันกับเรื่องทางโลก

    ด้วยความเมตตา เมื่อพระเจ้าทรงเห็นทั้งสองล้มลงอยู่หน้าประตูสวน จึงทรงส่งพระวจนะมายังอดัมและเอวา เพื่อพยุงให้ทั้งคู่ลุกขึ้นจากสภาวะอันสิ้นหวังนั้น

    บทที่ 3 – คำสัญญาเรื่องห้าวันครึ่ง

    พระเจ้าตรัสกับอดัมว่า "เราได้กำหนดวันและปีไว้บนโลกนี้ เจ้าและลูกหลานของเจ้าจะต้องใช้ชีวิตและดำเนินไปตามกาลเวลานั้น จนกว่าวันและปีที่กำหนดไว้จะสิ้นสุดลง เมื่อนั้นเราจะส่งพระวจนะผู้สร้างเจ้า ผู้ซึ่งเจ้าได้ล่วงละเมิด พระวจนะองค์เดียวกันที่ทำให้เจ้าต้องออกจากสวน และเป็นผู้ที่พยุงเจ้าให้ลุกขึ้นในยามที่เจ้าล้มลง"

    "ใช่แล้ว พระวจนะองค์นี้แหละที่จะกลับมาช่วยเจ้าอีกครั้ง เมื่อเวลาห้าวันครึ่งสิ้นสุดลง"

    เมื่ออดัมได้ยินคำตรัสของพระเจ้าเรื่อง "ห้าวันครึ่ง" เขากลับไม่เข้าใจความหมาย เพราะเขาคิดว่าโลกนี้จะเหลือเวลาอีกเพียงห้าวันครึ่งเท่านั้นก่อนจะถึงวันสิ้นโลก อดัมจึงร้องไห้และอ้อนวอนขอให้พระเจ้าช่วยอธิบายให้ชัดเจน

    ด้วยความเมตตาต่ออดัมซึ่งถูกสร้างขึ้นตามพระฉายาของพระองค์ พระเจ้าจึงทรงอธิบายว่า "ห้าวันครึ่ง" นั้น แท้จริงแล้วหมายถึง 5,500 ปี และในเวลานั้นจะมีผู้หนึ่งเสด็จมาเพื่อช่วยเขาและลูกหลานให้รอดพ้น

    อันที่จริง พระเจ้าเคยทำพันธสัญญาในลักษณะนี้กับอดัมมาก่อนที่จะออกจากสวน ในตอนที่เขาอยู่ใกล้ต้นไม้ที่เอวาเด็ดผลไม้มากินและส่งให้เขากินนั่นเอง

    เมื่ออดัมก้าวออกจากสวนและเดินผ่านต้นไม้ต้นนั้น เขาเห็นว่าพระเจ้าทรงเปลี่ยนรูปลักษณ์ของมันจนเหี่ยวเฉา อดัมเกิดความกลัวจนตัวสั่นและล้มลง แต่พระเจ้าผู้เมตตาทรงพยุงเขาขึ้นและทำพันธสัญญาฉบับนี้กับเขา

    ต่อมา เมื่ออดัมอยู่บริเวณประตูสวนและเห็นเครูบถือดาบเพลิงที่ส่องประกายวาววับ อีกทั้งเครูบยังแสดงท่าทางโกรธเกรี้ยวและขมวดคิ้วใส่ ทั้งอดัมและเอวาต่างหวาดกลัวจนคิดว่าตนจะถูกฆ่า ทั้งคู่จึงหมอบลงกับพื้นด้วยความตัวสั่นเทา

    ทว่าเครูบกลับรู้สึกสงสารและเมตตาเขา จึงหันหลังกลับขึ้นไปยังสวรรค์เพื่อทูลขอพระเจ้าว่า "ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงส่งข้าพระองค์มาเฝ้าประตูสวนด้วยดาบเพลิง แต่เมื่อผู้รับใช้ของพระองค์ คืออดัมและเอวาเห็นข้าพระองค์ ทั้งสองก็หมอบลงกับพื้นราวกับคนตาย ข้าพระองค์ควรจะทำอย่างไรกับผู้รับใช้ของพระองค์ดี"

    พระเจ้าทรงเมตตาและประทานความกรุณา จึงทรงส่งทูตสวรรค์มาเฝ้าสวนแห่งนี้แทน และพระวจนะของพระเจ้าก็ได้มาถึงอดัมและเอวาเพื่อพยุงให้ทั้งคู่ลุกขึ้น

    พระเจ้าตรัสกับอดัมว่า "เราบอกเจ้าแล้วว่า เมื่อครบกำหนดห้าวันครึ่ง เราจะส่งพระวจนะมาช่วยเจ้า ดังนั้น จงเข้มแข็งและอาศัยอยู่ในถ้ำแห่งขุมทรัพย์ตามที่เราได้บอกเจ้าไว้"

    เมื่ออดัมได้ยินคำตรัสนี้ เขาก็รู้สึกอบอุ่นใจและมีความหวัง เพราะพระเจ้าทรงสัญญาว่าจะช่วยเขาให้รอดพ้นในที่สุด

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
    Note