ตอนที่ 4
byขณะที่คริสเตียนกำลังเดินอยู่เพียงลำพัง เขาก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งเดินข้ามทุ่งตรงมาหา และทั้งคู่ก็มาพบกันพอดี ชายผู้นั้นชื่อว่าคุณเวิลด์ลี ไวส์แมน (Mr. Worldly Wiseman) อาศัยอยู่ในเมืองคาร์นัล พอลลิซี (Carnal Policy) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่และอยู่ไม่ไกลจากบ้านเกิดของคริสเตียนนัก คุณไวส์แมนพอจะรู้เรื่องของคริสเตียนมาบ้าง เพราะข่าวการเดินทางออกจากเมืองแห่งการทำลายล้าง (City of Destruction) ของเขานั้นเลื่องลือไปทั่ว ไม่ใช่แค่ในเมืองที่เขาอยู่ แต่ลามไปถึงเมืองอื่นๆ ด้วย เมื่อคุณไวส์แมนเห็นท่าทางที่ดูเหนื่อยล้า ได้ยินเสียงถอนหายใจและเสียงคร่ำครวญของคริสเตียน จึงเดาได้ทันทีว่าเป็นใคร และเริ่มชวนคุย
"ว่าไงเพื่อน เดินแบกภาระหนักอึ้งแบบนั้นจะไปไหนล่ะ?" คุณไวส์แมนถาม
"หนักมากจริงๆ ครับ ผมว่าคงไม่มีใครทุกข์ใจเท่าผมอีกแล้ว" คริสเตียนตอบ "ที่คุณถามว่าผมจะไปไหน ผมกำลังจะไปที่ประตูเล็กๆ ตรงโน้นครับ เพราะมีคนบอกผมว่า ที่นั่นจะมีทางช่วยให้ผมหลุดพ้นจากภาระอันหนักอึ้งนี้ได้"
"คุณมีลูกมีเมียไหม?"
"มีครับ แต่เพราะภาระที่แบกไว้นี้ ทำให้ผมไม่มีความสุขกับพวกเขาเหมือนเมื่อก่อนเลย รู้สึกเหมือนว่าผมไม่มีครอบครัวด้วยซ้ำ"
"ถ้าผมจะให้คำแนะนำ คุณจะฟังไหม?"
"ถ้าเป็นคำแนะนำที่ดี ผมยินดีฟังครับ เพราะตอนนี้ผมต้องการคำแนะนำที่ดีจริงๆ"
"ถ้าอย่างนั้น ผมแนะนำให้คุณรีบกำจัดภาระนี้ทิ้งให้เร็วที่สุด เพราะถ้ายังแบกมันไว้ ใจคุณจะไม่มีวันสงบ และคุณจะไม่มีทางได้รับพรที่พระเจ้าประทานให้ได้อย่างเต็มที่เลย"
"นั่นแหละครับคือสิ่งที่ผมต้องการ คือการหลุดพ้นจากภาระนี้ แต่ผมเอาออกเองไม่ได้ และในบ้านเกิดของผมก็ไม่มีใครช่วยเอาออกได้ ผมจึงต้องเดินทางมาทางนี้อย่างที่บอกคุณ เพื่อหาทางกำจัดมันทิ้งเสีย"
"แล้วใครบอกให้คุณมาทางนี้เพื่อเอาภาระออกล่ะ?"
"ชายคนหนึ่งที่ดูภูมิฐานและน่าเคารพมากครับ ถ้าจำไม่ผิดเขาชื่อว่า อีแวนเจลิสต์ (Evangelist)"
"ให้ตายเถอะ คำแนะนำของเขามันแย่สิ้นดี!" คุณไวส์แมนอุทาน "ไม่มีทางไหนในโลกที่จะอันตรายและลำบากไปกว่าทางที่เขาบอกคุณอีกแล้ว ถ้าคุณดื้อดึงเดินตามคำแนะนำของเขา คุณจะได้รู้ซึ้งเอง ดูจากคราบโคลนจากปลักแห่งความสิ้นหวัง (Slough of Despond) ที่ติดตัวคุณอยู่ก็น่าจะรู้ว่าคุณเจออะไรมาบ้าง แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความทุกข์ระทมสำหรับคนที่เลือกเดินเส้นทางนั้น ฟังผมนะ ผมอาบน้ำร้อนมาก่อน คุณจะต้องเจอกับความเหนื่อยยาก ความเจ็บปวด ความหิวโหย อันตราย ความอดอยาก ต้องเผชิญกับคมดาบ สิงโต มังกร ความมืดมิด หรือพูดง่ายๆ คือความตายและอะไรต่อมิอะไรอีกสารพัด! เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องจริง มีพยานยืนยันมากมาย แล้วทำไมคุณถึงยอมเสี่ยงชีวิตเพียงเพราะเชื่อคำพูดของคนแปลกหน้าล่ะ?"
"แต่คุณครับ ภาระบนหลังของผมนี้มันน่ากลัวยิ่งกว่าทุกอย่างที่คุณพูดมาเสียอีก ผมไม่สนหรอกว่าระหว่างทางจะต้องเจอกับอะไร ขอแค่ให้ผมหลุดพ้นจากภาระนี้ได้ก็พอ"
"แล้วคุณไปเอาภาระนี้มาจากไหนตั้งแต่แรก?"
"มาจากการอ่านหนังสือเล่มนี้ในมือผมครับ"
"ผมว่าแล้ว" คุณไวส์แมนตอบ "คุณก็เหมือนกับคนอ่อนแอคนอื่นๆ ที่พยายามยุ่งกับเรื่องที่สูงเกินตัว จนทำให้จิตใจฟุ้งซ่าน ซึ่งความฟุ้งซ่านนี้ไม่เพียงแต่ทำให้คนเสียศูนย์เหมือนที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้ แต่ยังทำให้ต้องดิ้นรนเสี่ยงอันตรายเพื่อไขว่คว้าในสิ่งที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร"
"ผมรู้ครับว่าผมต้องการอะไร ผมต้องการความสบายจากภาระอันหนักอึ้งนี้"
"แต่จะดันทุรังหาความสบายในทางที่อันตรายแบบนี้ไปทำไม? ถ้าคุณยอมฟังผม ผมสามารถชี้ทางให้คุณได้สิ่งที่ต้องการโดยไม่ต้องเสี่ยงอันตรายแบบนั้น แถมวิธีแก้ยังอยู่ใกล้แค่เอื้อม ยิ่งกว่านั้น แทนที่จะต้องเจอเรื่องร้ายๆ คุณจะได้พบกับความปลอดภัย มิตรภาพ และความสุขสบายแทน"
"ได้โปรดบอกความลับนี้แก่ผมด้วยเถอะครับ"
"ในหมู่บ้านโน้น ชื่อว่าหมู่บ้านมอราลิตี้ (Morality) มีสุภาพบุรุษคนหนึ่งชื่อว่า เลกาลิตี้ (Legality) เขาเป็นคนฉลาดและมีชื่อเสียงดีมาก มีความเชี่ยวชาญในการช่วยผู้คนเอาภาระแบบที่คุณแบกอยู่ออกไปจากบ่า เท่าที่ผมรู้ เขาช่วยคนมาได้มากมาย แถมยังรักษาคนที่สติฟั่นเฟือนเพราะความเครียดจากภาระได้ด้วย คุณไปหาเขาแล้วจะได้รับความช่วยเหลือทันที บ้านของเขาอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ถึงไมล์ และถ้าเขาไม่อยู่บ้าน เขาก็มีลูกชายชื่อว่า ซิวิลิตี้ (Civility) ซึ่งเก่งพอๆ กับพ่อเลย ที่นั่นคุณจะหลุดพ้นจากภาระ และถ้าคุณไม่อยากกลับไปอยู่ที่เดิม ซึ่งผมก็ไม่แนะนำให้กลับไป คุณก็แค่ส่งจดหมายเรียกภรรยาและลูกๆ มาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ มีบ้านว่างราคาถูกให้เช่า อาหารการกินก็ราคาถูกและคุณภาพดี และที่สำคัญที่สุดคือ คุณจะได้อยู่ท่ามกลางเพื่อนบ้านที่ซื่อสัตย์ มีหน้ามีตา และใช้ชีวิตได้อย่างสง่างาม"
คริสเตียนเริ่มลังเล แต่แล้วเขาก็คิดว่าถ้าสิ่งที่ชายคนนี้พูดเป็นความจริง การเชื่อคำแนะนำนี้ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด เขาจึงถามออกไปว่า
"คุณครับ ทางไปบ้านของชายผู้ใจดีคนนั้นไปทางไหนครับ?"
"เห็นเนินเขาลูกโน้นไหม?"
"เห็นครับ เห็นชัดเลย"
"เดินเลาะไปตามเนินเขานั้น บ้านหลังแรกที่คุณเจอคือบ้านของเขา"
คริสเตียนจึงเปลี่ยนเส้นทาง มุ่งหน้าไปยังบ้านของคุณเลกาลิตี้เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่พอเดินไปถึงใกล้เนินเขา เขากลับพบว่ามันสูงชันมาก และหน้าผาที่ยื่นออกมาเหนือทางเดินนั้นดูน่ากลัวจนเขาไม่กล้าเดินต่อ เพราะกลัวว่าหินจะถล่มลงมาทับหัว เขาจึงหยุดชะงักด้วยความไม่รู้จะทำอย่างไร ในขณะเดียวกัน เขารู้สึกว่าภาระบนหลังหนักขึ้นกว่าเดิม และยังมีประกายไฟพุ่งออกมาจากเนินเขา ทำให้เขากลัวว่าจะถูกไฟคลอก คริสเตียนยืนตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและเหงื่อไหลโซมกาย
เมื่อคริสเตียนหลงเชื่อคำพูดของคนทางโลก เขาก็หลงทางและต้องชดใช้ราคาแพง เพราะคุณเวิลด์ลี ไวส์แมน ทำได้เพียงชี้ทางนำพาผู้ศรัทธาไปสู่พันธนาการและความโศกเศร้าเท่านั้น
คริสเตียนเริ่มเสียใจที่เชื่อคำแนะนำของคุณไวส์แมน และในตอนนั้นเอง เขาก็เห็นอีแวนเจลิสต์เดินตรงมาหา เมื่อเห็นดังนั้นเขาก็รู้สึกละอายจนหน้าแดง อีแวนเจลิสต์เดินเข้ามาใกล้และมองเขาด้วยสายตาที่เคร่งขรึมและดุดัน ก่อนจะเริ่มซักถาม
"มาทำอะไรที่นี่ คริสเตียน?" อีแวนเจลิสต์ถาม คริสเตียนอึ้งจนตอบไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งเงียบ อีแวนเจลิสต์จึงถามต่อ "คุณไม่ใช่คนที่ผมเจอตอนกำลังร้องไห้อยู่หน้ากำแพงเมืองแห่งการทำลายล้างหรอกหรือ?"
"ใช่ครับ ผมเองครับ"
"ผมไม่ได้ชี้ทางให้คุณไปที่ประตูเล็กๆ นั่นหรอกหรือ?"
"ใช่ครับ" คริสเตียนตอบ
"แล้วทำไมคุณถึงเปลี่ยนเส้นทางเร็วขนาดนี้? ตอนนี้คุณออกนอกเส้นทางแล้วนะ"
"พอผมข้ามปลักแห่งความสิ้นหวังมาได้ ผมก็เจอสุภาพบุรุษคนหนึ่ง เขาโน้มน้าวว่าในหมู่บ้านข้างหน้ามีคนที่สามารถช่วยเอาภาระของผมออกได้ครับ"
"เขาเป็นใคร?"
"เขาดูเหมือนสุภาพบุรุษ พูดจาโน้มน้าวเก่งจนสุดท้ายผมก็ยอมเชื่อ ผมจึงเดินมาที่นี่ แต่พอเห็นเนินเขาลูกนี้และเห็นว่ามันยื่นออกมาเหนือทางเดิน ผมก็หยุดกะทันหันเพราะกลัวมันจะถล่มลงมาทับหัวครับ"
"แล้วเขาพูดอะไรกับคุณบ้าง?"
"เขาถามว่าผมจะไปไหน ผมก็บอกเขาไปตามตรง"
"แล้วเขาว่ายังไงต่อ?"
"เขาถามว่าผมมีครอบครัวไหม ผมก็บอกว่ามี แต่ผมแบกภาระหนักจนไม่มีความสุขกับครอบครัวเหมือนเมื่อก่อน"
"แล้วเขาว่ายังไงอีก?"
"เขาบอกให้ผมรีบกำจัดภาระนี้ทิ้ง ผมก็บอกว่านั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ ผมจึงกำลังจะไปที่ประตูโน้นเพื่อขอคำแนะนำในการหาทางหลุดพ้น เขาเลยบอกว่ามีทางที่ดีกว่าและสั้นกว่า ไม่ลำบากเท่าทางที่คุณชี้ให้ และทางนั้นจะนำผมไปสู่บ้านของสุภาพบุรุษที่มีความสามารถในการเอาภาระออกได้ ผมเชื่อเขาจึงเปลี่ยนเส้นทางมาทางนี้ เพราะหวังว่าจะสบายขึ้นในเร็ววัน แต่พอมาถึงที่นี่และเห็นสภาพความเป็นจริง ผมก็หยุดด้วยความกลัวอย่างที่บอกครับ ตอนนี้ผมไม่รู้จะทำยังไงดี"

0 Comments