๔. ในโลกอันไกลโพ้น
by WorldApexมีโลกใบหนึ่งอยู่บนดวงดาวที่ห่างไกล และสิ่งต่างๆ ที่นั่นไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนกับที่เกิดขึ้นที่นี่
ในโลกใบนั้นมีชายและหญิงคู่หนึ่ง พวกเขามีงานชิ้นหนึ่งร่วมกัน และเดินเคียงข้างกันในหลายวันคืน และเป็นมิตรต่อกัน ซึ่งเรื่องเช่นนี้ก็เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวในโลกใบนี้เช่นกัน
ทว่ามีบางสิ่งในโลกแห่งดวงดาวนั้นที่ไม่มีในโลกนี้ นั่นคือป่าทึบแห่งหนึ่ง ในจุดที่ต้นไม้ขึ้นเบียดเสียดกันหนาแน่นและกิ่งก้านพันเกี่ยวกันจนแสงตะวันในฤดูร้อนไม่เคยส่องถึง ที่นั่นมีศาลตั้งอยู่ ในตอนกลางวันทุกอย่างเงียบสงบ แต่ในยามค่ำคืน เมื่อดวงดาวทอแสงหรือดวงจันทร์ส่องประกายบนยอดไม้ และเบื้องล่างตกอยู่ในความเงียบ หากใครสักคนลอบเข้ามาที่นี่เพียงลำพังและคุกเข่าลงบนขั้นบันไดของแท่นบูชาหิน แล้วเปิดทรวงอกของตนออก บาดมันให้ลึกจนโลหิตไหลรินลงสู่ขั้นบันไดแท่นบูชา
เมื่อนั้น ไม่ว่าผู้ที่คุกเข่าอยู่จะปรารถนาสิ่งใด สิ่งนั้นจะถูกประทานให้ และทั้งหมดนี้เกิดขึ้น ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้ เพราะมันคือโลกอันไกลโพ้น และสิ่งต่างๆ มักเกิดขึ้นที่นั่นในแบบที่ไม่อาจเกิดขึ้นที่นี่
ในเวลานั้น ชายและหญิงเดินเคียงคู่กัน และฝ่ายหญิงปรารถนาดีต่อฝ่ายชาย คืนหนึ่งในขณะที่ดวงจันทร์ส่องสว่างจนใบไม้ทุกต้นเป็นประกาย และเกลียวคลื่นในทะเลเป็นสีเงิน หญิงสาวเดินเพียงลำพังเข้าไปในป่า ที่นั่นมืดมิด แสงจันทร์ตกลงมาเป็นจุดเล็กๆ เพียงไม่กี่จุดบนใบไม้แห้งใต้เท้าของเธอ และกิ่งก้านเบื้องบนก็พันเกี่ยวกันแน่น ยิ่งลึกเข้าไปก็ยิ่งมืดมิด แม้แต่แสงจันทร์เพียงจุดเดียวก็ไม่มีส่องถึง แล้วเธอก็มาถึงศาล เธอคุกเข่าลงเบื้องหน้าและอธิษฐาน แต่ไม่มีคำตอบใดๆ เธอจึงเปิดทรวงอกออก และใช้หินคมสองด้านที่วางอยู่ตรงนั้นบาดลงไป หยดเลือดค่อยๆ รินไหลลงบนหิน และมีเสียงหนึ่งตะโกนถามว่า “เจ้าแสวงหาสิ่งใด?”
เธอตอบว่า “มีชายคนหนึ่ง ข้าพเจ้าผูกพันกับเขาเหนือสิ่งอื่นใด ข้าพเจ้าปรารถนาจะมอบพรที่ดีที่สุดแก่เขา”
เสียงนั้นถามว่า “พรนั้นคือสิ่งใด?”
หญิงสาวตอบว่า “ข้าพเจ้าไม่รู้ แต่ข้าพเจ้าปรารถนาให้เขาได้รับสิ่งที่ดียิ่งที่สุดสำหรับเขา”
เสียงนั้นกล่าวว่า “คำอธิษฐานของเจ้าได้รับคำตอบแล้ว เขาจะได้สิ่งนั้น”
จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นยืน มือหนึ่งรวบอาภรณ์ปิดทรวงอกไว้แน่นแล้ววิ่งออกไปจากป่า ใบไม้แห้งปลิวว่อนอยู่ใต้ฝ่าเท้า ท่ามกลางแสงจันทร์ สายลมแผ่วเบาพัดผ่าน และเม็ดทรายบนชายหาดทอประกายระยิบระยับ เธอวิ่งไปตามชายฝั่งที่ราบเรียบ แล้วพลันหยุดชะงักลง มีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ไกลออกไปในผืนน้ำ เธอใช้มือป้องตาแล้วเพ่งมอง มันคือเรือลำหนึ่งที่กำลังลื่นไหลอย่างรวดเร็วไปบนผืนน้ำอาบแสงจันทร์มุ่งหน้าสู่ทะเล มีร่างหนึ่งยืนตัวตรงอยู่ในนั้น แสงจันทร์มิได้เผยให้เห็นใบหน้า ทว่าเธอจำรูปร่างนั้นได้ เรือลำนั้นเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ราวกับไม่มีใครพายหรือขับเคลื่อน ประกายแสงจันทร์ทำให้เธอมองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก และเรือก็อยู่ห่างจากชายฝั่งมาก แต่ดูเหมือนว่าจะมีอีกร่างหนึ่งนั่งอยู่ที่ท้ายเรือ เรือลำนั้นร่อนผ่านผืนน้ำห่างออกไป ไกลออกไป และเร็วขึ้นเรื่อยๆ เธอวิ่งไปตามชายฝั่ง แต่ก็ไม่อาจเข้าใกล้เรือลำนั้นได้เลย อาภรณ์ที่เธอรวบปิดไว้หลุดลุ่ยปลิวเปิดออก เธอเหยียดแขนทั้งสองข้างออก และแสงจันทร์ก็สาดส่องลงบนเส้นผมยาวสลวยที่ปล่อยสยายของเธอ
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งข้างกายเธอกระซิบถามว่า “นั่นคืออะไรหรือ?”
เธอร้องตอบว่า “ข้าใช้เลือดของข้าซื้อของขวัญที่ดีที่สุดให้แก่เขา ข้ามาเพื่อนำมันมามอบให้เขา! แต่เขากำลังจากข้าไป!”
เสียงนั้นกระซิบอย่างแผ่วเบา “คำอธิษฐานของเจ้าได้รับคำตอบแล้ว สิ่งนั้นได้ถูกมอบให้แก่เขาแล้ว”
เธอร้องถาม “มันคืออะไรหรือ?”
เสียงนั้นตอบว่า “คือการที่เขาได้จากเจ้าไปอย่างไรเล่า”
หญิงสาวนิ่งงัน
ไกลออกไปในทะเล เรือลำนั้นลับสายตาไปเบื้องหลังประกายแสงจันทร์
เสียงนั้นเอ่ยอย่างแผ่วเบา “เจ้าพอใจหรือไม่?”
เธอกล่าวว่า “ข้าพอใจ”
ที่ปลายเท้าของเธอ เกลียวคลื่นซัดสาดเป็นระลอกยาวอย่างแผ่วเบาเข้าสู่ชายฝั่ง

0 Comments