บทที่ 11

    ดอกสาลี่

    นางแบบสาวตัวน้อยหอบหิ้วพัสดุสามชิ้นมุ่งหน้าไปยังถนนฮาวนด์ ที่หน้าบ้านเลขที่ 1 ลูกชายของหญิงขาพิการ ซึ่งเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวขาวซีด กำลังยืนพักขาพลางสูบบุหรี่ เขาหรี่ตาลงข้างหนึ่งแล้วทักเธอว่า

    “ไงแม่คุณ! ให้ช่วยถือของไหมจ๊ะ?”

    เธอตวัดสายตามองเขาเป็นเชิงบอกว่า ‘ยุ่งอะไรด้วย!’ แต่ประกายที่สั่นไหวในดวงตาของเธอกลับทำให้คำปฏิเสธนั้นดูไม่ดุร้ายจนเกินไป

    เมื่อเข้าถึงห้อง เธอวางพัสดุลงบนเตียงแล้วรีบแกะเชือกออกด้วยนิ้วเรียวสีชมพู หลังจากแกะเสื้อผ้าออกจากห่อและแผ่ออกจนหมด เธอก็คุกเข่าลงสัมผัสเนื้อผ้า ก้มลงดมกลิ่นและลูบไล้ผิวสัมผัสของผ้าลินินอยู่สองสามครั้ง เธอให้ความสนใจเป็นพิเศษกับระบายเล็กๆ ที่ประดับอยู่ตามจุดต่างๆ โดยใช้ฝ่ามือลูบขอบระบายเหล่านั้นอย่างเบามือ ขณะที่ใบหน้าเริ่มปรากฏแววเลื่อมใสราวกับกำลังทำพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ในที่สุดเธอก็ลุกขึ้น ล็อกประตู ดึงม่านลง แล้วถอดชุดเดิมออกทั้งหมดเพื่อสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ เธอปล่อยผมยาวสลวยและหมุนตัวไปมาอย่างรุ่มรวยหน้ากระจกบานเล็ก ทุกท่วงท่าเต็มไปด้วยความพึงพอใจ ราวกับจิตวิญญาณที่หิวโหยมานานได้ลิ้มรสอาหารมื้อเลิศ ในขณะที่เธอกำลังจดจ่ออยู่กับภาพลักษณ์ของตนเอง ความทะนงตนแบบเด็กๆ ความคาดหวัง และความสุขที่ได้ดื่มด่ำกับปัจจุบันขณะ—ซึ่งเป็นคุณสมบัติอันน่าอัศจรรย์ของผู้ที่มีจิตใจเรียบง่าย—ล้วนปรากฏชัดเจน เธออยู่นิ่งๆ โดยปล่อยให้เส้นผมระลงมาที่ลำคอ ดูราวกับช่วงเวลาสั้นๆ ในฤดูใบไม้ผลิที่ความวุ่นวายจางหายไป และพอใจเพียงแค่ได้ดำรงอยู่

    ครู่หนึ่ง เธอเหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าความสุขนี้ยังไม่สมบูรณ์แบบ จึงเดินไปที่ลิ้นชัก หยิบลูกกวาดรสสาลี่ออกมาเม็ดหนึ่งแล้วส่งเข้าปาก

    แสงอาทิตย์ยามใกล้ตกดินลอดผ่านรูบนม่านมาสัมผัสที่ลำคอ เธอหันไปราวกับได้รับจุมพิต แล้วเลิกม่านขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองออกไปข้างนอก ต้นสาลี่ที่เจ้าของบ้านคงหงุดหงิดที่มันถูกปลูกไว้ใกล้กับลานหลังบ้านของที่พักราคาถูกแห่งนี้จนดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของบ้านไปแล้ว กำลังอาบไล้ด้วยแสงแดดที่สาดส่องลงมา ไม่มีต้นไม้ต้นไหนในโลกจะดูงดงามไปกว่าต้นสาลี่ในชุดดอกสีทองอร่ามในเวลานี้อีกแล้ว นางแบบสาวจ้องมองต้นไม้นั้นด้วยมือที่แตะลำคอเปลือยเปล่าและแก้มที่ตอบลงเพราะกำลังดูดลูกกวาด สีหน้าของเธอไม่ได้เปลี่ยนไปและไม่ได้แสดงอาการชื่นชมอย่างชัดเจน เธอเลื่อนสายตาไปยังหน้าต่างหลังบ้านของบ้านที่เป็นเจ้าของต้นสาลี่จริงๆ เพื่อแอบดูว่ามีใครเห็นเธอหรือไม่—หรือบางที เธออาจจะหวังให้ใครสักคนเห็นเธอในขณะที่เธอกำลังรู้สึกสดใสและดูดีเช่นนี้

    จากนั้นเธอปล่อยม่านลง กลับไปที่กระจกและเริ่มเกล้าผมขึ้น เมื่อเสร็จแล้วเธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง มองดูกระโปรงและเสื้อตัวเก่าสีน้ำตาล ลังเลที่จะสวมมันเพราะกลัวจะทำให้ความบริสุทธิ์ที่เพิ่งค้นพบต้องแปดเปื้อน แต่สุดท้ายเธอก็สวมมันและดึงม่านขึ้น แสงแดดเลือนหายไปจากต้นสาลี่แล้ว ดอกของมันกลายเป็นสีขาวและนิ่งสงบราวกับหิมะ นางแบบสาวส่งลูกกวาดเข้าปากอีกเม็ด แล้วหยิบกระเป๋าสตางค์หนังเก่าๆ ออกจากกระเป๋าเพื่อนับเงิน เมื่อพบว่ามีเงินไม่มากกว่าที่คาดไว้ เธอก็ถอนหายใจและรื้อหาหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ที่มีภาพประกอบเล่มเก่าจากลิ้นชักชั้นบน

    เธอนั่งลงบนเตียง พลิกหน้ากระดาษอย่างรวดเร็วจนถึงหน้าที่ต้องการแล้ววางหนังสือไว้บนตัก สายตาของเธอจับจ้องไปที่รูปถ่ายตรงมุมซ้าย ซึ่งเป็นภาพพอร์ตเทรตของนักเขียนที่มักปรากฏในสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วไป ใต้ภาพนั้นมีชื่อพิมพ์ไว้ว่า “คุณฮิลารี ดัลลิสัน” และทันใดนั้นเธอก็ถอนหายใจออกมา

    ห้องเริ่มมืดลง ลมที่พัดแรงขึ้นตามดวงอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้า ได้พัดเอากลีบดอกสาลี่ที่ร่วงหล่นไม่กี่กลีบมาปะทะกับบานหน้าต่าง

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
    Note