Chapter Index

    เด็กชายวิทยาศาสตร์อเมริกัน หรือ ค่ายพักที่เกาะวิลโลว์คลัมป์

    เช่นเดียวกับผู้อยู่อาศัยบนเกาะทั้งหลาย พวกเราหันมาให้ความสนใจเรื่องการเดินเรือตั้งแต่เนิ่นๆ เรือท้องแบนของเรานั้นใช้การได้ดีสำหรับการขนย้ายวัสดุอุปกรณ์ไปกลับผ่านผืนน้ำตื้นระหว่างที่พักของพวกเรากับชายฝั่งเจอร์ซีย์ พวกเราไม่เคยพยายามพายข้ามไป เพราะความคืบหน้าจะเชื่องช้าเกินไป และพวกเราคงจะถูกกระแสน้ำพัดลงไปยังแก่งน้ำเชี่ยวเนิ่นนานก่อนที่จะถึงฝั่งตรงข้าม แต่สำหรับเลคพลาซิดนั้นต่างออกไป แม้จะไม่มีชุมชนตั้งอยู่ใกล้เคียงบนชายฝั่งเพนซิลเวเนียที่จะทำให้เราต้องข้ามน้ำไปหาเสบียงหรือสิ่งของจำเป็นอื่นๆ

    ทว่าผืนน้ำที่สงบนิ่งนั้นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพายเรือเพื่อความเพลิดเพลิน และเราแทบจะหาความรื่นรมย์ไม่ได้เลยจากเรือท้องแบนที่หนักอึ้งของเรา

    การจากไปของลุงเอ็ด

    เนื่องจากมีธุระด่วนทางธุรกิจ ลุงเอ็ดจึงต้องจากพวกเราไปหลังจากที่อยู่ด้วยกันเกือบสามสัปดาห์ แต่ก่อนจะไป ท่านได้อธิบายให้บิลฟังอย่างละเอียดถึงวิธีการสร้างเรือแคนูผ้าใบ แจ็คซึ่งเป็นคนครัวและมีความกระตือรือร้นที่จะจัดหาเสบียงชุดที่สอง ได้ร่วมเดินทางไปกับลุงเอ็ดจนถึงมิลล์วิลล์ ซึ่งเป็นเมืองถัดไปทางตอนใต้ของลามิงตัน ที่นั่นลุงเอ็ดได้ซื้อผ้าใบยาวห้าหลา หน้ากว้าง 42 นิ้ว สีหลายกระป๋อง รวมถึงตะปูและหมุดทองเหลืองกับทองแดงจำนวนหนึ่ง วัสดุเหล่านี้ พร้อมกับเสบียงอาหารที่แจ็คจัดเตรียมไว้ ถูกนำมาส่งให้พวกเราในช่วงบ่ายแก่ๆ โดยคุณชไรเนอร์ นอกจากนี้คุณชไรเนอร์ยังได้นำแผ่นไม้และไม้เส้นที่จำเป็นสำหรับโครงสร้างเรือแคนูมาให้ด้วย

    การมาเยือนของคุณชไรเนอร์

    พวกเราเชิญคุณชไรเนอร์ให้ค้างคืนกับเรา ซึ่งเขาก็ทำตามคำเชิญหลังจากลุยข้ามแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวด้วยความยากลำบาก ในตอนเช้าพวกเราได้นำเขาชมที่พัก เครื่องกรองน้ำ ถนนที่พวกเราสร้าง สะพานไม้พาดข้ามไปยังเกาะไคท์ เครื่องมือสำรวจ และแผนที่บริเวณโดยรอบที่พวกเราจัดทำขึ้น เขาพอใจกับผลงานของพวกเรามาก และในตอนนั้นเองที่เขามอบหมายงานให้พวกเราสร้างสะพานข้ามหุบเหว นับตั้งแต่วันนั้นเขากลายเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นที่สุดของพวกเรา ดังนั้นเมื่อพ่อของผมและคุณแวนไซเคิลบ่นว่าพวกเราปล่อยเวลาให้เสียเปล่าไปมาก ซึ่งควรจะนำไปใช้ในการเรียนหรือการทำงานให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้ คุณชไรเนอร์ก็ได้ออกตัวปกป้องพวกเราและประกาศว่า ประสบการณ์บนเกาะนี้ให้ประโยชน์แก่พวกเราทั้งทางร่างกายและจิตใจมากกว่างานอื่นใดที่พวกเขาจะจินตนาการได้ และก่อนที่จะตำหนิพวกเรา พวกเขาควรจะมาเยี่ยมเยียนและดูว่าพวกเราใช้เวลาไปกับอะไรบ้าง

    เรือแคนูใบเรือ

    ทันทีหลังจากที่คุณชไรเนอร์จากไป เราก็เริ่มลงมือสร้างเรือแคนู โดยใช้ไม้สพรูซแผ่นหนึ่ง หนา 1 นิ้ว กว้าง 3 นิ้ว และยาว 12 ฟุต ทำเป็นกระดูกงู ที่ส่วนท้ายเรือ มีเสาท้ายขนาดหนา 1 1/2 นิ้ว กว้าง 3 นิ้ว และสูง 13 นิ้ว ยึดติดกับกระดูกงูด้วยสกรูทองเหลือง ซึ่งมีการดัดค้ำยันไว้ตามที่ระบุในรูปที่ 104 ส่วนที่หัวเรือนั้น มีชิ้นส่วนหัวเรือยึดติดกับกระดูกงู โดยชิ้นส่วนหัวเรือนี้ถูกตัดให้เป็นรูปกึ่งวงกลมตามที่แสดงในรูปที่ 105 ขอบด้านนอกถูกถากด้วยมีดถากไม้จนเหลือความหนา 1/4 นิ้ว และมีไม้ค้ำยันตอกติดไว้ที่ขอบด้านใน งานต่อมาของเราคือการตัดไม้แบบสามชิ้น โดยชิ้นหนึ่งมีรูปร่างตามรูปที่ 106 และอีกสองชิ้นมีรูปร่างตามรูปที่ 107 ไม้แบบชิ้นแรกถูกติดตั้งบนกระดูกงูที่กึ่งกลางระหว่างหัวเรือและท้ายเรือ

    ส่วนอีกสองชิ้นนั้นวางห่างจากไม้แบบกลางออกไปด้านละประมาณสี่ฟุต ไม้แบบกลางนี้ใช้สำหรับกำหนดรูปทรงของโครงเรือเท่านั้น และไม่ได้ตั้งใจจะให้ยึดติดกับเรืออย่างถาวร ดังนั้นเราจึงยึดมันเข้ากับกระดูกงูอย่างหลวมๆ เพื่อให้ถอดออกได้ง่าย ทว่าไม้แบบอีกสองชิ้นนั้นถูกทำให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงเรืออย่างถาวรเพื่อใช้เป็นผนังกั้นห้อง จากนั้นจึงยึดกราบเรือเข้าที่ ซึ่งใช้ไม้สพรูซหนา 3/4 นิ้ว และกว้าง 2 นิ้ว โดยลบมุมที่ปลายเพื่อให้เข้ากับชิ้นส่วนหัวเรือและเสาท้ายเรือได้อย่างพอดี แล้วจึงยึดติดด้วยสกรูทองเหลือง

    จากนั้นเราจึงติดแถบไม้ตามยาวหรือแถบโครงซี่ ซึ่งเป็นไม้สพรูซหนา 1/4 นิ้ว กว้าง 1 นิ้ว เราใช้แถบไม้เหล่านี้ทั้งหมดสิบเส้น วางระยะห่างเท่าๆ กันบนไม้แบบกลางโดยตอกยึดไว้หลวมๆ แต่จะตอกยึดอย่างแน่นหนากับผนังกั้นห้อง ชิ้นส่วนหัวเรือ และเสาท้ายเรือ ส่วนซี่โครงขวางนั้นทำจากขอบถังไม้ซึ่งเรานำไปแช่น้ำไว้ประมาณหนึ่งวันเพื่อให้มีความอ่อนตัวพอที่จะดัดให้เข้าที่ได้ ขอบถังเหล่านี้ถูกผ่าให้มีความกว้าง 1/2 นิ้ว และยึดติดกับกระดูกงูก่อน จากนั้นจึงยึดกับแถบไม้ตามยาว และสุดท้ายจึงยึดกับกราบเรือ เราใช้ตะปูทองแดงในการตอกยึดซี่โครง ซึ่งมีความยาวพอที่จะทะลุผ่านแถบโครงซี่และพับปลายตะปูยึดไว้ที่ด้านนอก มีซี่โครงขวางทั้งหมดสี่สิบซี่ถูกตอกยึดไว้ โดยที่บริเวณกลางเรือจะวางห่างกันประมาณสามนิ้ว

    จากนั้นจึงถอดไม้แบบกลางออกและตัดตามเส้นประที่แสดงในรูปที่ 106 ชิ้นส่วนรูปกึ่งวงกลมที่ได้มานั้นถูกเสริมความแข็งแรงด้วยแถบไม้ที่ขอบด้านใน แล้วตอกลิ่มยึดไว้ระหว่างกระดูกงูกับกราบเรือตามที่แสดงในรูปที่ 108 มีไม้รองรับคู่หนึ่งตอกติดกับซี่โครงขวางเพื่อใช้เป็นที่รองรับที่นั่งของเรือแคนู โครงเรือเสร็จสมบูรณ์ด้วยการตอกคานดาดฟ้าสองชิ้นซึ่งทำจากไม้สนสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 1/2 นิ้ว และชิ้นส่วนมุมสี่ชิ้นระหว่างกราบเรือกับผนังกั้นห้อง เพื่อสร้างเป็นช่องเปิดดาดฟ้ารูปวงรี ก่อนที่จะปูผ้าใบคลุม เราได้ขัดขอบกราบเรือ กระดูกงู คานดาดฟ้า รวมถึงหัวเรือและเสาท้ายเรือให้เรียบด้วยกระดาษทราย

    การขึงผ้าใบ

    โครงถูกวางลงตรงกลางผืนผ้าใบแล้วจึงดึงผ้าใบให้โอบล้อมรอบโครง จากนั้นเราใช้เข็มเล่มใหญ่และเชือกป่านที่แข็งแรงเย็บขอบผ้าทั้งสองด้านเข้าด้วยกันด้วยฝีเข็มยาวๆ ร้อยผูกผ้าใบเข้ากับโครงเหมือนกับการรัดเชือกรองเท้าให้กระชับกับเท้า เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้ จึงพลิกเรือเอาด้านดาดฟ้าลงและตอกตะปูยึดผ้าใบเข้ากับกระดูกงูเรือ โดยในแต่ละจุดก่อนจะตอกตะปูลงไป เราจะแต้มด้วยตะกั่วขาวเพื่อกันน้ำซึมเข้าตามรอยตอก ส่วนบริเวณหัวเรือและท้ายเรือ เราตัดผ้าใบเป็นรูปสามเหลี่ยมแคบๆ เพื่อให้ผ้าใบแนบสนิทไปกับโครง และทาสีตะกั่วขาวลงระหว่างขอบที่ซ้อนทับกัน

    จากนั้นจึงพลิกเรือเอาด้านดาดฟ้าขึ้นและดึงเชือกร้อยให้ตึง พร้อมกับค่อยๆ รีดรอยยับของผ้าออกให้หมด หลังจากตอกตะปูยึดผ้าใบตามแนวกราบเรือด้านนอกแล้ว จึงตัดเล็มผ้าใบออกโดยเหลือขอบไว้พอประมาณเพื่อพับข้ามกราบเรือมาตอกยึดไว้ด้านใน เราตัดผ้าใบรูปสามเหลี่ยมสองชิ้นสำหรับทำดาดฟ้า แล้วนำมาวางซ้อนทับผ้าใบด้านนอกและตอกยึดเข้ากับกราบเรือ มีการใช้ไม้คิ้วแคบๆ ติดตามขอบเรือเพื่อปิดหัวตะปูและช่วยให้เรือแคนูดูเรียบร้อยสมบูรณ์ยิ่งขึ้น แผ่นกระดูกงูเรือกว้าง 2 นิ้ว หนา 1 นิ้ว ถูกติดตั้งเข้ากับตัวเรือด้านนอก

    จากนั้นหลังจากทำให้ผ้าใบเปียกน้ำแล้ว จึงทาสีตะกั่วขาวผสมน้ำมันหนึ่งชั้น เมื่อแห้งสนิทดีแล้วจึงใช้กระดาษทรายขัดและทาซ้ำเป็นชั้นที่สอง

    หางเสือ

    บัดนี้เรือแคนูเสร็จสมบูรณ์แล้ว ยกเว้นเพียงหางเสือ ซึ่งตัดจากแผ่นไม้หนา 1/2 นิ้ว ให้มีรูปทรงประมาณที่แสดงในภาพที่ 114 มีการตอกไม้แถบกว้าง 1-1/2 นิ้ว หนา 1/2 นิ้ว เข้ากับด้านข้างของใบหางเสือทั้งสองด้านเพื่อทำเป็นเสา และยึดไม้ขวางหรือคันบังคับไว้ที่ส่วนบนสุด มีการตอกตัวยึดเข้ากับเสาที่ด้านข้างของเสาหางเสือทั้งสองฝั่งเพื่อเสริมความแข็งแรงให้รอยต่อเป็นอย่างมาก หางเสือถูกยึดเข้ากับเรือแคนูด้วยแกนเหล็กซึ่งร้อยผ่านห่วงสกรูทองเหลืองสี่ตัว โดยสองตัวหมุนเข้ากับหางเสือและอีกคู่หนึ่งหมุนเข้ากับท้ายเรือ เพื่อความสะดวกในการบังคับทิศทาง เราเดินเชือกคันบังคับอ้อมรอบตัวเรือ ผ่านห่วงสกรูที่กราบเรือและรอกที่หัวเรือ เพื่อให้คนคัดท้ายสามารถนำทางเรือได้จากทุกจุดในเรือแคนู

    กระดูกงูเรือแบบลึก

    เราวางแผนจะใช้เรือแคนูเป็นเรือใบ จึงต้องจัดให้มีกระดูกงูเรือแบบลึก ซึ่งทำเป็นแบบถอดประกอบได้เพื่อความสะดวก กระดูกงูเรือนี้กว้าง 6 นิ้ว หนา 1/2 นิ้ว และยาว 6 ฟุต โดยยึดไว้ที่กึ่งกลางของเรือแคนู มีการหมุนห่วงสกรูห่างกันประมาณ 12 นิ้ว สลับด้านกันไปมาบนแผ่นกระดูกงูเรือ และติดตั้งตะขอที่ตรงกันเข้ากับกระดูกงูในตำแหน่งที่สามารถเกี่ยวเข้ากับห่วงสกรูได้ เพื่อยึดกระดูกงูเรือให้แน่นหนาอยู่กับที่

    ใบเรือแคนู

    เรือของเราติดตั้งเสากระโดงสองต้น คือเสาหลักและเสาจิ๋วหรือเสาแดนดี้ เสาหลักมีความยาว 6 ฟุต ส่วนเสาจิ๋วยาว 4 ฟุต และแต่ละต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางที่ฐาน 1.5 นิ้ว แล้วค่อยๆ เรียวลงจนเหลือประมาณ 1 นิ้วที่ส่วนปลาย เสาทั้งสองยึดไว้ด้วยแถบทองเหลืองหรือแคลมป์ที่ดัดโค้งรอบเสาและยึดติดกับผนังเรือ ดังที่แสดงในรูปที่ 117 ใบเรือเป็นแบบลันทีน ใบเรือหลักมีความยาวตามบูม 8.5 ฟุต ตามยาร์ด 9.5 ฟุต และมีความยาวตามขอบหลังใบเรือ 10 ฟุต ส่วนขนาดของใบเรือจิ๋วคือ ยาวตามบูม 5 ฟุต ตามยาร์ด 5.5 ฟุต และตามขอบหลังใบเรือ 6 ฟุต ตัวบูมยึดติดกับสายหนังบนเสากระโดง จึงสามารถเหวี่ยงไปมาในตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างอิสระ

    ส่วนยาร์ดก็ยึดในลักษณะเดียวกันและยกขึ้นด้วยเชือกซึ่งร้อยผ่านรอกที่ส่วนบนและส่วนฐานของเสากระโดง แล้วลากยาวไปถึงหมุดยึดเชือกที่ผู้โดยสารในเรือสามารถเอื้อมถึงได้ง่าย สำหรับพายคู่ทำจากแผ่นไม้หนา 1 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว และยาว 6 ฟุต โดยส่วนใบพายถูกไสให้บางลงจนเหลือความหนา 3/8 นิ้วที่บริเวณขอบ

    จะสังเกตได้ว่าเราไม่ได้ใช้เหล็กเลยในการสร้างเรือลำนี้ ลุงเอ็ดเตือนเราว่าห้ามใช้ เพราะเหล็กเกิดสนิมได้ง่ายและมักจะทำลายทั้งผ้าใบและเนื้อไม้ที่สัมผัสกับมัน

    เรือแคนูเป็นสิ่งที่ทรงตัวได้ยากเวลาล่องใบ ซึ่งเราก็ได้เรียนรู้ในไม่ช้า และนับว่าโชคดีที่เราว่ายน้ำเป็นกันทุกคน มิฉะนั้นวันหยุดของเราอาจจบลงด้วยโศกนาฏกรรม เพราะในครั้งแรกที่บิลกับผมลองใช้เรือ มีลมกระโชกแรงพัดมาอย่างไม่คาดคิดจนเราพลิกคว่ำ ช่วงแรกเราเป็นนักล่องเรือที่แย่มาก แต่ก็ใช้เวลาไม่นานนักกว่าจะเริ่มจับจุดได้

    แผ่นกันไหล

    สิ่งหนึ่งที่สร้างความลำบากให้เราอย่างมากในการล่องเรือคือกระดูกงูของเรือแคนู มันบิดเบี้ยวอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลาที่เราพยายามจะนำเรือเข้าฝั่ง มีเพียงไม่กี่จุดรอบเกาะที่น้ำลึกพอจะทำให้เราเข้าถึงชายฝั่งได้โดยที่กระดูกงูไม่กระแทกพื้น จุดยึดนั้นไม่แข็งแรงนัก และนานๆ ครั้งมันก็จะถูกกระชากจนหลุดออก เราจึงเขียนจดหมายพิเศษถึงลุงเอ็ดเพื่อปรึกษาเรื่องนี้ และในเวลาต่อมาก็ได้รับคำตอบ ตามปกติแล้ว ลุงเอ็ดมักจะเสนอทางออกที่ยอดเยี่ยมเสมอ อย่าใช้กระดูกงูเลย ลุงเขียนมา ใช้แผ่นกันไหลจะดีกว่ามาก

    จากนั้นลุงก็อธิบายความหมายของแผ่นกันไหลว่า ด้านใต้ลมของเรือคือด้านตรงข้ามกับด้านเหนือลม กล่าวคือ ด้านของเรือที่กำบังลมไว้ ดังนั้น แผ่นกันไหลจึงเป็นแผ่นไม้ที่แขวนไว้ทางด้านใต้ลมของเรือเพื่อป้องกันไม่ให้เรือไหลตามลม และใช้ทำหน้าที่แทนกระดูกงูหรือแผ่นกระดานกลางเรือ

    เราทำตามคำแนะนำของลุงเอ็ด โดยยึดแผ่นไม้ท่อนหนึ่งพาดขวางเรือแคนู ห่างจากหัวเรือประมาณหกฟุต และตอกตะปูยึดเข้ากับกราบเรืออย่างแน่นหนา ไม้ท่อนนี้ใช้เป็นฐานสำหรับยึดแผ่นกันไหล ซึ่งมีลักษณะและขนาดคล้ายไม้พายดังแสดงในรูปที่ 121 โดยส่วนบนของไม้พายแต่ละอันจะยึดติดกับปลายกระดานกว้างสามนิ้วยาวหนึ่งฟุตด้วยบานพับ และใช้ตะขอช่วยยึดให้ไม้พายตั้งฉากกับกระดาน กระดานแต่ละแผ่นถูกยึดด้วยบานพับประตูเข้ากับแผ่นฐานซึ่งมีความกว้างเท่ากับตัวเรือ และยึดติดกับไม้พาดขวางของเรือแคนูด้วยสลักเกลียวสองตัว โดยหัวสลักเกลียวถูกเจาะจมลงไปในเนื้อไม้เพื่อให้กระดานที่ติดบานพับสามารถวางราบลงไปได้ ที่ส่วนบนของแผ่นกันไหลแต่ละแผ่นมีเชือกผูกไว้สองเส้น เส้นหนึ่งพาดไปด้านหน้าผ่านรอกแล้วย้อนกลับมายังหลักยึดเชือกซึ่งอยู่ในระยะที่ผู้โดยสารในเรือเอื้อมถึงได้ง่าย

    ส่วนอีกเส้นหนึ่งพาดตรงกลับมายังหลักยึดเชือกนี้ การดึงเชือกเส้นแรกจะทำให้แผ่นกันไหลยกขึ้นพ้นน้ำ ในขณะที่เชือกเส้นหลังใช้สำหรับเหวี่ยงกระดานให้เข้าสู่ตำแหน่งใช้งาน เมื่อเลี้ยวเรือไปทางกราบซ้าย (ซ้าย) แผ่นกันไหลด้านซ้ายของเรือจะถูกลดระดับลงและอีกด้านจะถูกยกขึ้น ดังแสดงในรูปที่ 123 และเมื่อเลี้ยวไปทางกราบขวา (ขวา) แผ่นกันไหลด้านขวาจะถูกลดระดับลง ในขณะที่ด้านซ้ายจะถูกยกขึ้น

    เรือแคนูพายแบบอินเดียน

    เรือแคนูใบเรือของเราพิสูจน์แล้วว่าใช้งานได้ดีเยี่ยมจนเราตัดสินใจสร้างลำที่สอง ซึ่งลำนี้จะเน้นให้มีน้ำหนักเบากว่ามาก สำหรับใช้พายเพียงอย่างเดียว และมีรูปทรงตามแบบอินเดียนแท้ คือมีด้านข้างที่กว้างและป่องออก พร้อมทั้งส่วนหัวและท้ายเรือที่ยกสูงขึ้น ขนาดของโครงแบบที่ใช้ปรากฏอยู่ในรูปที่ 124 และ 125 จะสังเกตได้ว่าโครงเหล่านี้ถูกบากไว้เพื่อรองรับกระดูกงูและกราบเรือ กระดูกงูทำจากไม้สปรูซหนา 1 นิ้ว กว้าง 3 นิ้ว และยาว 10 ฟุต ส่วนหัวและท้ายเรือซึ่งมีรูปทรงเดียวกัน ถูกตัดจากแผ่นไม้ขนาด 12 นิ้วตามแบบที่แสดงในรูปที่ 126 และยึดติดกับกระดูกงูอย่างแน่นหนา ทำให้เรือมีความยาวรวม 12 ฟุต

    จากนั้นจึงติดตั้งโครงแบบลงบนกระดูกงู โดยวางหนึ่งชิ้นไว้ตรงกลาง และชิ้นอื่นๆ ห่างออกไปด้านละ 3 ฟุต กราบเรือทำจากไม้สปรูซขนาด 3/4 นิ้ว คูณ 2-1/2 นิ้ว และใช้แถบซี่โครงทั้งสิบสองเส้นขนาดเดียวกับที่ใช้ในเรือลำแรก เนื่องจากโครงแบบเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้อยู่ในเรือถาวร จึงตอกตะปูลงไปเพียงเบาๆ โดยให้หัวตะปูยื่นออกมาเพื่อให้ถอนออกได้ง่ายเมื่อถึงเวลาถอนโครงออก ซี่โครงขวางถูกสอดไว้ใต้กระดูกงู โดยอยู่ด้านในของแถบซี่โครงและด้านนอกของกราบเรือ ดังแสดงในรูปที่ 128 หลังจากติดตั้งเข้าที่และยึดให้แน่นด้วยตะปูทองแดงแล้ว จึงตอกแถบไม้ติดกับกระดูกงูเพื่อทำเป็นท้องเรือ และเพื่อให้ส่วนหัวและท้ายเรือยกสูงขึ้น จึงตอกไม้รูปลิ่มสี่ชิ้นเข้ากับส่วนบนของกราบเรือตามที่ระบุในรูปที่ 129

    จากนั้นจึงถอนโครงแบบออกและแทนที่ด้วยไม้ขวางที่ค้ำยันระหว่างกราบเรือ โดยไม้ขวางชิ้นกลางมีชิ้นส่วนเข้ามุมสองชิ้น ดังแสดงในรูปที่ 130 ซึ่งปรับให้พอดีกับใต้กราบเรือและแนบกับแถบซี่โครง จากนั้นจึงขึงผ้าใบตามวิธีที่เคยอธิบายไว้ก่อนหน้า แต่เปลี่ยนมาตอกตะปูยึดไว้ที่ขอบบนของกราบเรือแทนที่จะเป็นด้านนอก และปิดทับตะปูด้วยไม้คิ้วครึ่งวงกลมที่ล้อมรอบตัวเรือทั้งหมด เมื่อตัดเชือกร้อยเสร็จแล้ว จึงยึดขอบผ้าใบเข้ากับขอบล่างของกราบเรือ เรือแคนูลำนี้เสร็จสมบูรณ์ด้วยการยึดท้องเรือรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 1 นิ้ว และทาสีทับสองชั้น ส่วนไม้พายนั้นทำเลียนแบบอันที่เคยอธิบายไว้พร้อมกับเรือแคนูใบเรือ

    ฉันจำได้ว่าในที่สุดเราก็ได้ติดตั้งใบเรือและแผ่นกันเลี้ยวคู่หนึ่งให้กับเรือแคนูสำหรับพายลำนี้ แม้ว่าจะไม่มีการบันทึกข้อเท็จจริงนี้ไว้ในพงศาวดารของสมาคมก็ตาม

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
    Note