ตอนที่ 6
by“ตอนนี้แหละ” ที.พี. บอก เขาอุ้มเควนตินขึ้นมาแล้วเราก็วิ่งไปที่มุมรั้วเพื่อเฝ้ามองขบวนรถที่เคลื่อนผ่านไป “นั่นไง เขาไปแล้ว ดูคันที่มีกระจกนั่นสิ ดูเขาสิ เขานอนอยู่ในนั้น เห็นไหม”
_มานี่เร็ว ลัสเตอร์บอก ผมจะเอาลูกบอลลูกนี้กลับบ้าน จะได้ไม่หาย ไม่ได้หรอกคุณ เอาไปไม่ได้ ถ้าพวกผู้ใหญ่เห็นเข้า เขาจะหาว่าคุณขโมยไป เงียบเถอะ คุณเอาไปไม่ได้หรอก จะเอาไปทำไม คุณเล่นบอลไม่เป็นเสียหน่อย_
ฟรอนนี่กับที.พี. กำลังเล่นดินอยู่ข้างประตู ที.พี. มีหิ่งห้อยอยู่ในขวด
“พวกเธอออกมาข้างนอกได้ยังไงกัน” ฟรอนนี่ถาม
“มีแขกมาน่ะ” แคดดี้บอก “พ่อบอกว่าคืนนี้ให้ทุกคนฟังฉัน ฉันว่าเธอและที.พี. ก็ต้องฟังฉันด้วยเหมือนกัน”
“ฉันไม่ฟังเธอหรอก” เจสันพูด “ฟรอนนี่กับที.พี. ก็ไม่ต้องฟังด้วย”
“ถ้าฉันสั่ง พวกเขาก็ต้องฟัง” แคดดี้ตอบ “แต่บางทีฉันอาจจะไม่สั่งก็ได้”
“ที.พี. ไม่ฟังใครทั้งนั้นแหละ” ฟรอนนี่พูด “งานศพเริ่มหรือยัง”
“งานศพคืออะไร” เจสันถาม
“แมมมี่ไม่ได้บอกเหรอว่าห้ามบอกพวกเขาน่ะ” เวอร์ชพูด
“ที่ที่เขาคร่ำครวญกันไง” ฟรอนนี่บอก “ตอนพี่บิวลา เคลย์ ตาย พวกเขาก็คร่ำครวญกันตั้งสองวัน”
_พวกเขาคร่ำครวญกันที่บ้านของดิลซีย์ ดิลซีย์ก็คร่ำครวญด้วย พอดีลซีย์คร่ำครวญ ลัสเตอร์ก็บอกให้เงียบ เราก็เงียบ แล้วฉันก็เริ่มร้องไห้ ส่วนเจ้าบลูหอนอยู่ใต้บันไดห้องครัว พอดีลซีย์หยุด เราก็หยุดตาม_
“โอ๊ย” แคดดี้พูด “นั่นมันพวกคนดำ คนขาวเขาไม่มีงานศพแบบนั้นหรอก”
“แมมมี่บอกว่าห้ามบอกพวกเขานะ ฟรอนนี่” เวอร์ชเตือน
“บอกอะไรล่ะ” แคดดี้ถาม
_ดิลซีย์คร่ำครวญ และพอถึงจังหวะนั้นฉันก็เริ่มร้องไห้ เจ้าบลูหอนอยู่ใต้บันได ลัสเตอร์ ฟรอนนี่พูดที่หน้าต่างว่า เอาพวกนั้นลงไปที่โรงนาที ฉันทำกับข้าวไม่ได้เลยเพราะเสียงดังหนวกหู ทั้งเจ้าหมานั่นด้วย เอาออกไปให้พ้นจากที่นี่_
_ผมไม่ลงไปหรอก ลัสเตอร์บอก ผมอาจจะเจอพ่อที่นั่น เมื่อคืนผมเห็นพ่อโบกมืออยู่ในโรงนา_
“อยากรู้จังว่าทำไมถึงไม่ทำ” ฟรอนนี่พูด “คนขาวก็ตายเหมือนกันนั่นแหละ ฉันว่าคุณย่าของเธอก็ตายเหมือนคนดำนั่นแหละ”
“หมาก็ตายเหมือนกัน” แคดดี้พูด “แล้วตอนที่แนนซี่ตกลงไปในคูน้ำ แล้วรอสคัสยิงเธอ แล้วพวกแร้งก็มาจิกกินเนื้อเธอจนหมด”
ภาพโครงกระดูกลอยเด่นขึ้นมาจากคูน้ำ ที่ซึ่งเถาวัลย์สีเข้มพันเกี่ยวอยู่ในร่องน้ำสีดำ ท่ามกลางแสงจันทร์ ราวกับว่าเงาร่างเหล่านั้นหยุดนิ่ง จากนั้นทุกอย่างก็หยุดลงและกลายเป็นความมืด เมื่อฉันหยุดเพื่อจะเริ่มเดินอีกครั้ง ฉันได้ยินเสียงแม่ และเสียงฝีเท้าที่เดินจากไปอย่างรวดเร็ว และฉันได้กลิ่นนั้น แล้วห้องก็ปรากฏขึ้น แต่ตาของฉันปิดสนิท ฉันไม่หยุด ฉันยังได้กลิ่นนั้น ที.พี. เลิกผ้าห่มที่ปักหมุดไว้
“ชู่ว” เขาบอก “ชู่ววววว”
แต่ฉันยังได้กลิ่น ที.พี. ดึงตัวฉันขึ้นมาและรีบใส่เสื้อผ้าให้
“เงียบนะเบนจี้” เขาบอก “เราจะไปที่บ้านของเรา เธออยากไปบ้านเราที่มีฟรอนนี่อยู่ใช่ไหม เงียบนะ ชู่ววว”
เขาผูกเชือกรองเท้าและสวมหมวกให้ฉันแล้วเราก็เดินออกไป มีแสงไฟอยู่ในโถงทางเดิน เราได้ยินเสียงแม่ดังมาจากอีกฝั่งของโถง
“ชู่ววว เบนจี้” ที.พี. กระซิบ “อีกเดี๋ยวเราก็ออกไปได้แล้ว”
ประตูบานหนึ่งเปิดออก และฉันได้กลิ่นนั้นรุนแรงกว่าเดิม มีหัวคนโผล่ออกมา ไม่ใช่พ่อ พ่อป่วยอยู่ที่นั่น
“ช่วยพาเขาออกจากบ้านทีได้ไหม”
“เรากำลังจะไปพอดี” ที.พี. ตอบ ดิลซีย์เดินขึ้นบันไดมา
“เงียบนะ” เธอพูด “เงียบๆ พาเขาลงไปที่บ้านนะที.พี. ฟรอนนี่กำลังเตรียมที่นอนให้ ดูแลเขาด้วยนะ เงียบนะเบนจี้ ไปกับที.พี. เลย”
เธอเดินไปยังจุดที่เราได้ยินเสียงแม่
“เก็บเขาไว้ที่นั่นแหละดีแล้ว” ไม่ใช่เสียงพ่อ เขาปิดประตู แต่ฉันยังคงได้กลิ่นนั้น
เราเดินลงบันได บันไดนำลงสู่ความมืด ที.พี. จูงมือฉัน แล้วเราก็เดินออกประตู พ้นจากความมืด เจ้าแดนนั่งอยู่ที่หลังบ้านและกำลังหอน
“มันได้กลิ่น” ที.พี. พูด “เธอรู้เรื่องนี้เพราะแบบนี้ใช่ไหม”
เราเดินลงบันได ตรงไปยังจุดที่มีเงาของเรา
“ฉันลืมเอาเสื้อโค้ทมาให้เธอ” ที.พี. บอก “จริงๆ ควรจะเอามาด้วย แต่ฉันไม่กลับไปเอาแล้วล่ะ”
เจ้าแดนหอน
“เงียบเถอะ” ที.พี. บอก เงาของเราเคลื่อนที่ไป แต่เงาของเจ้าแดนไม่ขยับเลย นอกจากจะหอนตอนที่มันหอน
“ฉันพาเธอลงบ้านไม่ได้หรอกถ้าเธอยังร้องโวยวายแบบนี้” ที.พี. พูด “ก่อนที่จะมีเสียงเหมือนกบแบบนี้เธอก็แสบพอแล้วนะ มาเร็ว”
เราเดินไปตามทางเดินอิฐพร้อมกับเงาของเรา คอกหมูส่งกลิ่นเหม็นเหมือนหมู วัวยืนอยู่ในลานและเคี้ยวหญ้ามองมาที่พวกเรา เจ้าแดนหอน
“เธอจะปลุกคนทั้งเมืองให้ตื่นกันหมด” ที.พี. บอก “เงียบไม่ได้หรือไง”
เราเห็นแฟนซี่กำลังกินอาหารอยู่ริมลำธาร แสงจันทร์ส่องกระทบผิวน้ำเมื่อเราไปถึง
“ไม่เอาหรอก” ที.พี. พูด “ตรงนี้ใกล้เกินไป เราหยุดตรงนี้ไม่ได้ มาเร็ว ดูสิ ขาเปียกหมดแล้ว มานี่” เจ้าแดนหอน
คูน้ำปรากฏขึ้นท่ามกลางหญ้าที่ส่งเสียงระงม โครงกระดูกลอยเด่นออกมาจากเถาวัลย์สีดำ
“เอาเลย” ที.พี. บอก “จะร้องให้ลั่นเลยก็ได้ เธอมีเวลาทั้งคืนและมีทุ่งหญ้าตั้งยี่สิบเอเคอร์ให้ร้องโวยวายได้เต็มที่”
ที.พี. นอนลงในคูน้ำ ส่วนฉันนั่งลง เฝ้ามองโครงกระดูกตรงจุดที่พวกแร้งรุมกินแนนซี่ เห็นเงาสีดำขยับปีกช้าๆ และหนักอึ้งบินออกจากคูน้ำ
_ผมเคยมีมันตอนที่เราลงมาที่นี่คราวก่อน ลัสเตอร์บอก ผมโชว์ให้คุณดูแล้ว คุณไม่เห็นเหรอ ผมหยิบมันออกมาจากกระเป๋าตรงนี้แล้วโชว์ให้คุณดู_
“เธอคิดว่าแร้งจะมาจิกกินคุณย่าเหรอ” แคดดี้ถาม “เธอเนี่ยบ้าจริงๆ”
“เธอนั่นแหละที่บ้า” เจสันพูด แล้วเขาก็เริ่มร้องไห้
“เธอมันหัวแข็ง” แคดดี้บอก เจสันร้องไห้ มือทั้งสองข้างซุกอยู่ในกระเป๋า
“เจสันจะได้เป็นคนรวย” เวอร์ชพูด “เขาถือเงินไว้ตลอดเวลาเลย”
เจสันร้องไห้
“ดูสิ ทำเขาเริ่มร้องจนได้” แคดดี้พูด “เงียบนะเจสัน แร้งจะเข้าไปหาคุณย่าได้ยังไง พ่อไม่ยอมให้เข้าหรอก เธอจะยอมให้แร้งมาจิกกินเนื้อเธอไหมล่ะ เงียบได้แล้ว”
เจสันเงียบลง “ฟรอนนี่บอกว่าเป็นงานศพ” เขาพูด
“ไม่ใช่หรอก” แคดดี้บอก “มันคืองานปาร์ตี้ ฟรอนนี่ไม่รู้อะไรเลย เขาอยากได้หิ่งห้อยของเธอใช่ไหมที.พี. ให้เขาถือไว้สักพักสิ”
ที.พี. ส่งขวดหิ่งห้อยให้ฉัน
“ฉันพนันเลยว่าถ้าเราเดินไปที่หน้าต่างห้องรับแขก เราจะเห็นอะไรบางอย่าง” แคดดี้บอก “แล้วเธอจะเชื่อฉัน”
“ฉันรู้อยู่แล้ว” ฟรอนนี่พูด “ไม่ต้องดูหรอก”
“เธอหุบปากไปเลยฟรอนนี่” เวอร์ชเตือน “เดี๋ยวแมมมี่จะตีเอา”
“มันคืออะไรล่ะ” แคดดี้ถาม
“ฉันรู้ในสิ่งที่ฉันรู้” ฟรอนนี่ตอบ
“มาเถอะ” แคดดี้บอก “ไปทางด้านหน้ากัน”
เราเริ่มออกเดิน
“ที.พี. อยากได้หิ่งห้อยคืนแล้ว” ฟรอนนี่พูด
“ให้เขาถือไว้อีกหน่อยเถอะที.พี.” แคดดี้บอก “เดี๋ยวเราเอามาคืนให้”
“พวกเธอไม่เคยจับมันได้เลยสักครั้ง” ฟรอนนี่พูด
“ถ้าฉันบอกว่าเธอและที.พี. ไปด้วยได้ เธอจะยอมให้เขาถือไว้ไหม” แคดดี้ถาม
“ไม่มีใครบอกว่าฉันกับที.พี. ต้องฟังเธอ” ฟรอนนี่ตอบ
“ถ้าฉันบอกว่าเธอไม่ต้องฟัง จะยอมให้เขาถือไว้ไหมล่ะ” แคดดี้ถาม
“ก็ได้” ฟรอนนี่ตอบ “ให้เขาถือไว้เถอะที.พี. เราจะไปดูพวกเขาคร่ำครวญกัน”
“พวกเขาไม่ได้คร่ำครวญเสียหน่อย” แคดดี้บอก “ฉันบอกแล้วว่ามันคืองานปาร์ตี้ พวกเขาคร่ำครวญกันเหรอเวอร์ช”
“ยืนอยู่ตรงนี้ก็ไม่รู้หรอกว่าพวกเขาทำอะไรกัน” เวอร์ชตอบ
“มาเร็ว” แคดดี้บอก “ฟรอนนี่กับที.พี. ไม่ต้องฟังฉันก็ได้ แต่คนอื่นต้องฟัง เวอร์ช ช่วยอุ้มเขาหน่อย มันเริ่มมืดแล้ว”
เวอร์ชอุ้มฉันขึ้นมาแล้วเราก็เดินอ้อมห้องครัวไป
_เมื่อเรามองไปที่มุมตึก เราเห็นแสงไฟเคลื่อนที่ขึ้นมาตามทางเดิน ที.พี. เดินกลับไปที่ประตูห้องใต้ดินแล้วเปิดมันออก_
_เธอรู้ไหมว่ามีอะไรอยู่ในนั้น ที.พี. บอก น้ำโซดาไง ฉันเห็นคุณเจสันถือมาเต็มสองมือเลย รอตรงนี้แป๊บนึงนะ_
_ที.พี. เดินไปชะโงกดูที่ประตูห้องครัว ดิลซีย์ถามว่า มาแอบดูอะไรตรงนี้ เบนจี้อยู่ไหน_
เขาอยู่ข้างนอกครับ ที.พี. ตอบ
ไปเฝ้าเขาไว้ ดิลซีย์บอก อย่าให้เขาเข้าบ้านเด็ดขาด
ครับผม ที.พี. ตอบ เริ่มงานหรือยังครับ
_ไปดูแลเด็กคนนั้นให้พ้นสายตาเถอะ ดิลซีย์บอก ฉันมีเรื่องต้องจัดการตั้งเยอะแล้ว_
งูตัวหนึ่งเลื้อยออกมาจากใต้บ้าน เจสันบอกว่าเขาไม่กลัวงู แต่แคดดี้บอกว่าเขากลัวแต่เธอไม่กลัว ส่วนเวอร์ชบอกว่ากลัวทั้งคู่ แล้วแคดดี้ก็บอกให้ทุกคนเงียบเหมือนที่พ่อสั่ง
_ไม่ต้องเริ่มร้องโวยวายตอนนี้หรอก ที.พี. บอก อยากกินน้ำแซสพาริลลานี่ไหม_
มันทำให้จมูกและตาของฉันรู้สึกจั๊กจี้
_ถ้าไม่กิน ฉันจะกินเองแล้วนะ ที.พี. บอก เอ้า นี่ไง เราควรรีบไปหาอีกขวดตอนที่ยังไม่มีใครกวน เงียบๆ นะ_
เราหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ข้างหน้าต่างห้องรับแขก เวอร์ชวางฉันลงบนหญ้าที่เปียกชื้น มันหนาว มีแสงไฟสว่างจากหน้าต่างทุกบาน
“ตรงนั้นแหละที่คุณย่าอยู่” แคดดี้บอก “ตอนนี้ท่านป่วยทุกวันเลย พอท่านหายดี เราจะไปปิกนิกกัน”
“ฉันรู้ในสิ่งที่ฉันรู้” ฟรอนนี่พูด
ต้นไม้และผืนหญ้าส่งเสียงระงม
“ห้องข้างๆ คือที่ที่เราเคยเป็นหัด” แคดดี้บอก “แล้วเธอและที.พี. เป็นหัดที่ไหนล่ะฟรอนนี่”
“เป็นได้ทุกที่ที่พวกเราอยู่แหละมั้ง” ฟรอนนี่ตอบ
“พวกเขายังไม่เริ่มเลย” แคดดี้บอก
_พวกเขากำลังจะเริ่มแล้ว ที.พี. พูด เธอยืนอยู่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวฉันไปเอาลังมา จะได้มองเข้าไปในหน้าต่างได้ เอ้า ดื่มน้ำแซสพาริลลานี่ให้หมดก่อน มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมีนกฮูกตัวเล็กๆ อยู่ข้างในเลย_
เราดื่มน้ำแซสพาริลลาจนหมด แล้วที.พี. ก็ดันขวดผ่านช่องระแนงลงไปใต้บ้านก่อนจะเดินจากไป ฉันได้ยินเสียงคนในห้องรับแขกและฉันก็ใช้มือตะกุยผนัง ที.พี. ลากลังไม้มา เขาหกล้มและเริ่มหัวเราะ เขานอนหัวเราะอยู่บนผืนหญ้า จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นและลากลังมาไว้ใต้หน้าต่าง โดยพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ

0 Comments