ตอนที่ 7
byทุกคืนโคลินจะนอนเฝ้าอยู่ที่ปลายเตียง และเจ้าหมาตัวนี้เองที่ทำให้ผมค้นพบเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง นั่นคือผมกำลังถูกสะกดรอยตามอยู่ตลอดเวลา เรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นตั้งแต่ผมมาถึงที่นี่แล้วก็ได้ แต่ผมเพิ่งจะมารู้ตัวเอาตอนเดือนที่สามที่บลูวิลเดบีสเตฟอนเทน คืนหนึ่งขณะที่ผมกำลังจะเข้านอน จู่ๆ ขนหลังของโคลินก็ลุกชัน มันเห่าใส่หน้าต่างด้วยท่าทางกระวนกระวาย ตอนนั้นผมยืนอยู่ในเงามืด พอเดินไปที่หน้าต่างเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก็เห็นใบหน้าสีดำวูบหนึ่งหายลับลงไปหลังรั้วไม้ที่หลังบ้าน แม้จะเป็นเหตุการณ์เล็กน้อย แต่ก็ทำให้ผมเริ่มระวังตัว คืนต่อมาผมลองเฝ้าดูแต่ไม่พบอะไร จนกระทั่งคืนที่สาม ผมถึงได้เห็นใบหน้าหนึ่งแนบชิดติดกับกระจกหน้าต่าง หลังจากนั้นผมจึงเริ่มปิดบานหน้าต่างทุกครั้งเมื่อฟ้ามืด และย้ายเตียงไปไว้ในจุดที่ไม่ได้ตรงกับหน้าต่าง
นอกบ้านก็ไม่ต่างกัน เวลาเดินอยู่บนถนน ผมมักจะรู้สึกขึ้นมาดื้อๆ ว่ามีคนกำลังจ้องมองอยู่ และถ้าผมทำท่าเหมือนจะเดินเข้าไปในพุ่มไม้ข้างทาง ก็จะได้ยินเสียงสวบสาบเบาๆ เป็นสัญญาณว่าผู้เฝ้าติดตามได้ถอยฉากออกไปแล้ว พวกเขาติดตามผมได้อย่างแนบเนียนมากจนผมไม่เคยเห็นตัวเลยสักครั้ง ไม่ว่าผมจะไปที่ไหน จะบนถนน ทุ่งหญ้าบนที่ราบสูง หรือตามไหล่เขาที่ขรุขระของเดอะเบิร์ก ทุกที่ล้วนเป็นแบบเดียวกัน ผมมีผู้ติดตามที่เงียบเชียบซึ่งจะเผยตัวให้รู้เพียงแค่เสียงกิ่งไม้หักเป็นครั้งคราว และมีสายตาที่ผมมองไม่เห็นคอยจ้องมองอยู่เสมอ จะมีก็เพียงตอนที่ผมลงไปที่ที่ราบเท่านั้นที่การสะกดรอยนี้จะหยุดลง เรื่องนี้ทำให้โคลินหงุดหงิดมาก ทุกครั้งที่ออกไปเดินข้างนอกมันจะส่งเสียงคำรามในลำคอไม่หยุด จนมีครั้งหนึ่งที่มันฝ่าฝืนคำสั่งของผมพุ่งพรวดเข้าไปในพุ่มไม้ ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ปรากฏว่ามันงับเข้าที่ขาของใครบางคนจนเลือดนองพื้นหญ้า
ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่บลูวิลเดบีสเตฟอนเทน ผมหลงลืมปริศนาที่ตั้งใจจะมาสืบไปเสียสนิท เพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับชีวิตใหม่และการชิงดีชิงเด่นที่น่ารังเกียจกับแจ็ป แต่การถูกสะกดรอยครั้งนี้ทำให้ความสงสัยเดิมๆ กลับมาอีกครั้ง ผมถูกจับตามองเพราะมีใครบางคนคิดว่าผมเป็นอันตราย ตอนแรกผมสงสัยแจ็ป แต่ก็รีบตัดทิ้งไป เพราะสิ่งที่น่าจะเป็นอันตรายต่อเขาคือการที่ผมเข้ามาทำงานในร้าน ไม่ใช่การที่ผมเดินเตร่ไปทั่วชนบท เขาอาจจะวางแผนให้คนมาสะกดรอยเพื่อกวนประสาทให้ผมทนไม่ไหวจนต้องลาออกไปเอง แต่ผมเชื่อว่าคุณแจ็ปรู้จักนิสัยผมดีเกินกว่าจะคิดว่าแผนตื้นๆ แบบนี้จะใช้ได้ผล
ปัญหาคือผมระบุไม่ได้ว่าใครเป็นคนสะกดรอย ผมเดินทางไปเยี่ยมเยียนชุมชนรอบๆ และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหัวหน้าเผ่าทุกคน ทั้งเอ็มเพฟู ชายแก่ท่าทางซอมซ่อที่เคยติดคุกของพวกโบเออร์อยู่นานก่อนสงคราม ในหมู่บ้านของเขามีสถานีมิชชันนารี และผู้คนก็ดูเรียบร้อยมั่งคั่งดี ส่วนมาจินเจเป็นหัวหน้าเผ่าหญิงที่เป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ซึ่งไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าพบ หมู่บ้านของเธอดูซอมซ่อและจำนวนคนในเผ่าก็ลดน้อยลงทุกปี ถัดไปทางเหนือท่ามกลางหุบเขาคือมากาตา เขาไม่มีเรื่องบาดหมางกับผม แถมยังมักจะเลี้ยงอาหารผมเวลาผมไปล่าสัตว์แถวนั้น ครั้งหนึ่งเขาเคยส่งชายฉกรรจ์นับร้อยมาช่วยผมล้อมล่าหมาป่าด้วยซ้ำ ส่วนสิกิโตลาซึ่งเป็นหัวหน้าเผ่าที่ใหญ่ที่สุดอาศัยอยู่ไกลออกไปในที่ราบ ผมไม่ค่อยรู้จักเขามากนัก แต่ถ้าคนของเขาเป็นคนสะกดรอยจริง ก็คงต้องเดินทางไกลจากหมู่บ้านมาอย่างเหน็ดเหนื่อยทุกวัน ส่วนพวกชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในกระท่อมที่บลูวิลเดบีสเตฟอนเทนส่วนใหญ่เป็นคริสเตียน เป็นคนสุภาพเรียบร้อยที่ทำสวนเล็กๆ ของตัวเอง และแน่นอนว่าพวกเขาชอบผมมากกว่าแจ็ป ผมเคยคิดจะขี่ม้าเข้าไปในปีเตอร์สดอร์ปเพื่อปรึกษาข้าหลวงท้องถิ่น แต่ก็พบว่าชายแก่ที่ช่ำชองพื้นที่คนเดิมไม่อยู่แล้ว คนที่มาแทนเป็นชายหนุ่มจากโรดีเซียที่ไม่รู้อะไรเลย นอกจากนี้ ชาวพื้นเมืองแถวนี้ก็ประพฤติตัวดีจนแทบไม่มีเจ้าหน้าที่มาตรวจเยี่ยม นานๆ ทีจะมีตำรวจซูลูผ่านมาไล่ล่าผู้ร้ายรายย่อย หรือเจ้าหน้าที่เก็บภาษีกระท่อมแวะมาบ้าง แต่โดยรวมแล้วพวกเราไม่ได้สร้างปัญหาให้รัฐบาล และรัฐบาลก็ไม่ได้สนใจพวกเรานัก
อย่างที่บอกว่า เบาะแสต่างๆ ที่ผมพกติดตัวมายังบลูวิลเดบีสเตฟอนเทนเริ่มกลับมาวนเวียนในหัวอีกครั้ง และยิ่งคิดผมก็ยิ่งกระตือรือร้น ผมเริ่มรวบรวมข้อมูลที่มีทั้งหมดมาเรียบเรียงดู เริ่มจากศาสนาจารย์จอห์น ลาปูตา สิ่งที่เขาทำที่ชายฝั่งเคิร์กเคเพิล การพูดคุยกับเอนริเกซเรื่องบลูวิลเดบีสเตฟอนเทน และพฤติกรรมแปลกๆ ของเขาที่เดอร์บัน ต่อมาคือสิ่งที่คอลส์บอกว่าที่นี่มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ไม่มีใครทนอยู่ที่ร้านค้าหรือโรงเรียนได้นาน จากนั้นก็เป็นเรื่องที่ผมคุยกับเอตเคน ที่ลอเรนโซ มาร์เกซ เกี่ยวกับพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ในแถบนี้ที่ชาวพื้นเมืองต่างพากันเดินทางไปสักการะ และข้อสงสัยเรื่องท่อเพชร และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการถูกแอบดูอย่างต่อเนื่องนี้เอง มันชัดเจนว่าที่นี่มีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ และผมสงสัยว่าตาแก่แจ็ปจะรู้เรื่องนี้ด้วยไหม วันหนึ่งผมโง่พอที่จะลองถามเขาเรื่องเพชร เขาหัวเราะเยาะผมอย่างดูแคลนแล้วตะโกนว่า "ไอ้คนอังกฤษผู้โง่เขลา ถ้าแกเคยไปคิมเบอร์ลีย์ แกจะรู้ว่าพื้นที่ที่มีเพชรมันหน้าตาเป็นยังไง แกจะหาเพชรเจอที่นี่ก็พอๆ กับหาไข่มุกในมหาสมุทรนั่นแหละ แต่ถ้าอยากจะลองขุดดินในลำธารดูตามใจชอบก็เชิญเถอะ บางทีแกอาจจะเจอโกเมนบ้าง"
ผมลองสืบอย่างระมัดระวัง โดยอาศัยคุณวอร์ดลอว์ที่เริ่มเชี่ยวชาญภาษาพื้นเมือง เพื่อหาข้อมูลเรื่องพ่อมดที่เอตเคนพูดถึง แต่ก็ไม่มีวี่แวว สิ่งเดียวที่เขารู้คือคนของสิกิโตลามียารักษาไข้ที่ดี และมาจินเจสามารถเรียกฝนได้หากเธอต้องการ
สุดท้าย หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน ผมจึงตัดสินใจเขียนจดหมายถึงคุณคอลส์ และเพื่อให้มั่นใจว่าจดหมายจะถึงมือผู้รับ ผมจึงฝากมิชชันนารีให้นำไปส่งที่ปีเตอร์สดอร์ป ผมเล่าเรื่องที่เอตเคนพูดและเรื่องการถูกสะกดรอยให้เขาฟังอย่างตรงไปตรงมา แต่ผมไม่ได้เขียนถึงตาแก่แจ็ป เพราะถึงเขาจะเป็นคนเลวแค่ไหน ผมก็ไม่อยากให้คนอายุขนาดนั้นต้องสูญเสียอาชีพเลี้ยงปากท้องไป

0 Comments