ตอนที่ 41
byเมื่อนั้น เราจะประทานฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล ผืนดินจะให้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ และต้นไม้ในทุ่งนาจะออกผลดกดื่น
พวกเจ้าจะเก็บเกี่ยวข้าวสาลีจนถึงฤดูเก็บองุ่น และเก็บองุ่นจนถึงฤดูหว่านพืช พวกเจ้าจะได้กินอาหารอย่างเต็มอิ่มและอาศัยอยู่ในดินแดนของตนอย่างปลอดภัย
เราจะประทานสันติสุขให้แก่แผ่นดิน พวกเจ้าจะได้นอนหลับโดยไม่ต้องหวาดกลัว เราจะกำจัดสัตว์ร้ายให้หมดไปจากดินแดน และจะไม่มีสงครามใดๆ มากล้ำกราย
พวกเจ้าจะขับไล่ศัตรู และศัตรูจะพ่ายแพ้ต่อคมดาบของพวกเจ้า
คนเพียงห้าคนในหมู่พวกเจ้าจะไล่ตามศัตรูได้เป็นร้อย และคนร้อยคนจะทำให้ศัตรูหนึ่งหมื่นคนต้องหนีกระเจิง ศัตรูของพวกเจ้าจะล้มตายด้วยคมดาบ
เพราะเราจะเมตตาพวกเจ้า จะทำให้พวกเจ้ามีความเจริญรุ่งเรือง มีลูกหลานมากมาย และจะสถาปนาพันธสัญญาของเรากับพวกเจ้าให้มั่นคง
พวกเจ้าจะได้กินผลผลิตเก่าจนกระทั่งผลผลิตใหม่เริ่มออกผล
เราจะตั้งที่ประทับของเราอยู่ท่ามกลางพวกเจ้า และเราจะไม่รังเกียจพวกเจ้า
เราจะเดินอยู่ท่ามกลางพวกเจ้า จะเป็นพระเจ้าของพวกเจ้า และพวกเจ้าจะเป็นประชากรของเรา
เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเจ้า ผู้ที่นำพวกเจ้าออกจากดินแดนอียิปต์ เพื่อไม่ให้พวกเจ้าต้องเป็นทาสของพวกเขา เราได้ปลดแอกที่กดขี่และทำให้พวกเจ้าเดินได้อย่างสง่าผ่าเผย
แต่ถ้าพวกเจ้าไม่ยอมฟังเรา และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเหล่านี้
หากพวกเจ้าดูหมิ่นกฎเกณฑ์ของเรา หรือใจของพวกเจ้าชิงชังคำตัดสินของเรา จนไม่ยอมทำตามคำสั่งทั้งหมด และละเมิดพันธสัญญาของเรา
เราจะทำสิ่งนี้กับพวกเจ้า คือจะส่งความสยดสยอง โรคภัยที่กัดกินร่างกาย และไข้รุมเร้าที่ทำให้ตาบอดและสร้างความทุกข์ระทมให้แก่หัวใจ พวกเจ้าจะหว่านเมล็ดพืชไปอย่างเปล่าประโยชน์ เพราะศัตรูจะมาแย่งกินจนหมด
เราจะหันหลังให้พวกเจ้า และพวกเจ้าจะถูกสังหารต่อหน้าศัตรู ผู้ที่เกลียดชังพวกเจ้าจะขึ้นมาปกครอง และพวกเจ้าจะวิ่งหนีทั้งที่ไม่มีใครไล่ตาม
หากถึงขนาดนี้แล้วพวกเจ้ายังไม่ยอมฟังเรา เราจะลงโทษพวกเจ้าให้หนักขึ้นอีกเจ็ดเท่าตามความบาปของพวกเจ้า
เราจะทำลายความจองหองในอำนาจของพวกเจ้า จะทำให้ท้องฟ้าเป็นดั่งเหล็กและแผ่นดินเป็นดั่งทองแดง
กำลังของพวกเจ้าจะสูญสิ้นไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะดินแดนจะไม่ให้ผลผลิต และต้นไม้ในแผ่นดินก็จะไม่ไม่ออกผล
หากพวกเจ้ายังดื้อรั้นและไม่ยอมฟังเรา เราจะส่งภัยพิบัติมาลงโทษพวกเจ้าให้หนักขึ้นอีกเจ็ดเท่าตามความบาปของพวกเจ้า
เราจะส่งสัตว์ร้ายมาท่ามกลางพวกเจ้า เพื่อพรากลูกหลานและทำลายฝูงสัตว์ ทำให้จำนวนประชากรลดน้อยลง และถนนหนทางของพวกเจ้าจะรกร้างว่างเปล่า
หากสิ่งเหล่านี้ยังไม่ทำให้พวกเจ้ากลับตัว แต่ยังคงดื้อรั้นต่อเรา
เราก็จะดื้อรั้นต่อพวกเจ้าเช่นกัน และจะลงโทษพวกเจ้าอีกเจ็ดเท่าตามความบาปของพวกเจ้า
เราจะส่งคมดาบมาล้างแค้นตามพันธสัญญา และเมื่อพวกเจ้ามารวมตัวกันในเมือง เราจะส่งโรคระบาดมาท่ามกลางพวกเจ้า จนพวกเจ้าต้องตกเป็นเชลยในมือศัตรู
เมื่อเราทำลายแหล่งอาหารของพวกเจ้า ผู้หญิงสิบคนจะต้องช่วยกันอบขนมปังในเตาเดียว และจะแบ่งขนมปังให้พวกเจ้าตามน้ำหนัก พวกเจ้าจะได้กินแต่ก็ไม่อิ่ม
หากถึงเพียงนี้แล้วพวกเจ้ายังไม่ยอมฟังเรา แต่ยังคงดื้อรั้นต่อเรา
เราจะตอบโต้พวกเจ้าด้วยความกริ้ว และเราจะลงโทษพวกเจ้าให้หนักขึ้นอีกเจ็ดเท่าตามความบาปของพวกเจ้า
พวกเจ้าจะต้องกินเนื้อลูกชายและลูกสาวของตนเอง
เราจะทำลายสถานบูชาสูง ตัดรูปเคารพของพวกเจ้าทิ้ง และโยนซากศพของพวกเจ้าไปกองรวมกับซากรูปเคารพ เพราะเราจะรังเกียจพวกเจ้า
เราจะทำให้เมืองของพวกเจ้ารกร้าง ทำให้สถานศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นที่ว่างเปล่า และเราจะไม่รับกลิ่นหอมจากเครื่องหอมของพวกเจ้า
เราจะทำให้แผ่นดินนี้กลายเป็นที่รกร้าง จนศัตรูที่อาศัยอยู่ที่นั่นต้องตกตะลึง
เราจะทำให้พวกเจ้ากระจัดกระจายไปท่ามกลางนานาชาติ และจะส่งคมดาบไล่ตามพวกเจ้า ดินแดนของพวกเจ้าจะรกร้างและเมืองต่างๆ จะถูกทำลาย
เมื่อนั้น แผ่นดินจะได้พักผ่อนในวันสะบาโต ตลอดระยะเวลาที่มันรกร้างและพวกเจ้าต้องไปอยู่ในดินแดนของศัตรู แผ่นดินจะได้พักและได้รับวันสะบาโตของมัน
มันจะพักผ่อนตราบเท่าที่ยังรกร้าง เพราะในวันที่พวกเจ้าอาศัยอยู่ พวกเจ้าไม่ได้ให้แผ่นดินได้พักในวันสะบาโต
ส่วนคนที่เหลือรอดชีวิต เราจะทำให้ใจของเขาขลาดกลัวในดินแดนของศัตรู เพียงแค่เสียงใบไม้ไหวก็ทำให้เขาตกใจกลัว ต้องวิ่งหนีราวกับหนีคมดาบ และจะล้มลงทั้งที่ไม่มีใครไล่ตาม
พวกเขาจะล้มระเนระนาดราวกับถูกดาบฟัน ทั้งที่ไม่มีใครไล่ตาม และพวกเจ้าจะไม่มีกำลังพอที่จะยืนหยัดต่อหน้าศัตรูได้เลย
พวกเจ้าจะพินาศท่ามกลางนานาชาติ และดินแดนของศัตรูจะกลืนกินพวกเจ้า
คนที่เหลืออยู่จะตรอมใจเพราะความบาปของตนในดินแดนของศัตรู และจะตรอมใจไปพร้อมกับความบาปของบรรพบุรุษ
หากพวกเขายอมสารภาพความผิดของตนและความผิดของบรรพบุรุษ รวมถึงการล่วงละเมิดที่ทำต่อเรา และยอมรับว่าได้ดื้อรั้นต่อเรา
และยอมรับว่าเราได้ตอบโต้พวกเขาด้วยการส่งพวกเขาไปยังดินแดนของศัตรู หากหัวใจที่แข็งกระด้างของเขายอมถ่อมลงและยอมรับโทษทัณฑ์แห่งความบาปนั้น
เมื่อนั้น เราจะระลึกถึงพันธสัญญาของเราที่มีต่อยาโคบ อิสอัค และอับราฮัม และเราจะระลึกถึงแผ่นดินนี้
แผ่นดินจะถูกปล่อยทิ้งไว้ให้ได้พักในวันสะบาโตในขณะที่รกร้างไร้ผู้คน และพวกเขาจะยอมรับโทษทัณฑ์แห่งความบาป เพราะพวกเขาเคยดูหมิ่นคำตัดสินของเราและชิงชังกฎเกณฑ์ของเรา
ถึงกระนั้น แม้พวกเขาจะอยู่ในดินแดนของศัตรู เราจะไม่ทอดทิ้งหรือรังเกียจจนทำลายให้สิ้นซาก และจะไม่ยกเลิกพันธสัญญาที่มีต่อพวกเขา เพราะเราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเขา
เราจะระลึกถึงพันธสัญญาที่มีต่อบรรพบุรุษของพวกเขา ผู้ที่เรานำออกจากอียิปต์ต่อหน้าต่อตานานาชาติ เพื่อที่เราจะได้เป็นพระเจ้าของพวกเขา เราคือพระยาห์เวห์
นี่คือข้อกำหนด คำตัดสิน และกฎหมายที่พระยาห์เวห์ทรงตราไว้กับลูกหลานอิสราเอล ณ ภูเขาซีนาย โดยผ่านทางโมเสส
พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า
จงบอกลูกหลานอิสราเอลว่า เมื่อมีใครบนบานสิ่งใดเป็นพิเศษ ให้ประเมินมูลค่าของสิ่งนั้นเพื่อถวายแด่พระยาห์เวห์
สำหรับการประเมินมูลค่าผู้ชาย อายุตั้งแต่ยี่สิบปีถึงหกสิบปี ให้ประเมินที่ห้าสิบเซเคิลเงิน ตามมาตรฐานเซเคิลของสถานศักดิ์สิทธิ์
หากเป็นผู้หญิง ให้ประเมินที่สามสิบเซเคิล
หากอายุตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี ผู้ชายให้ประเมินที่ยี่สิบเซเคิล และผู้หญิงสิบเซเคิล
หากอายุตั้งแต่หนึ่งเดือนถึงห้าปี ผู้ชายให้ประเมินที่ห้าเซเคิลเงิน และผู้หญิงสามเซเคิลเงิน
หากอายุหกสิบปีขึ้นไป ผู้ชายให้ประเมินที่สิบห้าเซเคิล และผู้หญิงสิบเซเคิล
แต่ถ้าผู้ที่บนบานมีทรัพย์สินน้อยกว่ามูลค่าที่ประเมิน ให้เขามาพบปุโรหิต และปุโรหิตจะประเมินมูลค่าตามกำลังความสามารถของผู้ที่บนบานนั้น
หากเป็นสัตว์ที่นำมาถวายแด่พระยาห์เวห์ ทุกสิ่งที่ถวายแด่พระองค์จะต้องเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ห้ามเปลี่ยนตัวสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นการเอาตัวที่ดีมาเปลี่ยนเป็นตัวที่เลว หรือเอาตัวที่เลวมาเปลี่ยนเป็นตัวที่ดี หากมีการเปลี่ยนสัตว์ตัวหนึ่งเป็นอีกตัวหนึ่ง ทั้งตัวเดิมและตัวที่นำมาเปลี่ยนจะต้องเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
หากเป็นสัตว์ที่ไม่สะอาดซึ่งไม่ได้ใช้ถวายเครื่องบูชาแด่พระยาห์เวห์ ให้นำสัตว์นั้นมาพบปุโรหิต
ปุโรหิตจะประเมินมูลค่าว่าดีหรือเลว และให้ยึดตามที่ปุโรหิตประเมิน
หากผู้ถวายต้องการไถ่สัตว์นั้นคืน ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกหนึ่งในห้าของมูลค่าที่ประเมิน
เมื่อมีคนถวายบ้านของตนให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แด่พระยาห์เวห์ ปุโรหิตจะประเมินมูลค่าว่าบ้านนั้นดีหรือเลว และให้ยึดตามการประเมินของปุโรหิต
หากผู้ถวายต้องการไถ่บ้านคืน ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกหนึ่งในห้าของมูลค่าที่ประเมิน บ้านนั้นจึงจะกลับมาเป็นของเขา
หากมีคนถวายที่ดินบางส่วนในครอบครองให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แด่พระยาห์เวห์ ให้ประเมินมูลค่าตามปริมาณเมล็ดพืช โดยเมล็ดข้าวบาร์เลย์หนึ่งโฮเมอร์มีมูลค่าห้าสิบเซเคิลเงิน
หากถวายที่ดินก่อนถึงปีปีติเกษม ให้ยึดตามมูลค่าที่ประเมินไว้
แต่หากถวายที่ดินหลังปีปีติเกษม ปุโรหิตจะคำนวณเงินตามจำนวนปีที่เหลือจนถึงปีปีติเกษม และหักลบออกจากมูลค่าที่ประเมิน
หากผู้ถวายต้องการไถ่ที่ดินคืน ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกหนึ่งในห้าของมูลค่าที่ประเมิน ที่ดินนั้นจึงจะกลับมาเป็นของเขาอย่างแน่นอน
แต่หากไม่ไถ่คืน หรือขายที่ดินนั้นให้ผู้อื่นไปแล้ว จะไม่สามารถไถ่คืนได้อีก
ทว่าเมื่อถึงปีปีติเกษม ที่ดินนั้นจะกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แด่พระยาห์เวห์ เช่นเดียวกับที่ดินที่ถูกถวายโดยเด็ดขาด และจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของปุโรหิต
หากมีคนถวายที่ดินที่ซื้อมา (ซึ่งไม่ใช่ที่ดินมรดกของครอบครัว) ให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แด่พระยาห์เวห์
ปุโรหิตจะคำนวณมูลค่าตามการประเมินจนถึงปีปีติเกษม และเขาต้องจ่ายเงินตามมูลค่าที่ประเมินในวันนั้นเพื่อถวายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แด่พระยาห์เวห์
เมื่อถึงปีปีติเกษม ที่ดินนั้นจะกลับคืนสู่ผู้ที่ถูกซื้อไป หรือกลับคืนสู่ผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น
การประเมินมูลค่าทั้งหมดให้ใช้มาตรฐานเซเคิลของสถานศักดิ์สิทธิ์ โดยหนึ่งเซเคิลเท่ากับยี่สิบเกราห์
ส่วนสัตว์แรกเกิดที่ต้องเป็นของพระยาห์เวห์ ไม่ว่าจะเป็นวัวหรือแกะ ห้ามนำมาประเมินมูลค่าเพื่อถวาย เพราะสัตว์เหล่านั้นเป็นของพระยาห์เวห์อยู่แล้ว
หากเป็นสัตว์ที่ไม่สะอาด ให้ไถ่คืนตามมูลค่าที่ประเมินและจ่ายเพิ่มอีกหนึ่งในห้า หรือหากไม่ไถ่คืน ให้ขายตามมูลค่าที่ประเมิน
อย่างไรก็ตาม สิ่งใดก็ตามที่ถวายโดยเด็ดขาดแด่พระยาห์เวห์ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือที่ดินในครอบครอง ห้ามนำมาขายหรือไถ่คืน เพราะสิ่งที่ถวายโดยเด็ดขาดนั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดแด่พระยาห์เวห์
มนุษย์ที่ถูกถวายโดยเด็ดขาดจะไม่สามารถไถ่คืนได้ แต่จะต้องถูกประหารชีวิต
ส่วนสิบลดของแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดพืชหรือผลไม้จากต้น ล้วนเป็นของพระยาห์เวห์และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แด่พระองค์
หากใครต้องการไถ่สิบลดของตนคืน ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกหนึ่งในห้าของมูลค่าสิ่งนั้น
สำหรับสิบลดของฝูงวัวหรือฝูงแกะ ทุกๆ ตัวที่สิบที่นับผ่านไม้เท้า จะต้องเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แด่พระยาห์เวห์
ห้ามคัดเลือกตัวที่ดีหรือเลว และห้ามเปลี่ยนตัวสัตว์ หากมีการเปลี่ยนตัว ทั้งตัวเดิมและตัวที่นำมาเปลี่ยนจะต้องเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และไม่สามารถไถ่คืนได้
นี่คือคำสั่งที่พระยาห์เวห์ทรงมอบให้โมเสสเพื่อแจ้งแก่ลูกหลานอิสราเอล ณ ภูเขาซีนาย

0 Comments