ตอนที่ 5: III (part 2)
byเขากวาดสายตามองไปรอบห้องโดยสารเล็กๆ มองคานที่ทาสีและผนังที่น้ำยาเคลือบเงาเริ่มหลุดลอก เขาจ้องมองสิ่งเหล่านั้นราวกับจะขอความช่วยเหลือจากความแปลกประหลาดอันซอมซ่อ สิ่งของที่ไม่คุ้นตาซึ่งวางระเกะระกะ สิ่งเหล่านี้คือร่องรอยของชีวิตที่เต็มไปด้วยความกดดัน อำนาจ การดิ้นรน และความไม่เชื่อ ซึ่งเป็นวิถีชีวิตอันแข็งกร้าวของคนขาวที่รุกคืบไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งบนขอบเหวของความมืดมิด เขาเหยียดแขนออกราวกับจะโอบกอดทุกสิ่งและพวกเราเอาไว้ เราได้แต่รอคอย ลมและฝนสงบลงแล้ว ความเงียบงันของยามค่ำคืนรอบเรือสคูนเนอร์นั้นช่างวังเวงและสมบูรณ์แบบ ราวกับโลกที่ตายแล้วถูกฝังไว้ในหลุมศพแห่งหมู่เมฆ เราคาดหวังให้เขาพูด และความอัดอั้นภายในก็ดูเหมือนจะบีบคั้นให้เขาต้องเอ่ยปาก บางคนอาจบอกว่าคนพื้นเมืองจะไม่ยอมพูดกับคนขาว นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะไม่มีใครอยากพูดกับ "เจ้านาย" แต่สำหรับคนพเนจรและมิตรแท้ สำหรับผู้ที่ไม่ได้มาเพื่อสั่งสอนหรือปกครอง ผู้ที่ไม่ได้ร้องขอสิ่งใดและยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้น คำพูดจะถูกเอ่ยออกมาท่ามกลางกองไฟ ในความโดดเดี่ยวที่แบ่งปันกันกลางท้องทะเล ในหมู่บ้านริมน้ำ หรือในที่พักท่ามกลางป่าลึก เป็นถ้อยคำที่ก้าวข้ามเรื่องเชื้อชาติและสีผิว หัวใจดวงหนึ่งพูด และอีกดวงหนึ่งรับฟัง โดยมีผืนดิน ทะเล ท้องฟ้า สายลมที่พัดผ่าน และใบไม้ที่สั่นไหว ร่วมเป็นพยานให้กับการเล่าขานอันเปล่าเปลี่ยวถึงภาระอันหนักอึ้งของชีวิต
ในที่สุดเขาก็พูดออกมา มันเป็นเรื่องยากที่จะบรรยายถึงผลกระทบจากเรื่องเล่าของเขา เพราะมันเป็นเพียงความทรงจำที่ไม่มีวันตาย และความแจ่มชัดของมันไม่สามารถถ่ายทอดให้ใครเข้าใจได้ทั้งหมด เช่นเดียวกับอารมณ์ที่รุนแรงในความฝัน ผู้ฟังจำเป็นต้องเคยเห็นรัศมีอันสง่างามในตัวเขา หรือเคยรู้จักเขามาก่อนจึงจะเข้าใจได้ ท่ามกลางแสงสลัวที่วูบไหวในห้องโดยสาร ความเงียบงันจนแทบหยุดหายใจภายนอกที่มีเพียงเสียงน้ำกระทบกราบเรือ ใบหน้าซีดเซียวของฮอลลิสกับดวงตาสีเข้มที่จ้องมองอย่างแน่วแน่ แจ็คสันที่ใช้ฝ่ามือทั้งสองรองรับศีรษะด้วยท่าทางกระตือรือร้น โดยมีเคราสีเหลืองยาวสยายลงบนสายกีตาร์ที่วางอยู่บนโต๊ะ และท่วงท่าที่นิ่งสงบของคาริน รวมถึงน้ำเสียงของเขา ทุกอย่างหลอมรวมเป็นความประทับใจที่ไม่อาจลืมเลือน เขานั่งเผชิญหน้ากับพวกเราที่โต๊ะ ศีรษะสีเข้มและแผงอกสีทองแดงปรากฏขึ้นเหนือแผ่นไม้ที่หม่นหมอง ดูเปล่งประกายและนิ่งสนิทราวกับหล่อด้วยโลหะ มีเพียงริมฝีปากเท่านั้นที่ขยับ และดวงตาที่บางครั้งก็โชติช่วง บางครั้งก็หม่นแสง หรือจ้องมองด้วยความโศกเศร้า ทุกสีหน้าล้วนกลั่นออกมาจากหัวใจที่ถูกทรมาน คำพูดของเขาแผ่วเบาเป็นเสียงพึมพำที่เศร้าสร้อยราวกับเสียงน้ำไหล บางขณะก็ดังกังวานเหมือนเสียงฆ้องศึก บางครั้งก็เนิบช้าเหมือนนักเดินทางที่เหนื่อยล้า หรือบางคราวก็รวดเร็วและรุนแรงด้วยความหวาดกลัว

0 Comments