"หนูก็ดีใจค่ะ" เธอตอบด้วยเสียงแผ่วเบา

    "แน่นอนอยู่แล้ว" อัลเมเยอร์พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ลูกจินตนาการไม่ออกหรอกว่ามีอะไรดีๆ รอเราอยู่ พ่อเองก็ไม่เคยไปยุโรป แต่ได้ยินแม่เล่าบ่อยจนเหมือนรู้จักที่นั่นดีทุกซอกทุกมุม เราจะได้ใช้ชีวิตที่… ที่รุ่งโรจน์ที่สุด ลูกคอยดูเถอะ"

    เขากลับมายืนเงียบๆ ข้างลูกสาว พลางทอดสายตามองภาพฝันอันน่าหลงใหลนั้น ครู่หนึ่งเขาก็กำหมัดแน่นแล้วชี้ไปยังหมู่บ้านที่กำลังหลับใหล

    "อา… อับดุลลา เพื่อนรัก" เขาตะโกน "มาดูกันว่าหลังจากผ่านไปหลายปี ใครกันแน่จะเป็นฝ่ายชนะ!"

    เขามองขึ้นไปตามลำน้ำแล้วเปรยขึ้นเรียบๆ ว่า

    "พายุฝนมาอีกแล้วสินะ แต่คืนนี้ต่อให้ฟ้าร้องแค่ไหนก็ปลุกพ่อไม่ตื่นหรอก ฝันดีนะลูกรัก" เขาซิบกระซิบพร้อมจุมพิตแก้มเธออย่างอ่อนโยน "คืนนี้ลูกดูไม่ค่อยมีความสุขเลยนะ แต่พรุ่งนี้ลูกต้องยิ้มให้สดใสกว่านี้ ใช่ไหมล่ะ?"

    นีนานิ่งฟังพ่อโดยไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ดวงตาที่ปรือลงครึ่งหนึ่งยังคงจ้องมองความมืดมิดของราตรีที่ยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อเมฆฝนก้อนมหึมาเคลื่อนตัวลงมาจากภูเขาบดบังแสงดาวจนมิด หลอมรวมท้องฟ้า ป่า และแม่น้ำ ให้กลายเป็นมวลสีดำสนิทจนแทบจะสัมผัสได้ ลมเอื่อยๆ สงบลง ทิ้งไว้เพียงเสียงคำรามของฟ้าร้องจากระยะไกลและแสงฟ้าแลบจางๆ ที่เป็นสัญญาณเตือนว่าพายุกำลังใกล้เข้ามา เด็กสาวถอนหายใจแล้วหันกลับไปยังโต๊ะ

    ขณะนั้นอัลเมเยอร์เอนตัวลงบนเปลญวนและเริ่มเคลิ้มหลับ

    "เอาตะเกียงไปเถอะนีน่า" เขางึมงำอย่างง่วงงุน "แถวนี้ยุงเยอะ ไปนอนได้แล้วลูก"

    แต่นีน่ากลับดับตะเกียงแล้วหันกลับไปที่ราวระเบียง เธอพิงแขนกับเสาไม้ จ้องมองไปยังช่วงน้ำบริเวณพันไตอย่างจดจ่อ ท่ามกลางความเงียบสงัดอันน่าอึดอัดของคืนเขตร้อน ทุกครั้งที่ฟ้าแลบ เธอจะเห็นผืนป่าสองฝั่งน้ำโอนเอนตามแรงลมพายุที่โหมกระหน่ำ สายน้ำทางตอนบนถูกลมตีจนกลายเป็นฟองสีขาวโพลน และเมฆดำทะมึนถูกฉีกขาดเป็นรูปร่างประหลาดลอยต่ำเหนือยอดไม้ที่สั่นไหว รอบตัวเธอยังคงเงียบสงบ แต่ไกลออกไปเธอได้ยินเสียงลมคำราม เสียงฝนตกหนัก และเสียงคลื่นซัดสาดในแม่น้ำที่ปั่นป่วน พายุเคลื่อนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมเสียงฟ้าร้องกึกก้องและแสงฟ้าแลบวาบยาว สลับกับความมืดมิดที่น่าสะพรึงกลัว เมื่อพายุเคลื่อนมาถึงจุดแยกของลำน้ำ ตัวบ้านก็สั่นสะเทือนตามแรงลม ฝนตกกระทบหลังคาใบปาล์มเสียงดังสนั่น เสียงฟ้าร้องลากยาวเป็นสาย และแสงฟ้าแลบที่เกิดขึ้นไม่ขาดสายเผยให้เห็นความโกลาหลของกระแสน้ำที่กระโจนทะยาน ท่อนซุงที่ถูกพัดพา และต้นไม้ใหญ่ที่ลู่ลงต่อหน้าพลังธรรมชาติอันบ้าคลั่งและไร้ความปรานี

    ผู้เป็นพ่อหลับสนิทโดยไม่ถูกรบกวนจากปรากฏการณ์ปกติของฤดูมรสุม เขาลืมสิ้นทั้งความหวัง ความโชคร้าย มิตรสหาย และศัตรู ส่วนลูกสาวนิ่งงันอยู่ตรงนั้น ทุกครั้งที่ฟ้าแลบ เธอจะกวาดสายตามองแม่น้ำสายกว้างด้วยความแน่วแน่และกังวลใจ

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
    Note