ตอนที่ 7
by23 ตุลาคม วันนี้คุณพ่อพาออสวาลด์ออกไปข้างนอก คุณแม่ร้องไห้หนักมาก ตอนที่ออสวาลด์กำลังจะไป ฉันกระซิบกับเขาว่า "ฉันรู้นะว่าเธอเป็นอะไร" แต่เขาไม่เข้าใจที่ฉันพูด แถมยังด่าฉันว่า "ยัยบื้อ" บางทีเขาอาจจะพูดแบบนั้นเพราะเห็นคุณพ่อกำลังจ้องมองมาด้วยสีหน้าบึ้งตึงน่ากลัวก็ได้
27 ตุลาคม ดูเหมือนทุกอย่างจะพังไปหมด เมื่อวานฉันได้คะแนนวิชาประวัติศาสตร์ไม่น่าพอใจ ส่วนวิชาเลขวันนี้ฉันก็ทำโจทย์ไม่ถูกเลยสักข้อ แถมยังกังวลแทบบ้าเรื่องที่โดดเรียนยิมนาสติก ถ้าพรุ่งนี้คุณแม่ยอมให้เงินก็คงรอดไป เพราะถ้าแม่ไปส่งด้วยตัวเองล่ะก็ เรื่องต้องแตกแน่นอน
28 ตุลาคม วันนี้ครูใหญ่เข้ามาในคาบภาษาฝรั่งเศสและชมฉันยกใหญ่ ท่านบอกว่าภาษาฝรั่งเศสของฉันดีพอจะขึ้นชั้นปีสามได้เลย แล้วก็ถามว่าวิชาอื่นทำได้ดีแบบนี้ด้วยหรือเปล่า ฉันไม่กล้าตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่เพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆ ช่วยตอบแทนว่า "ใช่ค่ะ เธอเก่งทุกวิชาเลย" ครูใหญ่ตบไหล่ฉันเบาๆ แล้วบอกว่า "ดีใจที่ได้ยินแบบนั้นนะ" พอท่านออกไป ฉันก็ร้องไห้โฮออกมาจนมาดามอาร์โนถามว่า "เป็นอะไรไปจ๊ะ?" เพื่อนๆ เลยช่วยบอกว่า "วิชาเลขเธอได้คะแนนไม่น่าพอใจค่ะ แต่จริงๆ แล้วเธอคิดเลขเก่งมากเลยนะ" มาดามเลยปลอบว่า "เดี๋ยวหนูก็ลบคำว่าไม่น่าพอใจนั่นออกไปได้เองแหละ"
30 ตุลาคม วันนี้ฉันมีเรื่องปวดหัวกับเฟราไลน์วิชเชอร์ในคาบประวัติศาสตร์ คือเมื่อวานตอนขึ้นรถรางกับคุณแม่ ฉันเจอเฟราไลน์ ว. อยู่พอดี ฉันเลยรีบมองไปทางอื่นเพราะไม่อยากให้แม่เห็น และไม่อยากให้ครูเอาเรื่องของฉันไปบอกแม่ พอเข้าคาบวันนี้ ครูเลยทักขึ้นมาว่า "ไลเนอร์ เธอรู้กฎระเบียบใช่ไหม?" ฉันรู้ทันทีว่าครูหมายถึงอะไร เลยรีบตอบว่า "หนูโค้งคำนับครูบนรถรางแล้วนะคะ แต่ครูไม่เห็นเอง" ครูสวนกลับทันควันว่า "ทำตัวดีจังนะ ทำผิดแล้วยังจะโกหกเพื่อเอาตัวรอดอีก นั่งลง!" ฉันรู้สึกแย่มากที่เพื่อนทั้งห้องจ้องมาที่ฉัน พอช่วงพัก เบอร์ตา ฟรังเก้ มาบอกฉันว่า "อย่าไปคิดมากเลย ครูเขาจ้องจะเล่นงานเธออยู่แล้ว หาเรื่องตำหนิได้ตลอดนั่นแหละ" สงสัยครูจะไปฟ้องเฟรา ดอกเตอร์ เอ็ม. ด้วย เพราะในคาบภาษาเยอรมัน หัวข้อการสอบพูดคือเรื่อง "มารยาทที่ดี" แล้วเพื่อนทุกคนก็หันมามองฉันอีกครั้ง ครูไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม แต่สำหรับฉันแล้ว อี.เอ็ม. หรือเอลิซาเบธน่ะเป็นนางฟ้าชัดๆ เสียดายที่เธอเป็นโปรเตสแตนต์เลยไม่ได้ฉลองวันชื่อ ซึ่งน่าเสียดายมากเพราะวันที่ 19 พฤศจิกายนใกล้จะถึงแล้ว
31 ตุลาคม วันนี้โชคดีสุดๆ เรื่องโดดเรียนยิมนาสติกไม่หลุดออกมาเลย ทั้งที่แม่ก็ไปด้วยตัวเอง แถมวิชาคิดเลขเร็ววันนี้ฉันได้คะแนนเต็มหนึ่งด้วย เฟราไลน์สไตเนอร์ใจดีมาก ท่านถามว่า "ไลเนอร์ วันก่อนเกิดอะไรขึ้นกับโจทย์เลขของหนูจ๊ะ ทั้งที่ปกติหนูเก่งเลขมาก" ฉันไม่รู้จะตอบยังไงเลยบอกไปว่า "อ๋อ วันนั้นหนูปวดหัวมากเลยค่ะ" พอพูดจบเบอร์ตา ฟรังเก้ เกือบจะหลุดขำออกมา นิสัยเสียจริงๆ ฉันว่ายัยนี่ไว้ใจไม่ได้และชอบเอาเรื่องคนอื่นไปฟก พอเลิกเรียนเธอก็มาบอกว่าที่ขำเพราะคำว่า "ปวดหัว" ในความหมายอื่นมันสื่อถึงเรื่องที่ต่างออกไปสิ้นเชิง
1 พฤศจิกายน วันนี้เริ่มทำผ้าปูโต๊ะเพื่อเป็นของขวัญคริสต์มาสให้คุณพ่อ แน่นอนว่าอินสปีชิงส่วนด้านขวาไปเพราะทำง่ายกว่า ส่วนฉันต้องทำด้านซ้ายที่วุ่นวายไปหมด ส่วนของขวัญให้คุณแม่ ฉันกำลังทำปกสมุดหนังปักลายด้วยไหมและวาดรูปประกอบ ซึ่งส่วนที่ต้องวาดรูปฉันขอทำที่โรงเรียนในคาบของเฟราไลน์ เอช. เพราะท่านใจดีมาก แต่คนที่ฉันชอบที่สุดคือเฟรา ดอกเตอร์ เอ็ม. ส่วนเบอร์ตา ฟรังเก้ ฉัน จะไม่ ชวนมาบ้านเด็ดขาดเพราะเรื่องที่เธอหัวเราะเยาะเมื่อวาน อีกอย่างคุณแม่ก็ไม่ชอบให้มีเด็กแปลกหน้ามาที่บ้านด้วย
2 พฤศจิกายน ฉันยังไม่รู้เรื่องโลกกว้างเท่าไหร่ แต่เฮลล่ารู้เยอะกว่ามาก เราตกลงกันว่าจะทบทวนวิชาประวัติศาสตร์ธรรมชาติด้วยกันในห้องนั่งเล่น แล้วเธอก็เล่าเรื่องต่างๆ ให้ฉันฟังอีกเพียบ จากนั้นมาลี สาวใช้คนใหม่ก็เข้ามาและเล่าเรื่องน่ากลัวให้ฟังว่า เรซี่ต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะป่วย มาลีบอกว่าพวกชาวยิวทุกคนตอนเด็กๆ ต้องผ่านการผ่าตัดที่อันตรายมาก มันเจ็บปวดสุดๆ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาใจร้าย การผ่าตัดนี้ทำเพื่อให้มีลูกได้มากขึ้น แต่ต้องเป็นลูกชายเท่านั้น ลูกสาวไม่ได้ ซึ่งมันน่าสยองมาก ฉันไม่อยากแต่งงานกับคนยิวเลย พอเราถามมาลีว่ามันเจ็บขนาดนั้นจริงไหม เธอกลับหัวเราะแล้วบอกว่า "ไม่น่าจะขนาดนั้นหรอก ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครยอมทำกันหมดหรอก" เฮลล่าเลยถามต่อว่า "แล้วพี่ทำหรือยังล่ะ เห็นยังไม่มีสามีเลย" มาลีตอบว่า "พอเลยคุณหนู! อย่าถามเรื่องแบบนี้ มันไม่เป็นกุลสตรีเลย" พวกเรากลัวจนตัวสั่นและขอร้องไม่ให้เธอไปบอกคุณแม่ ซึ่งเธอก็รับปาก
5 พฤศจิกายน เรื่องแตกเพราะสายรัดเอวบ้าๆ นั่นแหละ เมื่อวานตอนฉันกำลังจัดลิ้นชัก มาลีเข้ามาจัดเตียงแล้วเห็นสายรัดเอวแบบมีพู่ของฉัน เธอทักว่า "อุ๊ย สวยจังเลยค่ะ!" ฉันเลยบอกว่า "เอาไปเถอะถ้าอยากได้ ฉันเลิกใส่แล้ว" พอถึงมื้อค่ำ ฉันสังเกตเห็นคุณแม่มองมาลี ฉันถึงกับหน้าแดงก่ำ หลังอาหารคุณแม่ถามว่า "เกรเทล ลูกให้สายรัดเอวนั่นกับมาลีเหรอ?" ฉันตอบว่า "ค่ะ เธอขอหนู" จังหวะนั้นมาลีเดินเข้ามาเก็บจานพอดีแล้วพูดว่า "เปล่าค่ะ หนูไม่ได้ขอ คุณหนูเกรเทให้หนูเองค่ะ" หลังจากนั้นฉันไม่รู้เกิดอะไรขึ้น พอฉันกลับเข้าห้อง คุณแม่ก็เดินตามเข้ามาแล้วพูดว่า "เลี้ยงลูกมาให้เสียแรงจริงๆ มาลีเล่าให้แม่ฟังหมดแล้วว่าลูกกับเฮลล่าคุยเรื่องอะไรกันบ้าง" ฉันรีบวิ่งไปที่ห้องครัวแล้วโวยวายใส่มาลีว่า "ทำไมถึงเอาเรื่องเราไปฟ้อง! ทั้งที่ตอนนั้นพี่ก็ร่วมวงคุยด้วยแท้ๆ ใจร้ายที่สุด!" พอตกเย็น ยัยนั่น ดันไปฟ้องคุณพ่ออีก จนฉันโดนดุชุดใหญ่ ท่านบอกว่า "พวกลูกนี่มันเหลือเกินจริงๆ ต่อไปนี้ห้ามไปคลุกคลีกับเฮลล่าบ่อยๆ เข้าใจไหม!"
6 พฤศจิกายน ให้ตายสิ กลายเป็นว่าตอนนี้ฉันกลายเป็นยัยบื้อไปแล้ว ตอนที่ฉันสะกิดเฮลล่าไม่ให้พูดต่อหน้ามาลี เธอกลับหัวเราะแล้วบอกว่า "จะสนทำไม มาลีรู้เรื่องพวกนี้หมดแล้ว อาจจะรู้ดีกว่าเราด้วยซ้ำ" แล้วหลังจากนั้นมาลีก็เล่าเรื่องชาวยิวให้ฟัง ทีนี้เป็นไงล่ะ ฉันเลยกลายเป็นยัยบื้อในสายตาเธอ โอเค ฉันยอมรับว่าฉันมันยัยบื้อ และนี่คือสิ่งที่เพื่อนสนิทที่สุดเรียกฉัน!
7 พฤศจิกายน ฉันกับเฮลล่าเริ่มห่างเหินกัน เรายังเดินด้วยกันนะ แต่คุยกันแค่เรื่องทั่วไป เรื่องโรงเรียน เรื่องเรียน ไม่คุยเรื่องอื่นเลย วันนี้เราไปเล่นสเก็ตน้ำแข็งครั้งแรก และจะไปทุกครั้งที่มีเวลา ซึ่งก็น้อยมาก ส่วนคุณแม่กำลังทำผ้าปูโต๊ะอยู่ งานหนักเอาการเลย แต่ท่านก็ไม่ได้มีภาระเยอะเท่าพวกเรา
8 พฤศจิกายน วันนี้มีหญิงสาวสวยมากคนหนึ่งมาเล่นสเก็ต เธอสเก็ตได้สวยเหลือเกิน ทั้งการเอียงคมมีดและการวาดรูปเลขแปด ฉันสเก็ตตามหลังเธอไป พอเธอเดินไปที่ห้องเก็บของ ฉันได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมา ฉันสงสัยว่าเธอใกล้จะแต่งงานหรือยัง และ เธอ จะรู้เรื่อง "ทุกอย่าง" นั้นหรือเปล่า เธอสวยมาก เวลาเธอปัดผมออกจากหน้าผากก็น่ารักที่สุด ฉันอยากสวยแบบเธอจัง แต่ฉันผิวเข้มส่วนเธอผิวขาว ฉันอยากรู้จังว่าเธอชื่ออะไรและอยู่ที่ไหน พรุ่งนี้ฉันต้องไปเล่นสเก็ตอีก ส่วนการบ้านค่อยทำตอนเย็นแล้วกัน
9 พฤศจิกายน ฉันเสียใจมาก เธอ ไม่มาเล่นสเก็ต กลัวว่าเธอจะป่วยจัง
10 พฤศจิกายน วันนี้เธอก็ยังไม่มา ฉันรอตั้งสองชั่วโมงแต่ก็ไร้วี่แวว
11 พฤศจิกายน ในที่สุดวันนี้เธอก็มา! โอ๊ย เธอสวยเหลือเกิน
12 พฤศจิกายน เธอพูดกับฉันแล้ว! ตอนที่ฉันยืนอยู่ใกล้ประตูทางเข้า จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะจากข้างหลัง และฉันรู้ทันทีว่านั่นคือ เธอ! และก็ใช่จริงๆ เธอเดินเข้ามาถามว่า "ไปสเก็ตด้วยกันไหมจ๊ะ?" ฉันตอบว่า "ได้โปรดเถอะค่ะ ถ้าฉันได้รับอนุญาต" แล้วเราก็สเก็ตไปด้วยกันโดยคล้องแขนกันไว้ หัวใจฉันเต้นแรงมาก อยากจะชวนคุยแต่ก็นึกเรื่องที่มีสาระไม่ออกเลย พอเรากลับมาที่ทางเข้า มีสุภาพบุรุษคนหนึ่งยืนรออยู่ เขาถอดหมวกให้และเธอก็โค้งตอบ จากนั้นเธอก็บอกฉันว่า "ไว้เจอกันใหม่นะ" ฉันรีบถามทันทีว่า "เมื่อไหร่คะ? พรุ่งนี้ไหม?" เธอตอบกลับมาว่า "อาจจะนะ…" แค่คำว่าอาจจะ… โธ่ ฉันอยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆ จัง
13 พฤศจิกายน อินสปีบอกว่าเธอชื่อ อนาสตาเซีย คลาสโตเช็ค ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะมีชื่อแบบนั้น เธอควรจะชื่อ ยูจีนี หรือ เซราฟีน หรือ ลอร่า มากกว่า แต่อนาสตาเซียเนี่ยนะ เป็นไปไม่ได้ ทำไมต้องมีชื่อที่ฟังดูประหลาดแบบนี้ด้วย ลองคิดดูสิถ้าเธอชื่อนั้นจริงๆ แถมคลาสโตเช็คยังเป็นชื่อเช็ก เห็นว่ามาจากโมราเวียและอายุ 26 แล้วด้วย 26 เนี่ยนะ ไร้สาระที่สุด อย่างมากก็แค่ 18 ฉันมั่นใจว่าไม่ถึง 18 ด้วยซ้ำ โดร่าบอกว่าเธออยู่ที่ถนนฟอรัสกัสเซ่ และบอกว่าเธอไม่ได้สวยอะไรขนาดนั้น ซึ่งแน่นอนว่านั่นคือความอิจฉาล้วนๆ เพราะโดร่าไม่เคยเห็นใครสวยนอกจากตัวเองอยู่แล้ว

0 Comments