บทที่ 6
    อุบัติเหตุกลางทะเลสาบ

    โจดูดีขึ้นมากเมื่อเขาพายเรือไปยังท่าเรือของโรงแรม ก่อนจะมาที่นี่เขาแวะซื้อปกเสื้ออันใหม่กับเนกไทสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งเมื่อใส่คู่กับชุดสูทและหมวกใบใหม่แล้ว ยิ่งทำให้เขาดูเนี้ยบและภูมิฐานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    เรือถูกทำความสะอาดจนเอี่ยมตั้งแต่เช้า เมื่อกลุ่มสุภาพสตรีมาถึงและเห็นสภาพเรือ พวกเธอก็ดูพึงพอใจมาก

    “เรือสะอาดจังเลยนะคะ” เมเบิล มัลลิสัน หลานสาวของเจ้าของโรงแรมเอ่ยชม

    “คนพายก็ดูสะอาดสะอ้านเหมือนกัน” เพื่อนคนหนึ่งของเธอกระซิบ “ฉันล่ะทนคนพายเรือเมื่อวานซืนไม่ได้จริงๆ มือก็สกปรก แถมมีคราบน้ำหมากยาเส้นเลอะรอบปากอีก”

    กลุ่มสุภาพสตรีมีทั้งหมดสี่คน แบ่งกันนั่งหัวเรือสองคนและท้ายเรือสองคน แม้จะเป็นน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก แต่โจไม่ได้กังวลอะไรเพราะพวกเธอไม่ได้รีบร้อนเรื่องความเร็ว

    “เราอยากไปที่เฟิร์นร็อกค่ะ” เมเบิลบอก “เห็นว่าที่นั่นมีเฟิร์นสวยๆ ให้เก็บเยอะเลย”

    “มีจริงๆ ครับ” โจตอบ “ผมเพิ่งไปเห็นมาเมื่ออาทิตย์ก่อนเอง”

    “ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากได้เปลือกไม้เบิร์ชสวยๆ ด้วยค่ะ” สุภาพสตรีอีกคนเสริม

    “ผมหาให้ได้เยอะเลยครับ”

    โจพายเรือด้วยท่วงท่าที่ชำนาญที่สุด ระหว่างทางกลุ่มสาวๆ ต่างพากันซักถามเขาเรื่องราวเกี่ยวกับทะเลสาบและพื้นที่โดยรอบ เมื่อถึงเฟิร์นร็อก ทุกคนก็ขึ้นฝั่ง โจช่วยชี้จุดที่มีเฟิร์นและช่วยขุดต้นที่พวกเธอต้องการนำกลับไปด้วย หลังจากใช้เวลาเก็บเฟิร์นและเปลือกไม้เบิร์ชอยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง พวกเขาก็เริ่มพายเรือกลับโรงแรม

    “ฉันอยากลองพายบ้างจัง” สุภาพสตรีคนหนึ่งที่มีรูปร่างค่อนข้างเจ้าเนื้อร้องบอก

    “โธ่ เจนนี่ ฉันว่าเธอทำไม่ได้หรอก!” เพื่อนอีกคนทัก

    “ทำได้สิ!” เจนนี่ตอบอย่างมั่นใจ พร้อมกับลุกพรวดขึ้นจากที่นั่งเพื่อจะคว้าไม้พาย

    “ระวังครับ!” โจรีบเตือนเมื่อเห็นเรือเริ่มโคลงเคลง

    “โอ๊ย ฉันไม่กลัวหรอก!” หญิงสาวร่างท้วมตอบ พร้อมกับโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อจับไม้พาย แต่ทันใดนั้นเท้าของเธอกลับลื่น ทำให้เธอเสียหลักล้มลงกระแทกขอบเรือ ส่งผลให้เรือเอียงวูบยิ่งกว่าเดิม ในจังหวะนั้นเอง เมเบิล มัลลิสัน ที่กำลังโน้มตัวมองลงไปในน้ำใสของทะเลสาบก็กรีดร้องออกมา

    “ช่วยด้วย!” เสียงร้องดังขึ้นเพียงครู่เดียว ก่อนที่เธอจะตกลงไปในน้ำเสียงดังตู้ม

    โจตกใจมาก ส่วนสุภาพสตรีที่ยังอยู่ในเรือต่างพากันกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก

    “เธอต้องจมน้ำแน่ๆ!”
    “ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยเธอที!”
    “เป็นเพราะฉันเอง!” หญิงสาวร่างท้วมร้องไห้โฮ “ฉันทำเรือพลิก!”

    โจไม่ได้พูดอะไร แต่รีบมองลงไปข้างเรือ เขาเห็นร่างของเมเบิลอยู่ไม่ไกลนัก แต่เธอกลับจมดิ่งลงสู่ก้นทะเลสาบและไม่มีทีท่าว่าจะลอยขึ้นมา

    ‘แปลกจัง ทำไมเธอไม่ลอยขึ้นมา’ เขาคิดในใจ

    เมื่อเพ่งมองอีกครั้ง โจก็เห็นว่าชุดกระโปรงของหญิงสาวเคราะห์ร้ายไปเกี่ยวเข้ากับโขดหินแหลมคม เขาไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว รีบกระโดดลงน้ำดิ่งตรงไปยังก้นทะเลสาบทันที

    การแกะชุดที่ติดอยู่ในซอกหินก้อนใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่หลังจากออกแรงดึงเป็นครั้งที่สอง ชุดก็หลุดออก และในชั่วพริบตาต่อมา ทั้งโจและเมเบิลก็โผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ

    “ว้าย!” สุภาพสตรีสองคนที่อยู่ในเรือร้องลั่น “เธอจมน้ำหรือเปล่า!”

    “หวังว่าคงไม่นะครับ” โจตอบ “รบกวนนั่งนิ่งๆ ครับ ไม่งั้นเรือพลิกแน่”

    โจพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อพยุงเมเบิลขึ้นเรือ ก่อนจะปีนตามขึ้นมา เมื่อขึ้นมาได้ หญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายก็หอบหายใจเฮือกใหญ่แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น

    “โอ้…” เธอกระซิบเบาๆ

    “ปลอดภัยแล้วนะเมเบิล!” เพื่อนคนหนึ่งปลอบ

    “คิดแล้วยังไม่อยากเชื่อเลยว่าเป็นเพราะฉัน!” หญิงสาวร่างท้วมพึมพำ “ฉันคงให้อภัยตัวเองไม่ได้ไปตลอดชีวิตแน่ๆ”

    เมเบิลสำลักน้ำไปบ้างแต่ไม่มีอาการบาดเจ็บอื่น ทว่าชุดสีน้ำเงินสวยของเธอพังยับเยิน และชุดสูทตัวใหม่ของโจก็ดูไม่ได้เลยเมื่อเทียบกับตอนที่เขาเพิ่งสวมมันครั้งแรก

    “พายกลับโรงแรมกันเถอะค่ะ” สุภาพสตรีคนหนึ่งบอก “คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?” เธอถามโจ

    “ไม่เป็นไรครับ นอกจากจะเปียกโชกไปทั้งตัว”

    “คุณกล้าหาญมากที่ดำลงไปช่วยเมเบิล”

    “กล้ามากจริงๆ!” หญิงสาวอีกคนเสริม “ถ้าไม่ได้คุณ ฉันอาจจะต้องจมน้ำไปแล้ว” เธอพูดพร้อมกับตัวสั่นด้วยความหวาดเสียว

    “ผมเห็นว่าเธอติดโขดหินก็เลยรีบลงไปช่วยครับ” โจตอบอย่างถ่อมตัว “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย”

    แม้จะเปียกปอนไปทั้งตัว แต่โจก็คว้าไม้พายและนำเรือมุ่งหน้ากลับโรงแรมด้วยความเร็ว เพื่อไม่ให้เมเบิลเป็นหวัด พวกเธอจึงนำผ้าคลุมไหล่มาห่มให้เธอ

    การกลับมาถึงโรงแรมของกลุ่มสุภาพสตรีสร้างความตื่นตระหนกเล็กน้อย เมเบิลรีบวิ่งกลับห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนโจถูกบอกให้ไปที่ห้องครัว แต่เมื่อเจ้าของโรงแรมทราบเรื่องที่โจช่วยหลานสาวไว้ เขาจึงให้คนพาโจไปยังห้องส่วนตัวและจัดหาเสื้อผ้าแห้งของแขกคนอื่นที่มีขนาดตัวพอๆ กับโจมาให้เปลี่ยน

    “ทำได้ดีมากไอ้หนู” เจ้าของโรงแรมเอ่ยชม เมื่อโจปรากฏตัวในชุดแห้งสนิท ส่วนชุดเดิมของเขาถูกส่งไปซักรีดให้เรียบร้อย

    “ผมดีใจที่ได้ช่วยครับ คุณมัลลิสัน”

    “ไหนดูซิ… เธอคือเด็กของไฮแรม บอดลีย์ ใช่ไหม?”

    “ผมเคยอยู่กับคุณบอดลีย์ครับ ใช่ครับ”

    “นั่นแหละที่ฉันหมายถึง อุบัติเหตุครั้งนั้นมันร้ายแรงมากที่พรากชีวิตเขาไป ตอนนี้เธอยังอยู่ที่กระท่อมหลังเก่าที่ทรุดโทรมหลังนั้นหรือเปล่า?”

    “เปล่าครับ ผมขายข้าวของทุกอย่างไปแล้ว และกำลังจะย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองครับ”

    “ที่ไหนล่ะ?”

    “ผมยังไม่ได้ตัดสินใจเลยครับ กำลังจะหาที่อยู่พอดีตอนที่คุณไอค์ แฟร์ฟิลด์ ให้งานพายเรือส่งสุภาพสตรีกลุ่มนี้”

    “เข้าใจแล้ว เธอเป็นเจ้าของเรือเองสินะ?”

    “ครับ”

    “ถ้าเธอรับจ้างพานักท่องเที่ยวช่วงหน้าร้อนเที่ยวแบบนี้ ก็น่าจะพอเลี้ยงชีพได้สบายๆ เลยนะ”

    “ผมก็คิดแบบนั้นครับ แต่หน้าหนาวผมคงไม่มีอะไรทำ”

    “เอาเถอะ ถึงตอนนั้นอาจจะมีงานอื่นเข้ามาก็ได้” แอนดรูว์ มัลลิสัน หยิบกระเป๋าสตางค์ใบหนาออกมา “ฉันอยากให้รางวัลเธอที่ช่วยเมเบิลไว้”

    เขาหยิบธนบัตรใบละสิบดอลลาร์สองใบยื่นให้โจ แต่โจส่ายหน้าและถอยหลังเล็กร้อย

    “ขอบคุณมากครับคุณมัลลิสัน แต่ผมไม่ขอรับรางวัลครับ”

    “แต่เธอสมควรได้รับมันนะเจ้าหนู”

    “ผมไม่รับจริงๆ ครับ ถ้าคุณอยากช่วยผม รบกวนช่วยส่งงานพายเรือจิปาถะจากโรงแรมมาให้ผมบ้างก็พอ”

    “สรุปคือเธอจะไม่เอาเงินจริงๆ ใช่ไหม?”

    “ครับ”

    “งั้นเธอสนใจมาทำงานประจำที่โรงแรมไหมล่ะ?”

    “ถ้าค่าตอบแทนดี ผมสนใจมากครับ”

    “ฉันรับประกันว่าจะมีงานให้ทำตลอดตราบเท่าที่ฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ยังไม่หมดลง”

    “แล้วจะได้ค่าจ้างเท่าไหร่ครับ?”

    “อย่างน้อยวันละหนึ่งดอลลาร์ พร้อมที่พักและอาหาร”

    “ตกลงครับ ขอบคุณในความเมตตาของคุณมากครับ”

    “เริ่มงานได้เมื่อไหร่?”

    “ผมอยู่นี่แล้วครับ”

    “หมายความว่าเริ่มงานได้ตั้งแต่นี้เลยใช่ไหม?”

    “ครับผม”

    “ฉันหวังว่าเธอคงไม่อยากได้งานที่ต้องคอยลากคนขึ้นจากทะเลสาบทุกวันหรอกนะ” แอนดรูว์ มัลลิสัน พูดพร้อมรอยยิ้ม

    “ถ้าไม่ได้แต่งตัวเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนั้น ผมก็ไม่อยากทำหรอกครับคุณมัลลิสัน แต่ก็นะ เรื่องนี้ทำให้ผมได้งานดีๆ ทำ”

    “ฉันคงสบายใจขึ้นเยอะที่ส่งแขกไปกับเธอ เพราะรู้ว่าเธอจะทำเต็มที่เพื่อไม่ให้ใครได้รับอันตราย”

    “ผมสัญญาว่าจะทำอย่างนั้นแน่นอนครับ”

    “พรุ่งนี้เธอต้องพาสุภาพสตรีสูงอายุสองท่านเที่ยวรอบทะเลสาบ และแนะนำจุดที่น่าสนใจทุกจุด แน่นอนว่าเธอรู้จักจุดเหล่านั้นทั้งหมดใช่ไหม”

    “ครับ ผมรู้จักทุกตารางนิ้วรอบทะเลสาบ รวมถึงบนภูเขาด้วยครับ”

    “งั้นก็ไม่มีปัญหาเรื่องงานล้นมือแล้วล่ะ ฉันดีใจที่ได้เธอมาทำงานด้วย พอดีฉันขาดคนอยู่คนหนึ่ง—หรือจะบอกว่ากำลังจะขาดคืนนี้ก็ได้ เพราะฉันจะให้แซม คัลลัม ออก เนื่องจากเขาดื่มหนักเกินไป”

    “เรื่องนั้นคุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับผมเลยครับ”

    “เธอไม่ดื่มเหล้าเหรอ?”

    “ไม่แตะเลยสักหยดครับ”

    “ดีใจที่ได้ยินแบบนั้น และนั่นเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมาก” เจ้าของโรงแรมกล่าวสรุปด้วยความพอใจ

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
    Note