ตอนที่ 6
by“สำหรับข้ามันก็ไม่ต่างกันหรอก” บาลูตอบ แม้ในใจจะรู้สึกน้อยใจและเสียความรู้สึกอยู่บ้าง “ถ้าอย่างนั้น ก็ลองบอกคำสำคัญของป่าที่ข้าสอนเจ้าในวันนี้ให้บาเกียร่าฟังซิ”
“คำสำคัญของเผ่าไหนล่ะ?” มอว์กลีถามอย่างกระตือรือร้น อยากจะอวดความสามารถ “ป่านี้มีหลายภาษา และข้าก็รู้หมดทุกภาษาด้วย”
“เจ้ารู้แค่นิดเดียวเท่านั้นแหละ ไม่ได้รู้มากขนาดนั้นหรอก ดูสิ บาเกียร่า ลูกศิษย์พวกนี้ไม่เคยขอบคุณครูเลย ไม่มีลูกหมาป่าตัวไหนเคยกลับมาขอบคุณบาลูแก่ๆ คนนี้ที่ช่วยสอนเลยสักตัว เอาละ พ่อปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ลองพูดคำของพวกนักล่าให้ฟังหน่อยซิ”
“เราเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน ท่านและข้า” มอว์กลีพูดโดยเลียนสำเนียงแบบหมีซึ่งเป็นที่ใช้กันในหมู่พวกนักล่า
“ดีมาก ต่อไปเป็นพวกนก”
มอว์กลีพูดซ้ำอีกครั้ง พร้อมกับทำเสียงผิวปากแบบนกเหยี่ยวปิดท้ายประโยค
“คราวนี้ตาพวกงูบ้าง” บาเกียร่าบอก
คำตอบที่ได้คือเสียงขู่ฟ่อที่บรรยายไม่ถูก มอว์กลีดีใจจนกระโดดโลดเต้น ตบมือให้ตัวเอง แล้วกระโดดขึ้นไปบนหลังของบาเกียร่า เขานั่งตะแคงข้าง ใช้ส้นเท้าถีบย่ำลงบนผิวหนังมันวาวของเสือดำ พร้อมกับทำหน้าล้อเลียนบาลูอย่างเต็มที่
“เอาเถอะๆ! เจ็บตัวนิดหน่อยแต่คุ้มค่าที่ได้เห็น” หมีสีน้ำตาลพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “สักวันเจ้าจะระลึกถึงบุญคุณข้า” จากนั้นบาลูก็หันไปเล่าให้บาเกียร่าฟังว่า เขาต้องไปขอร้องคำสำคัญเหล่านี้มาจากหัตถี ช้างป่าผู้รอบรู้ทุกเรื่อง และหัตถีเป็นคนพามอว์กลีไปยังสระน้ำเพื่อเรียนคำของงูจากงูน้ำ เพราะบาลูเองก็ออกเสียงคำนั้นไม่ถูก ตอนนี้มอว์กลีจึงปลอดภัยจากอันตรายในป่าในระดับหนึ่งแล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นงู นก หรือสัตว์ป่าตัวไหนก็จะไม่ทำร้ายเขา
“คราวนี้ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว” บาลูสรุปพลางตบพุงขนฟูของตัวเองด้วยความภูมิใจ
“ยกเว้นเผ่าของตัวเอง” บาเกียร่าพึมพำเบาๆ ก่อนจะพูดเสียงดังกับมอว์กลีว่า “ระวังซี่โครงข้าด้วยเจ้าตัวเล็ก! จะเต้นระบำอะไรนักหนาเนี่ย?”
มอว์กลีพยายามส่งเสียงให้ทั้งสองได้ยินโดยการดึงขนไหล่ของบาเกียร่าและถีบแรงๆ เมื่อทั้งสองหันมาฟัง เขาจึงตะโกนสุดเสียงว่า “แล้วข้าจะมีเผ่าเป็นของตัวเอง และจะนำทัพพวกเขาโลดแล่นไปตามกิ่งไม้ทั้งวันเลย!”
“นี่มันความเพ้อฝันอะไรอีกเนี่ย เจ้าเด็กช่างฝัน” บาเกียร่าถาม
“ใช่! แล้วจะขว้างกิ่งไม้กับดินใส่บาลูแก่ๆ ด้วย” มอว์กลีพูดต่อ “พวกเขาตกลงกับข้าไว้แบบนี้แหละ อ๊ะ!”
“วุ้ย!” อุ้งเท้าใหญ่ของบาลูคว้าตัวมอว์กลีออกจากหลังบาเกียร่าทันที เมื่อเด็กชายลงมานอนอยู่ระหว่างอุ้งเท้าหน้าคู่ยักษ์ เขาก็เห็นว่าหมีตัวนี้กำลังโกรธจัด
“มอว์กลี” บาลูพูด “เจ้าไปคุยกับพวกบันดาร์-ล็อก หรือพวกลิงมาใช่ไหม”
มอว์กลีหันไปมองบาเกียร่าเพื่อดูว่าเสือดำโกรธด้วยหรือไม่ และพบว่าดวงตาของบาเกียร่าแข็งกร้าวราวกับหินหยก
“เจ้าไปคลุกคลีกับพวกลิง พวกวานรสีเทา พวกที่ไม่มีกฎระเบียบ และกินทุกอย่างที่ขวางหน้า มันน่าอายที่สุด”
“ก็ตอนที่บาลูตีหัวข้า” มอว์กลีตอบขณะที่ยังนอนหงายอยู่ “ข้าเดินหนีออกมา แล้วพวกวานรสีเทาก็ลงมาจากต้นไม้มาสงสารข้า ไม่มีใครสนใจข้าเลยสักคน” เขาทำเสียงฟุดฟิดเหมือนจะร้องไห้
“ความสงสารของพวกลิงเนี่ยนะ!” บาลูพ่นลมหายใจ “ช่างเป็นเรื่องที่น่าเชื่อถือเสียจริง! แล้วยังไงต่อล่ะ เจ้ามนุษย์น้อย?”
“แล้ว… แล้วพวกเขาก็เอาถั่วและของอร่อยๆ ให้ข้ากิน แล้วก็… พวกเขาอุ้มข้าขึ้นไปบนยอดไม้ บอกว่าข้าเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกับพวกเขา เพียงแต่ข้าไม่มีหาง และสักวันข้าจะได้เป็นผู้นำของพวกเขาด้วย”
“พวกนั้นไม่มีผู้นำหรอก” บาเกียร่าแทรก “พวกนั้นโกหก โกหกมาโดยตลอด”
“แต่พวกเขาใจดีมากและบอกให้ข้ากลับไปหาอีก ทำไมข้าถึงไม่เคยได้เข้าพวกกับลิงบ้าง? พวกเขายืนด้วยสองขาเหมือนข้า ไม่ตีข้าด้วยอุ้งเท้าแข็งๆ และเล่นสนุกได้ทั้งวัน ปล่อยข้านะ! บาลูใจร้าย ปล่อยข้า! ข้าจะไปเล่นกับพวกเขาอีก”
“ฟังนะ เจ้ามนุษย์น้อย” หมีพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำกังวานราวกับเสียงฟ้าร้องในคืนที่อากาศร้อน “ข้าสอนกฎของป่าให้เจ้าครบทุกเผ่าแล้ว ยกเว้นพวกลิงที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ เพราะพวกนั้นไม่มีกฎระเบียบ เป็นพวกนอกคอก ไม่มีภาษาเป็นของตัวเอง แต่ใช้วิธีแอบฟังคำพูดของคนอื่นแล้วขโมยมาใช้ในขณะที่แอบซุ่มอยู่บนกิ่งไม้ วิถีของพวกเขาไม่ใช่ทางของเรา พวกเขาไม่มีผู้นำ ไม่มีความทรงจำ เอาแต่โอ้อวด พูดจาเพ้อเจ้อว่าตนเป็นเผ่าที่ยิ่งใหญ่และกำลังจะทำเรื่องสำคัญในป่า แต่พอมีถั่วหล่นลงมาลูกเดียวก็หัวเราะร่าจนลืมทุกอย่างไปสิ้น สัตว์ป่าอย่างเราไม่คบค้าสมาคมกับพวกนั้น เราไม่ดื่มน้ำที่ที่ลิงดื่ม ไม่ไปที่ที่ลิงไป ไม่ล่าสัตว์ในที่ที่ลิงล่า และไม่ตายในที่ที่ลิงตาย เจ้าเคยได้ยินข้าพูดถึงพวกบันดาร์-ล็อกบ้างไหมจนถึงวันนี้?”
“ไม่เคยครับ” มอว์กลีกระซิบ เพราะป่าทั้งป่าเงียบสงัดลงทันทีที่บาลูพูดจบ
“ชาวป่าต่างตัดพวกเขาออกจากบทสนทนาและลืมเลือนไปจากใจ พวกนั้นมีจำนวนมาก ร้ายกาจ สกปรก ไร้ยางอาย และถ้าจะมีสิ่งที่พวกเขาปรารถนาจริงๆ ก็คือการได้รับความสนใจจากชาวป่า แต่เราไม่เคยสนใจพวกเขาเลย ต่อให้พวกเขาจะขว้างถั่วหรือสิ่งปฏิกูลใส่หัวเราก็ตาม”
สิ้นคำพูดของบาลู ก็มีฝนถั่วและกิ่งไม้ร่วงกราวลงมาจากยอดไม้ พร้อมกับเสียงไอ เสียงหอน และเสียงกระโดดโลดเต้นอย่างบ้าคลั่งดังมาจากกิ่งไม้เล็กๆ ด้านบน
“พวกลิงเป็นสิ่งต้องห้าม” บาลูย้ำ “ต้องห้ามสำหรับชาวป่า จำไว้ให้ดี”
“ต้องห้ามก็จริง” บาเกียร่าเสริม “แต่ข้าว่าบาลูน่าจะเตือนเจ้าเรื่องนี้ตั้งนานแล้ว”
“ข้า… ข้าน่ะเหรอ? ข้าจะไปรู้ได้ยังไงว่าเขาจะไปเล่นกับพวกสกปรกแบบนั้น พวกลิงเนี่ยนะ! ยี้!”
ถั่วและกิ่งไม้ระลอกใหม่ร่วงลงมาใส่หัวพวกเขา ทั้งคู่จึงรีบพามอว์กลีเดินเลี่ยงออกไป สิ่งที่บาลูพูดเกี่ยวกับพวกลิงนั้นเป็นความจริงทุกประการ พวกเขาอาศัยอยู่บนยอดไม้ และเนื่องจากสัตว์ป่าไม่ค่อยเงยหน้ามองขึ้นไปข้างบน จึงไม่มีเหตุให้พวกลิงกับชาวป่าต้องมาเผชิญหน้ากันบ่อยนัก แต่เมื่อใดก็ตามที่พวกลิงเจอหมาป่าที่ป่วย หรือเสือและหมีที่บาดเจ็บ พวกมันจะเข้าไปรบกวน ขว้างกิ่งไม้และถั่วใส่สัตว์ตัวนั้นเพื่อความสนุกและหวังว่าจะได้รับความสนใจ จากนั้นก็จะหอนและร้องเพลงไร้สาระ ท้าทายให้ชาวป่าปีนขึ้นไปสู้ หรือไม่ก็ทะเลาะกันเองอย่างบ้าคลั่งในเรื่องไร้สาระจนมีลิงตาย และทิ้งศพไว้ให้ชาวป่าเห็น พวกเขามักจะบอกว่ากำลังจะมีผู้นำ มีกฎระเบียบและประเพณีเป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่เคยทำได้จริง เพราะความจำสั้นจนจำอะไรไม่ได้จากวันหนึ่งไปสู่อีกวันหนึ่ง พวกเขาจึงปลอบใจตัวเองด้วยคำพูดที่ว่า “สิ่งที่บันดาร์-ล็อกคิดในวันนี้ ป่าจะคิดตามในวันหน้า” ซึ่งคำพูดนี้ทำให้พวกเขาสบายใจขึ้นมาก ไม่มีสัตว์ตัวไหนเข้าถึงพวกเขาได้ และในทางกลับกัน ก็ไม่มีสัตว์ตัวไหนอยากสนใจพวกเขา นั่นคือเหตุผลที่พวกลิงดีใจมากเมื่อมอว์กลีมาเล่นด้วย และยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่เมื่อได้ยินว่าบาลูโกรธแค่ไหน
จริงๆ แล้วพวกบันดาร์-ล็อกไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรอก เพราะพวกเขาไม่เคยตั้งใจทำอะไรเลย แต่มีลิงตัวหนึ่งเกิดไอเดียที่คิดว่ายอดเยี่ยม และบอกตัวอื่นๆ ว่าการมีมอว์กลีอยู่ในเผ่าจะเป็นประโยชน์มาก เพราะเขาสามารถสานกิ่งไม้เพื่อป้องกันลมได้ ดังนั้นถ้าจับตัวเขาไว้ได้ ก็จะให้เขาสอนวิธีทำ ซึ่งแน่นอนว่ามอว์กลีในฐานะลูกของคนตัดไม้ มีสัญชาตญาณเหล่านี้ติดตัวมา เขาจึงมักจะสร้างกระท่อมเล็กๆ จากกิ่งไม้ที่ร่วงหล่นโดยไม่ต้องคิดว่าทำได้อย่างไร พวกลิงที่เฝ้ามองจากบนต้นไม้จึงเห็นว่าการเล่นของเขานั้นน่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก ครั้งนี้พวกมันจึงตกลงกันว่า จะต้องมีผู้นำและกลายเป็นเผ่าที่ฉลาดที่สุดในป่า ให้ฉลาดจนทุกคนต้องหันมาสนใจและอิจฉา ดังนั้นพวกมันจึงแอบสะกดรอยตามบาลู บาเกียร่า และมอว์กลีไปอย่างเงียบเชียบจนถึงเวลานอนกลางวัน ส่วนมอว์กลีซึ่งกำลังรู้สึกละอายใจ ก็หลับไปอยู่ระหว่างเสือดำและหมี พร้อมกับตั้งใจว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกลิงอีกต่อไป

0 Comments