ภาคที่ 2
by WorldApexป้ารูธเปรียบพวกเรา เหมือนเหล่านกตัวน้อยที่ไม่เคยเหนื่อยหน่ายในการส่งเสียงจิ๊บจับ
รอบสวนในยามฤดูร้อน หลังจากที่เฮเลนมาถึง
ยามที่เราสองคนพากันเดินทอดน่อง หรือนั่งสนทนากัน
เราห่างหายกันไปถึงสิบสองเดือน จึงมีเรื่องราวมากมายให้เอ่ยถึง
ทั้งวันวานในโรงเรียนที่ผ่านพ้น—และกาลเวลาที่ล่วงเลยไป
ถึงเพื่อนเก่าคนนั้นและคนนี้ ถึงสิ่งที่พวกเราได้ทำ
ถึงเส้นทางชีวิตที่แยกย้ายกันไปเติบโต
ถึงสิ่งที่จะทำในปีกาลข้างหน้า
ถึงแผนการและวิมานในอากาศ ความหวัง ความฝัน และความกลัว
เรื่องราวเหล่านี้และอีกมากมาย ทันทีที่เราเริ่มเปิดปากพูด
เราต่างแตะต้องและพูดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้สลับกันไป
ทว่าในคราแรก เราต่างเพียงจ้องมองกันและกัน
และนิ่งงันด้วยความปรีดา ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้สุ้มเสียง
ดั่งเช่นความสุขที่ด้อยกว่า ซึ่งต้องเอ่ยว่า “ดูเถิด! ฉันช่างยินดียิ่ง”
เรานั่งอยู่ตรงนั้นด้วยดวงตาที่ยิ้มละไมและมือที่กุมกันไว้
ห่อหุ้มด้วยความสงบซึ่งสัมผัสได้เพียงกับผู้เป็นที่รัก
พึงพอใจเพียงแค่ได้รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ใกล้ชิด
แต่เมื่อความเงียบอันทรงพลังนี้ถูกแทนที่
ด้วยถ้อยคำ มันก็ราวกับกระแสน้ำที่หลากทะลัก
เหนือเขื่อนกั้น เรานั่งเผชิญหน้ากัน
และปล่อยให้บทสนทนาลื่นไหลไปตามแต่ใจปรารถนา
คำพูดไม่เคยหยุดชะงักในความเร็วหรือความกระตือรือร้น
เว้นแต่ยามที่เสียงหัวเราะอันสดใสทำให้มันหยุดพัก
ดั่งเช่นลำธารที่บางคราจะหยุดนิ่งและหยอกล้อ
รอบตาน้ำที่ผุดพราย แล้วจึงไหลเชี่ยวจากไป
จึงไม่น่าแปลกใจที่ดวงตะวันของวันที่สามเกือบจะ
ขึ้นสู่จุดสูงสุดของท้องฟ้า ยามที่เพื่อนรักและฉัน
ลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนานและลึกล้ำ
ธรรมชาติทวงคืนค่าตอบแทนสำหรับชั่วโมง
ที่ใช้ไปในระเบียงท่ามกลางมวลบุปผา
ซึ่งเป็นเวลาครึ่งหนึ่งของสองคืนที่เราควรจะใช้ในการนอนหลับ
ดังนั้นในวันที่สามนี้ เราจึงรับประทานอาหารเช้าตอนบ่ายโมง
จากนั้นก็เดินเล่นรอบสวนท่ามกลางแสงแดด
ฟังเสียงนกทรัชและนกโรบินขับขาน
และคอยดูว่ามีดอกไม้ดอกใดกำลังผลิบาน
นาฬิกาตีบอกเวลาบ่ายสาม แต่เรายังคงเดินเตร่ตามใจชอบ
รอบลานบ้านในชุดลำลองยามเช้า

0 Comments