การผจญภัยของพันเอกแดเนียล บูน (The Adventures of Col. Daniel Boon)
    บันทึกเหตุการณ์สงครามแห่งเคนทักกี
    ว่าด้วยการค้นพบและการตั้งถิ่นฐานในเคนทักกี
    โดย จอห์น ฟิลสัน

    ความอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมชาติของมนุษย์ และสิ่งน่าสนใจมักมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเราอย่างรุนแรง ไม่ว่าแรงผลักดันนั้นจะมาจากความต้องการส่วนตัวหรือเพื่อสังคม แต่เมื่อเวลาผ่านไป เจตจำนงอันลึกลับของสวรรค์จะค่อยๆ เปิดเผยให้เห็นว่า ไม่ว่าเราจะขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจใด การกระทำของเราล้วนตอบสนองต่อแผนการอันยิ่งใหญ่ของเบื้องบนเสมอ เช่นเดียวกับเคนทักกี ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นป่าเถื่อนรกร้าง เป็นที่อยู่อาศัยของคนป่าและสัตว์ร้าย แต่บัดนี้ได้กลายเป็นดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ พื้นที่ซึ่งธรรมชาติมอบความได้เปรียบนี้ได้กลายเป็นแหล่งสร้างอารยธรรมในยุคสมัยที่ไม่มีใครเทียบได้ แม้จะอยู่ในช่วงสงครามที่ดุเดือดและต้องเผชิญกับความยากลำบากในการอพยพมายังดินแดนที่ห่างไกลจากชุมชนส่วนใหญ่ของทวีป จากที่ที่เคยมีเลือดของผู้บริสุทธิ์หลั่งชโลมดิน จากที่ที่เคยมีเสียงตะโกนกึกก้องของคนป่าและเสียงคร่ำครวญของผู้ทุกข์ยาก บัดนี้เรากลับได้ยินเสียงสรรเสริญพระผู้สร้าง จากที่ที่เคยมีกระท่อมวิกแวมซอมซ่อของคนป่า บัดนี้เราเห็นการวางรากฐานของเมืองต่างๆ ซึ่งในอนาคตน่าจะรุ่งเรืองทัดเทียมกับเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เคนทักกีที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโอไฮโออันอุดมสมบูรณ์ กำลังก้าวพ้นจากความไม่โดดเด่นเพื่อเปล่งประกายอย่างสง่างาม ไม่แพ้ดาวดวงใดในซีกโลกอเมริกา

    การตั้งถิ่นฐานในดินแดนแห่งนี้เป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ผมมีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญส่วนใหญ่ด้วยตัวเอง ดังนั้น เพื่อให้สาธารณชนได้รับรู้ ผมจะขอเล่าเรื่องราวการผจญภัยและประสบการณ์ชีวิตของผมโดยสังเขป ตั้งแต่เริ่มเดินทางมายังดินแดนนี้จนถึงปัจจุบัน

    วันที่ 1 พฤษภาคม ปี 1769 ผมตัดสินใจละทิ้งความสุขในครอบครัวและบ้านอันสงบสุขริมแม่น้ำยัดคินในนอร์ทแคโรไลนาชั่วคราว เพื่อออกเดินทางฝ่าป่าดิบชื้นของอเมริกาตามหาดินแดนเคนทักกี โดยมีเพื่อนร่วมทางคือ จอห์น ฟินลีย์, จอห์น สจ๊วร์ต, โจเซฟ โฮลเดน, เจมส์ โมเนย์ และวิลเลียม คูล เราเดินทางไปได้ด้วยดี และหลังจากตรากตรำผ่านป่าเขาในทิศตะวันตกเป็นเวลานาน ในวันที่ 7 มิถุนายน เราก็มาถึงแม่น้ำเรด ซึ่งเป็นจุดที่จอห์น ฟินลีย์ เคยมาค้าขายกับชาวอินเดียนมาก่อน และจากจุดสูงสุดของเนินเขา เราได้เห็นที่ราบอันสวยงามของเคนทักกีด้วยความปลาบปลื้ม ผมต้องขอบอกว่าก่อนหน้านี้เราต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เลวร้ายมาก ซึ่งเปรียบเสมือนบทนำของความทุกข์ยากที่จะตามมาในอนาคต เราตั้งค่ายและสร้างที่พักเพื่อป้องกันลมฝน จากนั้นจึงเริ่มล่าสัตว์และสำรวจพื้นที่ เราพบสัตว์ป่านานาชนิดชุกชุมไปทั่วป่ากว้างแห่งนี้ โดยเฉพาะควายไบซันที่มีจำนวนมากกว่าวัวในหมู่บ้านที่ผมเคยเห็น พวกมันเล็มใบไม้และหญ้าตามทุ่งกว้างอย่างไม่เกรงกลัว เพราะไม่รู้จักความโหดร้ายของมนุษย์ บางครั้งเราเห็นพวกมันเดินเป็นฝูงนับร้อย และบริเวณบ่อน้ำเกลือก็มีจำนวนมหาศาลจนน่าตกใจ ในป่าซึ่งเป็นบ้านของสัตว์ทุกชนิดในอเมริกาแห่งนี้ เราล่าสัตว์ได้อย่างประสบความสำเร็จจนถึงวันที่ 22 ธันวาคม

    ในวันนั้น ผมกับจอห์น สจ๊วร์ต ออกเดินเล่นอย่างเพลิดเพลิน แต่โชคชะตากลับพลิกผันในช่วงท้าย เราเดินผ่านป่าใหญ่ที่มีต้นไม้นับหมื่น บางต้นออกดอกสะพรั่ง บางต้นเต็มไปด้วยผลไม้ ธรรมชาติที่นี่คือชุดแห่งความมหัศจรรย์และความรื่นรมย์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ดอกไม้และผลไม้หลากหลายชนิดมีสีสันสวยงาม รูปทรงสง่า และรสชาติหอมหวาน อีกทั้งยังมีสัตว์น้อยใหญ่ออกมาให้เห็นตลอดเวลา แต่พอตกเย็น ขณะที่เรากำลังเดินขึ้นเนินเขาเล็กๆ ใกล้แม่น้ำเคนทักกี จู่ๆ ชาวอินเดียนกลุ่มหนึ่งก็พุ่งออกมาจากกอไผ่หนาทึบและจับเราเป็นเชลย ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ระทมเริ่มต้นขึ้น พวกเขาปล้นทรัพย์สินทั้งหมดของเราและกักขังเราไว้เป็นเวลาเจ็ดวัน โดยปฏิบัติกับเราอย่างทารุณตามวิถีคนป่า ในช่วงเวลานั้นเราแสร้งทำเป็นไม่เดือดร้อนและไม่มีท่าทีจะหนี ทำให้พวกเขาไม่สงสัย แต่ในคืนหนึ่งที่มืดสนิท ขณะที่เรานอนอยู่ในกอไผ่ใกล้กองไฟใหญ่และพวกเขากำลังหลับลึก ผมซึ่งนอนไม่หลับได้สะกิดปลุกเพื่อนร่วมทางเบาๆ เราใช้โอกาสทองนี้หลบหนีออกมา ทิ้งให้พวกเขานอนหลับต่อไป แล้วรีบมุ่งหน้ากลับไปยังค่ายเดิม แต่ปรากฏว่าค่ายถูกปล้นและเพื่อนร่วมทางคนอื่นๆ ก็แยกย้ายกันกลับบ้านไปหมดแล้ว ในช่วงเวลานั้นเอง สไควร์ บูน พี่ชายของผม พร้อมกับนักผจญภัยอีกคนหนึ่งที่ตามมาสำรวจดินแดนหลังจากเราไม่นาน กำลังเดินป่าเพื่อตามหาผม และบังเอิญมาพบค่ายของเราเข้า

    แม้ว่ากลุ่มเพื่อนของเราจะประสบเคราะห์ร้ายและสถานการณ์จะอันตรายเพราะถูกล้อมรอบด้วยคนป่าที่ดุร้าย แต่การได้พบกันในป่ากว้างเช่นนี้ทำให้เราทั้งคู่มีความสุขอย่างที่สุด มิตรภาพสามารถเอาชนะความโชคร้ายได้จริงๆ ความทุกข์และความเจ็บปวดมลายหายไปทันทีเมื่อได้พบเพื่อนแท้ หรือแม้แต่คนรู้จักที่ห่างเหิน ความสุขได้เข้ามาแทนที่ความเศร้าในทันที

    หลังจากนั้นไม่นาน จอห์น สจ๊วร์ต เพื่อนที่ถูกจับเป็นเชลยพร้อมกับผมถูกชาวอินเดียนฆ่าตาย ส่วนชายที่มากับพี่ชายของผมก็เดินทางกลับบ้านเพียงลำพัง ตอนนี้เราตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายและไร้ที่พึ่ง ต้องเผชิญกับความตายและภัยอันตรายจากทั้งคนป่าและสัตว์ร้ายทุกวัน โดยไม่มีคนผิวขาวคนอื่นเลยในดินแดนนี้ นอกจากเราสองคนพี่น้อง

    เมื่อต้องมาอยู่ในป่ารกร้างห่างไกลจากครอบครัวนับหลายร้อยไมล์เช่นนี้ ผมเชื่อว่าคงมีน้อยคนนักที่จะมีความสุขได้เท่ากับที่เราเป็น ผมมักจะบอกพี่ชายเสมอว่า "เห็นไหมว่าธรรมชาติต้องการสิ่งเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เราพอใจ" ความสุขที่แท้จริงเกิดจากความสันโดษและพอใจในสิ่งที่ตนมี ซึ่งพบได้ในใจเราเองมากกว่าการแสวงหาความสุขจากสิ่งภายนอก ผมเชื่อมั่นว่าเพียงแค่มีหลักคิดเล็กน้อย มนุษย์ก็สามารถมีความสุขได้ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด นั่นคือการยอมรับในเจตจำนงของพระผู้สร้าง และดวงวิญญาณที่ยอมรับความจริงจะพบความสุขได้แม้บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนาม

    เราไม่ได้ปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างเกียจคร้าน แต่ช่วยกันล่าสัตว์ทุกวันและสร้างกระท่อมหลังเล็กๆ เพื่อป้องกันพายุในฤดูหนาว เราอาศัยอยู่ที่นั่นอย่างสงบตลอดฤดูหนาว จนกระทั่งวันที่ 1 พฤษภาคม 1770 พี่ชายของผมเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านเพียงลำพังเพื่อนำม้าและกระสุนมาเพิ่ม ทิ้งให้ผมอยู่ตัวคนเดียวโดยไม่มีทั้งขนมปัง เกลือ หรือน้ำตาล ไม่มีเพื่อนมนุษย์ และไม่มีแม้แต่ม้าหรือสุนสักตัว ผมยอมรับว่าไม่เคยมีครั้งไหนที่ผมต้องใช้ความอดทนและหลักปรัชญาในการดำเนินชีวิตมากเท่านี้มาก่อน หลายวันที่ผ่านไปเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก ความคิดถึงภรรยาและครอบครัวที่รัก รวมถึงความกังวลที่พวกเขามีต่อการหายตัวไปและสถานการณ์ที่อันตรายของผม ทำให้หัวใจของผมหนักอึ้ง ความกลัวนับพันประการถาโถมเข้ามาในความคิด และหากผมปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับมัน ผมคงตกอยู่ในความโศกเศร้าอย่างที่สุด

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
    Note