ดัชเชสแห่งลานเจส์ (The Duchesse of Langeais)

    ณ เมืองสเปนบนเกาะแห่งหนึ่งในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีคอนแวนต์ของคณะคาร์เมไลต์เท้าเปล่าตั้งอยู่ ที่นี่นังคงยึดถือระเบียบวินัยที่นักบุญเทเรซาตราไว้ด้วยความเคร่งครัดดั่งวันแรกที่เริ่มปฏิรูป แม้ฟังดูเหลือเชื่อแต่เป็นเรื่องจริง เพราะในขณะที่ศาสนสถานเกือบทุกแห่งในคาบสมุทรไอบีเรียหรือแม้แต่ในยุโรป ต่างถูกทำลายหรือระส่ำระสายจากผลของปฏิวัติฝรั่งเศสและสงครามนโปเลียน แต่เกาะแห่งนี้กลับได้รับความคุ้มครองจากกองเรืออังกฤษ คอนแวนต์ที่มั่งคั่งและชาวเมืองที่รักสงบจึงรอดพ้นจากความวุ่นวายและการถูกปล้นชิง พายุร้ายนานาชนิดที่โหมกระหน่ำยุโรปในช่วงสิบห้าปีแรกของศตวรรษที่ 19 จึงมอดดับลงก่อนจะถึงหน้าผาที่ห่างจากชายฝั่งอันดาลูเซียเพียงนิดเดียว

    หากจะมีข่าวคราวขององค์จักรพรรดิแว่วมาถึงชายฝั่งเกาะบ้าง ก็ยากจะเชื่อว่าเหล่าแม่ชีที่คุกเข่าสวดมนต์อยู่ในระเบียงคอกจะจินตนาการออกว่า ความรุ่งโรจน์ดั่งความฝันและการแผ่ขยายอำนาจที่โชติช่วงดั่งเปลวเพลิงผ่านอาณาจักรแล้วอาณาจักรเล่าในช่วงชีวิตที่รวดเร็วราวกับดาวตกของเขานั้นเป็นอย่างไร

    ในสายตาของโลกคาทอลิก คอนแวนต์แห่งนี้โดดเด่นด้วยวินัยที่เข้มงวดซึ่งไม่เคยเปลี่ยนแปลง ความบริสุทธิ์ของกฎระเบียบดึงดูดหญิงผู้โศกเศร้าจากทั่วทุกมุมของยุโรป ผู้ซึ่งสูญเสียพันธะทางโลกและปรารถนาจะ "ฆ่าตัวตายอย่างช้าๆ" ในอ้อมกอดของพระเจ้า ไม่มีที่ใดจะเหมาะกับการตัดขาดจากโลกีย์ได้สมบูรณ์เท่าที่นี่ แม้ในยุโรปจะมีคอนแวนต์หรูหราอีกมากมายที่สร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นที่ที่ซ่อนตัวในหุบเขาที่โดดเดี่ยวที่สุด แขวนอยู่บนหน้าผาสูงชัน หรือตั้งอยู่ริมขอบเหว ทุกที่คือจุดที่มนุษย์พยายามค้นหาบทกวีแห่งอนันตภาพและความเงียบงันอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเข้าใกล้พระเจ้าให้มากที่สุด และพวกเขาก็พบพระเจ้าในทุกที่นั้น แต่ไม่มีที่ใดนอกจากบนชะง่อนหินกึ่งยุโรปกึ่งแอฟริกานี้ ที่จะรวมความประสานสอดคล้องได้หลากหลายจนสามารถยกระดับจิตวิญญาณ ให้ความเจ็บปวดที่แหลมคมที่สุดกลายเป็นเพียงความทรงจำจางๆ และความโศกเศร้าของชีวิตถูกกลบฝังไว้ในส่วนลึกที่สุด

    คอนแวนต์ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของหน้าผาที่ปลายสุดของเกาะ ฝั่งที่ติดทะเลนั้นหินถูกตัดขาดชันจากการเปลี่ยนแปลงของโลกในอดีต กลายเป็นกำแพงหินตั้งตรงที่ถูกคลื่นซัดสาดอยู่ตลอดเวลา การบุกรุกทางน้ำแทบเป็นไปไม่ได้เพราะมีแนวปะการังอันตรายทอดยาวออกไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ระยิบระยับ ดังนั้น หากมองจากทางทะเลจะเห็นเพียงอาคารทรงสี่เหลี่ยมของคอนแวนต์ที่สร้างตามกฎระเบียบเป๊ะๆ ทั้งรูปทรง ความสูง ประตู และหน้าต่าง ส่วนหากมองจากฝั่งเมือง ตัวโบสถ์จะบดบังโครงสร้างของระเบียงคอกและหลังคาที่มุงด้วยแผ่นหินกว้าง ซึ่งทนทานต่อทั้งแสงแดด พายุ และลมกรรโชก

    ตัวโบสถ์ซึ่งสร้างขึ้นด้วยความใจบุญของตระกูลสเปนตระกูลหนึ่ง ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สุดของเมือง หน้าบันที่สง่างามและเด็ดเดี่ยวทำให้เมืองเล็กๆ กลางทะเลแห่งนี้ดูน่าเกรงขามและมีเสน่ห์ ภาพของเมืองที่หลังคาบ้านเรือนเบียดเสียดกันเรียงรายเป็นชั้นๆ เหมือนอัฒจันทร์เหนือท่าเรือที่สวยงาม โดยมีมหาวิหารยอดแหลมสไตล์โกธิค ประตูโค้งสามชั้น หอระฆัง และยอดโดมฉลุลายตั้งตระหง่านอยู่เบื้องบน เป็นทัศนียภาพที่วิจิตรที่สุดเท่าที่โลกจะมีได้ แนวคิดที่ให้ศาสนาอยู่เหนือชีวิตประจำวัน เพื่อเตือนสติมนุษย์ถึงจุดจบและหนทางสู่สวรรค์ คือวิถีคิดแบบสเปนอย่างแท้จริง ลองจินตนาการภาพนี้ท่ามกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและท้องฟ้าที่แผดเผา มีต้นปาล์มและต้นไม้ไม่ผลัดใบพริ้วไหวสลับกับลวดลายดอกไม้หินที่นิ่งสงบ มองออกไปเห็นฟองคลื่นสีขาวตัดกับน้ำทะเลสีไพลิน แล้วหันกลับมามองเมืองที่มีระเบียงทางเดินซึ่งชาวเมืองมักมาเดินเล่นชมดอกไม้ในยามเย็นเหนือยอดไม้ในสวนเล็กๆ ของพวกเขา มีเรือใบไม่กี่ลำลอยอยู่ในท่าเรือ และสุดท้ายในความเงียบสงัดของราตรีที่คืบคลานเข้ามา ให้ลองฟังเสียงออร์แกน เสียงสวดมนต์ และเสียงระฆังที่ดังกังวานออกไปสู่ทะเลกว้าง ที่นี่มีทั้งเสียงและความเงียบ แต่บ่อยครั้งที่ความเงียบเข้าครอบคลุมทุกสิ่ง

    ภายในโบสถ์แบ่งเป็นโถงกลางที่ดูเคร่งขรึมลึกลับและทางเดินด้านข้างที่แคบ ด้วยเหตุผลบางประการ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะลมแรง สถาปนิกจึงไม่สามารถสร้างครีบยัน (flying buttresses) หรือห้องสวดมนต์ย่อยๆ เหมือนมหาวิหารทั่วไปได้ และไม่มีช่องเปิดใดๆ บนกำแพงที่ต้องรับน้ำหนักหลังคา ภายนอกจึงเห็นเป็นเพียงกำแพงหินสีเทาหนาทึบที่เสริมความแข็งแรงด้วยเสาขนาดใหญ่เป็นระยะ ส่วนภายในโถงกลางและระเบียงข้างได้รับแสงสว่างจากหน้าต่างกุหลาบกระจกสีบานยักษ์ที่ติดตั้งไว้อย่างมหัศจรรย์เหนือประตูทางเข้ากลาง ซึ่งด้านนั้นเปิดโอกาสให้โชว์ลวดลายหินฉลุและความงามแบบโกธิคได้อย่างเต็มที่

    พื้นที่ส่วนใหญ่ของโถงกลางและทางเดินถูกปล่อยไว้ให้ชาวเมืองเข้ามาประกอบพิธีมิสซา ส่วนพื้นที่สำหรับคณะนักร้อง (choir) จะถูกกั้นแยกจากส่วนอื่นด้วยตะแกรงและม่านสีน้ำตาลผืนหนา ซึ่งเปิดแง้มไว้ตรงกลางเพียงเล็กน้อย ทำให้คนที่อยู่ในโบสถ์มองเห็นเพียงแท่นบูชาสูงและพระสงฆ์ที่กำลังประกอบพิธีเท่านั้น ตัวตะแกรงถูกแบ่งด้วยเสาที่รองรับชั้นออร์แกน ซึ่งมีเสาไม้แกะสลักที่รับกับแนวโค้งของระเบียงในโถงกลาง หากใครที่อยากรู้อยากเห็นจนกล้าปีนขึ้นไปบนราวระเบียงแคบๆ เพื่อมองลงไปในส่วนของคณะนักร้อง สิ่งที่เขาจะเห็นก็มีเพียงหน้าต่างกระจกสีแปดเหลี่ยมทรงสูงที่อยู่ถัดจากแท่นบูชาเท่านั้น

    ในช่วงที่กองทัพฝรั่งเศสบุกสเปนเพื่อนำพระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 7 กลับคืนสู่บัลลังก์ นายพลชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งได้เดินทางมายังเกาะแห่งนี้หลังจากยึดเมืองกาดิซได้ โดยอ้างว่ามาเพื่อให้การรับรองรัฐบาลของกษัตริย์ แต่ความจริงแล้วเขาต้องการมาเห็นคอนแวนต์และหาทางเข้าไปข้างในให้ได้ ภารกิจนี้ถือว่าละเอียดอ่อนมาก แต่สำหรับชายผู้มีอารมณ์รุนแรง ผู้ซึ่งชีวิตเปรียบเสมือนบทกวีที่ขับเคลื่อนด้วยการกระทำ และใช้ชีวิตอยู่ในโลกของนิยายรักมากกว่าการเขียนมันขึ้นมา ชายที่เป็น "นักปฏิบัติ" ตัวยงเช่นนี้ ย่อมไม่อาจต้านทานสิ่งล่อใจในภารกิจที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้

    การจะเปิดประตูคอนแวนต์แม่ชีด้วยวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ แม้แต่พระสังฆราชหรือพระสันตะปาปาก็คงไม่ยินยอม ส่วนการใช้กำลังหรือเล่ห์เหลี่ยม หากเกิดความผิดพลาดเพียงนิดเดียว เขาอาจต้องสูญเสียทั้งตำแหน่ง หน้าที่การงานในกองทัพ และเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ดุคแห่งอังโกเลมยังอยู่ในสเปน ซึ่งหากใครที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บัญชาการสูงสุดทำผิดพลาดในเรื่องนี้ มีแต่จะถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด นายพลผู้นี้ขออาสาสมัครมาปฏิบัติภารกิจเพียงเพื่อตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว แม้จะเป็นความอยากรู้อยากเห็นที่ดูสิ้นหวังที่สุด แต่สำหรับเขาแล้ว นี่คือเรื่องของศักดิ์ศรี เพราะคอนแวนต์คาร์เมไลต์บนเกาะแห่งนี้เป็นเพียงแห่งเดียวในสเปนที่เขายังไม่สามารถหาทางเข้าไปได้

    ขณะที่เขาล่องเรือจากแผ่นดินใหญ่ซึ่งใช้เวลาเดินทางไม่ถึงชั่วโมง เขาเกิดลางสังหรณ์ว่าความหวังของเขาจะสมหวัง และต่อมา แม้จะเห็นเพียงกำแพงคอนแวนต์ ไม่เห็นแม้แต่ชายผ้าคลุมของแม่ชี และได้ยินเพียงเสียงสวดมนต์แว่วมา แต่ลางบอกเหตุจางๆ ภายใต้กำแพงและเสียงเหล่านั้นก็เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงความหวังอันริบหรี่ของเขา และไม่ว่าลางสังหรณ์ที่ไร้เหตุผลนั้นจะเบาบางเพียงใด แต่ไม่มีความปรารถนาใดของมนุษย์จะรุนแรงไปกว่าความอยากรู้อยากเห็นของนายพลในขณะนั้น สำหรับหัวใจคนเราไม่มีเหตุการณ์ใดที่เล็กเกินไป หัวใจมักขยายทุกอย่างให้ใหญ่โต หัวใจสามารถชั่งน้ำหนักการล่มสลายของจักรวรรดิที่รุ่งเรืองมาสิบสี่ปี กับถุงมือของผู้หญิงที่หล่นพื้นได้ในตาชั่งเดียวกัน และส่วนใหญ่แล้ว ถุงมือมักจะมีน้ำหนักมากกว่าเสมอ

    ดังนั้น นี่คือข้อเท็จจริงในความเรียบง่ายที่สุด เริ่มจากข้อเท็จจริงก่อน แล้วอารมณ์ความรู้สึกจะตามมาเอง

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
    Note