ตอนที่ 1
byจดหมายเปิดผนึกว่าด้วยการแปล (An Open Letter on Translating)
โดย ดร. มาร์ติน ลูเธอร์ (ค.ศ. 1483-1546)
คำนำ
ถึงพี่น้องผู้เชื่อในพระคริสต์ทุกท่าน
กษัตริย์โซโลมอนผู้ปรีชาญาณเคยกล่าวไว้ในหนังสือสุภาษิตบทที่ 11 ว่า "ผู้ที่กักตุนธัญพืชไว้จะถูกผู้คนสาปแช่ง แต่ผู้ที่นำออกมาขายจะได้รับพระพร" คำกล่าวนี้เป็นจริงเสมอสำหรับทุกสิ่งที่สร้างประโยชน์ส่วนรวมหรือส่งเสริมความผาสุกของคริสตจักร เช่นเดียวกับในพระวรสารที่นายตำหนิคนรับใช้ที่ไม่ซื่อสัตย์ว่าขี้เกียจและเลวทราม เพราะเอาเงินไปฝังดินไว้ไม่ให้เกิดประโยชน์
เพื่อไม่ให้ต้องถูกพระเจ้าและคริสตจักรสาปแช่ง ผมจึงตัดสินใจตีพิมพ์จดหมายฉบับนี้ที่ได้รับมาจากเพื่อนสนิท ผมไม่อาจเก็บมันไว้กับตัวได้ เพราะขณะนี้มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางเรื่องการแปลคัมภีร์พันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ พวกที่เกลียดชังความจริงพยายามกล่าวหาว่าผมดัดแปลงหรือแม้แต่ปลอมแปลงเนื้อหาในหลายจุด ซึ่งสร้างความตกใจให้กับคริสเตียนผู้ใสซื่อ รวมถึงผู้มีการศึกษาที่ไม่ได้รู้ภาษาฮีบรูหรือกรีก ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการตีพิมพ์ครั้งนี้จะช่วยหยุดยั้งคำใส่ร้ายจากคนไร้พระเจ้า และคลายความกังวลของเหล่าผู้ศรัทธาได้บ้าง และอาจนำไปสู่การเขียนหรือการตั้งคำถามในเรื่องเหล่านี้ให้กระจ่างยิ่งขึ้น ผมจึงขอให้มิตรสหายแห่งความจริงทุกท่านโปรดพิจารณางานชิ้นนี้อย่างจริงจัง และร่วมกันอธิษฐานขอให้พระเจ้าประทานความเข้าใจในพระคัมภีร์อย่างถูกต้อง เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของคริสตจักรส่วนรวมของเรา อาเมน
นูเรมเบิร์ก, 15 กันยายน ค.ศ. 1530
ถึง ท่าน N. ผู้ทรงเกียรติและเป็นที่เคารพ เพื่อนรักของผม
ขอความรักและสันติสุขในพระคริสต์จงมีแด่ท่าน ผมได้รับจดหมายของท่านที่มีคำถามสองประการที่ต้องการคำตอบ ข้อแรก ท่านถามว่าทำไมในหนังสือโรมบทที่ 3 ผมจึงแปลคำพูดของนักบุญเปาโลที่ว่า "Arbitramur hominem iustificari ex fide absque operibus" เป็น "เราถือว่ามนุษย์จะได้รับความชอบธรรมโดยความเชื่อเท่านั้น โดยไม่ต้องพึ่งพาการกระทำตามธรรมบัญญัติ" ท่านยังบอกผมด้วยว่าพวกคาทอลิก (Papists) กำลังโวยวายกันใหญ่ เพราะในต้นฉบับของนักบุญเปาโลไม่มีคำว่า "sola" (เท่านั้น) และมองว่าการที่ผมเปลี่ยนคำพูดของพระเจ้าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ส่วนคำถามที่สอง ท่านถามว่าบรรดานักบุญที่ล่วงลับไปแล้วสามารถช่วยวิงวอนแทนเราได้หรือไม่ สำหรับคำถามแรก หากท่านต้องการ ท่านสามารถนำคำตอบนี้ของผมไปบอกพวกคาทอลิกได้เลย
ประการแรก ถ้าผม ดร. ลูเธอร์ คิดว่าพวกคาทอลิกทั้งหมดรวมกันมีความสามารถพอที่จะแปลพระคัมภีร์แม้เพียงตอนเดียวให้ถูกต้องและสละสลวยได้ ผมคงจะถ่อมตัวลงไปขอความช่วยเหลือจากพวกเขาในการแปลพันธสัญญาใหม่เป็นภาษาเยอรมันไปแล้ว แต่ผมเลือกที่จะไม่ทำให้ทั้งพวกเขาและตัวผมเองต้องลำบาก เพราะผมรู้ดีและเห็นกับตาว่าไม่มีใครในกลุ่มนั้นที่พูดหรือแปลภาษาเยอรมันเป็นเลย แต่ที่น่าตลกคือ เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังหัดพูดและเขียนภาษาเยอรมันจากการอ่านงานแปลของผม นี่มันคือการขโมยภาษาของผมไปชัดๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขาแทบไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย แต่แทนที่จะขอบคุณ พวกเขากลับนำมันมาใช้โจมตีผม ถึงอย่างนั้นผมก็ยินดี เพราะมันทำให้ผมรู้สึกขำที่ได้สอนให้ลูกศิษย์ที่อกตัญญู แม้กระทั่งศัตรูของผม ให้รู้จักพูด
ประการที่สอง ท่านอาจจะบอกว่าผมได้ตั้งใจแปลพันธสัญญาใหม่เป็นภาษาเยอรมันอย่างสุดความสามารถ และผมก็ไม่ได้บังคับให้ใครต้องอ่าน ผมเปิดกว้างเสมอ การแปลครั้งนี้เป็นเพียงการบริการสำหรับผู้ที่ไม่สามารถแปลเองได้ ใครที่คิดว่าทำได้ดีกว่าก็เชิญทำได้เลย ใครไม่อยากอ่านก็แค่วางมันไว้ เพราะผมไม่ได้ขอให้ใครมาอ่าน หรือต้องการคำชมจากใคร! นี่คือคัมภีร์และงานแปลของผม และมันจะเป็นของผมต่อไป หากผมทำผิดพลาดตรงไหน (ซึ่งผมไม่พบ และไม่มีทางตั้งใจแปลผิดแม้แต่ตัวอักษรเดียว) ผมก็จะไม่ยอมให้พวกคาทอลิกมาตัดสิน เพราะหูของพวกเขามันยาวเกินไปและเสียงร้อง "ฮี้-ฮ้อ" ของพวกเขามันเบาเกินกว่าจะมาวิจารณ์งานแปลของผมได้ ผมรู้ดีว่าการแปลงานให้ดีต้องใช้ทักษะ ความพยายาม ความเข้าใจ และสติปัญญามากแค่ไหน แต่พวกเขารู้เรื่องนี้น้อยกว่าลาของโรงสีเสียอีก เพราะพวกเขาไม่เคยลองทำจริง
มีคำกล่าวว่า "คนที่สร้างบ้านริมทางมักมีเจ้านายเยอะ" ผมก็เป็นแบบนั้น คนที่ไม่เคยพูดจาให้ถูกต้องได้ (อย่าว่าแต่เรื่องแปลเลย) จู่ๆ ก็กลายมาเป็นอาจารย์ของผม และให้ผมเป็นลูกศิษย์ ถ้าผมลองถามพวกเขาว่าคำสองคำแรกในหนังสือมัทธิว "Liber Generationis" แปลเป็นภาษาเยอรมันว่าอย่างไร ผมพนันได้เลยว่าไม่มีใครตอบได้แม้แต่คำว่า "ก้าบ!" แต่กลับกล้ามาตัดสินงานทั้งหมดของผม ช่างเป็นพวกที่ยอดเยี่ยมจริงๆ! นักบุญเจอโรมก็เคยเจอแบบนี้ตอนแปลคัมภีร์ไบเบิล ทุกคนทำตัวเป็นอาจารย์ของท่าน ทั้งที่คนเหล่านั้นไม่มีคุณสมบัติพอแม้แต่จะเช็ดรองเท้าให้ท่านด้วยซ้ำ นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมการทำความดีในที่สาธารณะต้องใช้ความอดทนอย่างสูง เพราะโลกนี้เชื่อว่าตัวเองเป็นเจ้าแห่งความรู้ มักจะทำอะไรผิดที่ผิดทางแต่ไม่เคยตำหนิตัวเอง นั่นแหละคือธรรมชาติของโลกที่แก้ไขไม่ได้
ผมยินดีอย่างยิ่งถ้ามีพวกคาทอลิกสักคนกล้าก้าวออกมาแปลจดหมายของนักบุญเปาโลหรือคำพยากรณ์ของเหล่าศาสดาพยากรณ์เป็นภาษาเยอรมัน โดยไม่ใช้สำนวนหรือคำแปลของลูเธอร์เลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อนั้นเราอาจจะได้เห็นงานแปลภาษาเยอรมันที่งดงามและน่าจดจำจริงๆ
เราเคยเห็นไอ้คนห่วยแตกจากเดรสเดินที่พยายามทำตัวเป็นอาจารย์คุมงานแปลพันธสัญญาใหม่ของผม (ผมจะไม่เอ่ยชื่อเขาในหนังสือ เพราะเขามีผู้พิพากษาคอยดูแลอยู่แล้วและเป็นที่รู้จักกันดี) เขายอมรับว่าภาษาเยอรมันของผมนั้นสละสลวยและไพเราะจนเขาไม่สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ แต่เพราะอยากจะทำลายชื่อเสียงของผม เขาจึงก๊อปปี้พันธสัญญาใหม่ของผมไปแบบคำต่อคำ แล้วตัดคำนำและคำอธิบายของผมทิ้ง จากนั้นก็ใส่ของตัวเองลงไปแทน แล้วตีพิมพ์งานของผมภายใต้ชื่อของเขาเอง! พี่น้องครับ ผมเจ็บปวดเหลือเกินเมื่อเห็นเจ้าเมืองของเขาเขียนคำนำที่น่ารังเกียจ ประณามงานของผมและสั่งห้ามทุกคนอ่านพันธสัญญาใหม่ฉบับลูเธอร์ แต่ในขณะเดียวกันกลับแนะนำให้คนอ่านฉบับของไอ้คนห่วยนั่น ทั้งที่มันคือเล่มเดียวกับที่ลูเธอร์เขียนเป๊ะๆ!
เพื่อไม่ให้ใครหาว่าผมโกหก ลองเอาพันธสัญญาใหม่ฉบับลูเธอร์กับฉบับของไอ้คนห่วยนั่นมาวางเทียบกันดูเถอะ แล้วคุณจะเห็นว่าใครเป็นคนแปลที่แท้จริง เขาแค่ปะชุนบางจุดและสลับลำดับนิดหน่อย (ซึ่งผมก็ไม่ค่อยพอใจนัก) แต่ผมปล่อยผ่านไปได้เพราะมันไม่ได้ทำความเสียหายอะไรกับเนื้อหา ผมจึงไม่คิดจะเขียนโต้ตอบอะไร แต่ผมอดขำไม่ได้กับ "ความฉลาด" ที่ประณามและสั่งห้ามอ่านงานของผมตอนที่มันใช้ชื่อผม แต่กลับสั่งให้คนอ่านตอนที่มันใช้ชื่อคนอื่น! นี่มันคุณธรรมแบบไหนกันที่ใส่ร้ายและเหยียบย่ำงานของคนอื่น แล้วขโมยงานนั้นไปตีพิมพ์ในชื่อตัวเองเพื่อแสวงหาชื่อเสียงและคำชมจากงานที่ตัวเองเคยด่า! เรื่องนี้ผมปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้พิพากษาตัดสิน แต่ผมรู้สึกยินดีและพอใจที่งานของผม (เหมือนที่นักบุญเปาโลเคยโอ้อวด) ได้รับการเผยแพร่ผ่านศัตรู และงานของลูเธอร์ถูกอ่านโดยไม่มีชื่อลูเธอร์แต่เป็นชื่อศัตรูแทน จะมีการแก้แค้นไหนที่สะใจไปกว่านี้อีก!
กลับมาที่ประเด็นสำคัญ หากพวกคาทอลิกของท่านอยากจะโวยวายเรื่องคำว่า "เท่านั้น" (sola) ก็บอกเขาไปเลยว่า "ดร. มาร์ติน ลูเธอร์ จะให้เป็นแบบนี้ และเขายังบอกอีกว่าพวกคาทอลิกกับลาไม่ต่างกันเลย" *Sic volo, sic iubeo, sit pro ratione voluntas* (ฉันต้องการเช่นนี้ ฉันสั่งเช่นนี้ และความต้องการของฉันคือเหตุผลที่เพียงพอแล้ว) เพราะเราจะไม่ยอมเป็นลูกศิษย์หรือผู้ตามของพวกคาทอลิก แต่เราจะเป็นผู้พิพากษาและเป็นนายของพวกเขา เราจะเชิดหน้าชูตาและโอ้อวดใส่พวกหัวแข็งเหล่านี้ เหมือนที่นักบุญเปาโลโอ้อวดใส่พวกนักบุญที่คลุ้มคลั่ง ผมก็จะโอ้อวดใส่พวกลาของผมเช่นกัน! พวกเขาเป็นด็อกเตอร์หรือ? ผมก็เป็น นักวิชาการหรือ? ผมก็ใช่ นักปรัชญาหรือ? ผมก็เป็น นักตรรกศาสตร์หรือ? ผมก็ใช่ อาจารย์ผู้สอนหรือ? ผมก็เป็น เขียนหนังสือหรือ? ผมก็เขียนเหมือนกัน!

0 Comments