บทที่ 1

    บรรยายบ้านของฟอสทินา การแนะนำตัวเธอและครอบครัว คุณป้าออเบรย์ โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกะทันหัน พี่ชายทั้งสองและลูอิส มอร์ทิเมอร์ การปรากฏตัวของคุณลุง และจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตของฟอสทินา

    คุณเป็นคนรักธรรมชาติไหมครับ? ชอบที่จะชื่นชมความมหัศจรรย์ของโลกใบนี้ในแบบที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมาเองโดยไม่มีมือมนุษย์เข้าไปปรุงแต่งหรือเปล่า? ถ้าใช่ ลองตามผมไปยังหมู่บ้าน S— อันเงียบสงบและน่ารัก แล้วไปเยี่ยมชม "เมาน์เทนเกลน" (Mountain Glen) คุณจะได้เห็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยที่สุดเท่าที่ธรรมชาติเคยสร้างมา และไม่มีที่ไหนในดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้จะเทียบเคียงความงามของที่นี่ได้เลย

    ก่อนจะแนะนำให้รู้จักกับตัวละครหลักที่จะดำเนินเรื่องราวในเล่มนี้ ผมขอพรรณนาถึงทัศนียภาพอันงดงามของสถานที่แห่งนี้ให้คุณเห็นภาพคร่าวๆ ก่อน

    ที่นี่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของรัฐแมสซาชูเซตส์ ไม่ไกลจากแม่น้ำคอนเนตทิคัต ซึ่งไหลคดเคี้ยวผ่านหุบเขาและเนินเขา ก่อนจะไหลลงสู่แอ่งน้ำลึกเบื้องล่างราวกับสายน้ำที่โหมกระหน่ำ

    ตามริมฝั่งน้ำมีกระท่อมชนบทกระจายตัวอยู่ตามหุบเขา แทบจะถูกซ่อนไว้ภายใต้ร่มเงาอันครึ้มของผืนป่าที่โอบล้อมไว้ หากนักเดินทางปีนขึ้นไปยังจุดที่สูงขึ้น จะเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนทอดยาวสุดลูกหูลูกตา และในขณะที่กำลังดื่มด่ำกับภาพวาดชิ้นเอกของธรรมชาติที่แผ่กว้างอยู่ตรงหน้า สายตาของเขาอาจจะไปสะดุดเข้ากับจุดที่สวยงามที่สุด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของผม

    เช้าวันหนึ่งในเดือนมิถุนายนที่แสนสดใส ดวงอาทิตย์ค่อยๆ เคลื่อนตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าสีคราม สาดแสงสีทองอาบไปทั่วผืนนภา ช่วยปัดเป่าหมอกหนาที่ปกคลุมหุบเขาของหมู่บ้าน S— ให้จางหายไป เผยให้เห็นทัศนียภาพที่งดงามหาที่เปรียบไม่ได้ ทั้งทุ่งหญ้าเขียวขจีที่พลิ้วไหวตามลมยามเช้า หยดน้ำค้างเกาะพราวบนผืนดินและใบไม้จนกิ่งก้านโน้มลงมาตามน้ำหนักของหยดน้ำที่ส่องประกายระยิบระยับ

    รอบกายเงียบสงัด มีเพียงเสียงน้ำไหลเอื่อยๆ ที่เชิงเขาเมาน์เทนเกลน ลำธารใสสะอาดไหลผ่านแนวต้นไม้ใหญ่ที่กิ่งก้านโน้มลงมาสัมผัสผิวน้ำที่กระเพื่อมเป็นระลอก ต้นโอ๊กสูงตระหง่านแผ่กิ่งก้านสาขาอย่างสง่างาม ราวกับจะปกป้องกลุ่มคนที่มานั่งพักผ่อนรับลมเย็นยามเช้าอยู่ใต้ร่มเงาของมัน

    ห่างจากภูเขาออกไปทางทิศตะวันตกไม่ไกลนัก มีบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่อย่างสง่างาม มีชื่อว่า กระท่อมแห่งเมาน์เทนเกลน สำหรับคนรักธรรมชาติแล้ว ที่นี่คือสถานที่ที่สวยงามและโรแมนติกที่สุด เมื่อมองลงมาจากเนินเขาสูง จะเห็นควันไฟสีฟ้าลอยละล่องขึ้นจากกระท่อมสีขาวที่เกือบจะถูกกลืนหายไปในพุ่มไม้หนาทึบ

    เมื่อเดินเข้าไปใกล้ จะพบทางเดินคดเคี้ยวที่มีกิ่งหลิวโน้มลงมาปกคลุมทั้งสองข้างทาง นำทางจากตัวบ้านมุ่งหน้าสู่ภูเขา ถัดไปเป็นสวนที่ได้รับการดูแลอย่างดี ซึ่งตัดกับป่าละเมาะรอบๆ อย่างเห็นได้ชัด และยิ่งดูสวยงามขึ้นเมื่อมีฉากหลังเป็นภูเขาสูงที่โอบล้อมหุบเขาเบื้องล่าง

    ทั้งการจัดสวนและสถาปัตยกรรมของตัวบ้านล้วนสะท้อนถึงรสนิยมอันเลิศเลอของเจ้าของบ้าน เมื่อได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดและมองความงามของสถานที่แห่งนี้ ใครๆ ก็คงคิดว่าที่นี่คือวิมานแห่งความสุข และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะที่นี่คือบ้านของนางเอกผู้เลอโฉมในเรื่องของผม ฟอสทินา วูดแมน ผู้ซึ่งถูกลิขิตให้เป็นที่รักและชื่นชมของทุกคนที่ได้รู้จักเธอ

    ฟอสทินาอาศัยอยู่ในกระท่อมแห่งเมาน์เทนเกลนอย่างสงบสุขกับพ่อ พี่ชายสามคน และคุณป้าวัยชราที่ร่วมอาศัยอยู่ในบ้านมานานหลายปี

    คุณนายวูดแมน ผู้เป็นแม่ เป็นผู้หญิงที่งดงามและอ่อนโยนจนเป็นที่รักของทุกคน แต่เธอก็ต้องจากไปหลังจากป่วยหนัก ทิ้งให้ฟอสทินาซึ่งในขณะนั้นมีอายุเพียงห้าขวบอยู่ในความดูแลของป้า ซึ่งก้าวเข้ามาดูแลครอบครัวแทน

    ส่วนคุณวูดแมน ผู้เป็นพ่อ เดิมทีเป็นพ่อค้าที่มีทรัพย์สินตกทอดมาจากบิดา เขาลงทุนทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย เมื่อสะสมทรัพย์สินได้มากพอที่เขาคิดว่าจะสร้างความสุขให้ครอบครัวได้ เขาก็ตัดสินใจกลับไปยังหมู่บ้านบ้านเกิด และแต่งงานกับฟอสทินา ออเบรย์ ลูกสาวของชาวสวนผู้ซื่อสัตย์

    คุณวูดแมนพาเจ้าสาววัยเยาว์เดินทางมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตก เพื่อหาหุบเขาที่เงียบสงบสำหรับสร้างรังรักและใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุข

    หลังจากเดินทางไกลจากบ้านเกิด เขาก็มาถึงหมู่บ้าน S— และเริ่มสำรวจพื้นที่รอบๆ ด้านหนึ่งเป็นภูเขาที่ทุรกันดารและเงียบเหงา แต่อีกด้านกลับเป็นทุ่งนาที่สวยงาม มีกระท่อมและป่าไม้สลับกันไป และเขาก็ได้พบกับภูเขาสูงที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณหนึ่งไมล์ ซึ่งมองเห็นทัศนียภาพรอบด้านได้อย่างหลากหลาย เขาจึงเลือกที่นี่เป็นที่สร้างบ้านและตั้งชื่อว่า เมาน์เทนเกลน ซึ่งเขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสุขภาพแข็งแรงที่นี่อยู่หลายปี แต่ทว่า…

    ในยามที่ความสุขถึงขีดสุด
    ความเศร้าก็มักจะมาเยือนโดยไม่ทันตั้งตัว

    โรคร้ายอย่างวัณโรคได้คืบคลานเข้ามาในบ้านที่แสนสุขของคุณวูดแมน และพรากภรรยาผู้เป็นที่รักของเขาไป แม้ว่าโรคนี้จะใช้เวลาหลายปีกว่าจะคร่าชีวิตเธอ แต่เขาก็รู้ดีว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร

    ความเจ็บป่วยกัดกินร่างกายที่อ่อนแอของเธอจนซูบผอม แววตาที่เคยสดใสกลับหม่นแสงลงเรื่อยๆ จนในที่สุดดวงวิญญาณที่อ่อนโยนของเธอก็โบยบินสู่โลกที่สว่างไสวและงดงามกว่า ทิ้งให้สามีผู้โศกเศร้าต้องดูแลลูกๆ ทั้งสี่คน โดยมีลูกสาวคนเล็กเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว พ่อปลอบประโลมใจตัวเองด้วยการมองดูฟอสทินา ซึ่งมีจิตใจอ่อนโยนเหมือนแม่แทบทุกประการ และรูปร่างหน้าตาก็ถอดแบบมาจากแม่ผู้ล่วงลับอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

    หลังจากคุณนายวูดแมนเสียชีวิต เธอได้ฝากฝังลูกๆ ไว้กับพี่สาว ซึ่งดูแลเด็กๆ ด้วยความรักและความเมตตาราวกับเป็นแม่แท้ๆ คอยฟูมฟักต้นกล้าที่เปราะบางเหล่านี้ให้เติบโตอย่างดีที่สุด

    เมื่อฟอสทินาอายุครบสิบสองปี พ่อของเธอก็พบว่าลูกสาวมีความเฉลียวฉลาดและมีความสามารถที่โดดเด่น เขาจึงส่งเสริมให้เธอได้รับการศึกษาอย่างเต็มที่ และผลลัพธ์ที่ได้ก็ทำให้เขาประหลาดใจกับพัฒนาการที่รวดเร็วของลูกสาวคนสวย

    คุณป้าออเบรย์เองก็มีความสุขไม่แพ้กันที่ได้เห็นหลานสาวเติบโตขึ้นมาอย่างงดงาม ทั้งรูปร่างหน้าตาและจิตใจที่อ่อนโยนเหมือนแม่ของเธอ

    * * *

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งนางเอกของเราอายุได้สิบเก้าปี เธอเป็นที่รักและชื่นชมของทุกคนที่ได้พบเห็น และนำความสุขมาให้แก่ผู้ที่อยู่รอบข้างเสมอ

    ในเช้าวันที่สดใสวันหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว ฟอสทินานั่งอยู่ใต้ต้นโอ๊กใหญ่กับพี่ชายและลูอิส มอร์ทิเมอร์ ลูกชายของสุภาพบุรุษในหมู่บ้าน ลูอิสแวะเวียนมาที่บ้านวูดแมนบ่อยครั้งจนกลายเป็นแขกประจำ และความใกล้ชิดก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความผูกพันจนเขากลายเป็นเหมือนสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว ลูอิสแอบรักฟอสทินามานานแล้ว และเธอก็รับรู้ถึงความรู้สึกนั้นเช่นกัน แม้ฟอสทินาจะจำเรื่องราวของแม่ได้เพียงเลือนลาง แต่พ่อของเธอก็มักจะเล่าเรื่องราวของแม่ให้เธอฟังเสมอเพื่อให้เธอระลึกถึง

    ฟอสทินาไม่เคยต้องเผชิญกับความทุกข์ยากของโลกใบนี้มากนัก แววตาที่สดใสและรอยยิ้มที่ร่าเริงเป็นกระจกสะท้อนถึงจิตใจที่บริสุทธิ์ เธอเติบโตมาท่ามกลางความรักและการดูแลอย่างทะนุถนอมจากคุณป้าออเบรย์ และจากพ่อที่ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้ลูกๆ หลังจากเสียภรรยาไป

    แต่โถ… ความสุขของฟอสทินากลับจบลงเร็วเหลือเกิน! แม่สาวน้อยผู้เลอโฉมเอ๋ย หากม่านแห่งอนาคตถูกเปิดออก และเธอได้เห็นสิ่งที่รออยู่ในวันข้างหน้า ความหวังที่สดใสในใจของเธอตอนนี้คงจะถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี

    โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ได้มาเยือนบ้านวูดแมนที่เมาน์เทนเกลนอีกครั้ง เสียงหัวเราะอันไพเราะของฟอสทินาไม่ได้ดังก้องไปทั่วภูเขาอีกต่อไป

    โรคอหิวาตกโรคที่สร้างความหวาดกลัวไปทั่วประเทศได้ระบาดเข้ามาในหมู่บ้าน S— และคร่าชีวิตผู้คนไปมากมาย และในที่สุดมันก็ลุกลามเข้าสู่บ้านที่แสนสงบของคุณวูดแมน พรากชีวิตสมาชิกในบ้านไปถึงสามคน บ้านที่เคยมีความสุขกลายเป็นสถานที่แห่งความโศกเศร้าและทุกข์ทรมาน คุณวูดแมน ลูกชายคนเล็ก และคุณป้าออเบรย์ ต่างเสียชีวิตลงด้วยโรคร้ายนี้

    ฟอสทินาและพี่ชายอีกสองคนเป็นเพียงสมาชิกที่เหลืออยู่ของครอบครัวที่โชคร้าย พวกเขาต้องสูญเสียทั้งพ่อและผู้ที่ดูแลพวกเขามาตลอดตั้งแต่เด็ก

    ฟอสทินาคงจะทนรับความเจ็บปวดนี้ไม่ไหว หากไม่ได้ความรักจากพี่ชายและการดูแลอย่างใกล้ชิดของลูอิส มอร์ทิเมอร์ ผู้ที่คอยปลอบประโลมและมอบความหวังให้เธอในยามที่ชีวิตมืดมนที่สุด

    หลายสัปดาห์ผ่านไป ลูอิสยังคงอยู่เคียงข้างครอบครัวที่สูญเสีย เพราะพวกเขาไม่อยากให้เขาจากไปไหน

    แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อนางเอกของเราต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจที่หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม

    พี่ชายของเธอวางแผนจะเดินทางไปแคลิฟอร์เนียเพื่อขุดทอง ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนยอมสละทั้งบ้าน เพื่อนฝูง หรือแม้แต่ชีวิตเพื่อแลกกับสมบัติที่อาจไม่มีอยู่จริง พวกเขาบอกความตั้งใจนี้กับลูอิสและชวนให้เขาไปด้วย ฟอสทินาพยายามอ้อนวอนไม่ให้พี่ชายจากบ้านไป แต่เมื่อเห็นว่าพวกเขาตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว เธอจึงหันไปขอร้องลูอิสไม่ให้ร่วมเดินทางไปด้วย เธอขอร้องให้เขาอย่าทิ้งเธอไว้ในวันที่เธอไม่เหลือใคร

    ลูอิสบอกเธอว่าเขาจะไม่อยู่ห่างนานนัก และจะรีบกลับมาพร้อมกับทรัพย์สินที่จะชดเชยช่วงเวลาที่ต้องห่างกัน เขาบอกว่าเขาจำเป็นต้องสร้างฐานะเพื่อให้มั่นใจว่าในอนาคตเขาสามารถมอบความสุขให้เธอได้อย่างเต็มที่

    โอ้ ความทะเยอทะยานที่ว่างเปล่าและความหวังที่ลวงตา! มีคนมากมายที่เชื่อว่าความสุขที่แท้จริงจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีทรัพย์สินเงินทอง

    ไม่กี่ปีหลังจากคุณวูดแมนย้ายมาอยู่ที่ภูเขา น้องเขยของเขาได้มาเยี่ยมและตัดสินใจตั้งรกรากในหมู่บ้าน โดยสร้างบ้านอยู่ห่างจากเมาน์เทนเกลนเพียงไม่กี่ไมล์

    หลังจากพ่อเสียชีวิต พี่ชายของฟอสทินาได้ตกลงกับคุณลุงออเบรย์ว่า ให้คุณลุงเข้ามาดูแลบ้านและดูแลน้องสาวของพวกเขาจนกว่าพวกเขาจะกลับมา เมื่อได้รับคำยืนยันจากคุณลุง พี่ชายทั้งสองจึงบอกลาฟอสทินาและสัญญาว่าจะรีบกลับมา แต่แล้วก็ถึงช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจที่สุดของลูอิสและฟอสทินา ลูอิสแทบจะเปลี่ยนใจไม่ไปแคลิฟอร์เนียเพราะทนไม่ได้ที่จะต้องห่างจากคนที่เขารัก แต่ด้วยคำรบเร้าของเพื่อนวัยรุ่น ความอยากได้ทองที่เต็มอก และคำมั่นสัญญาของคุณลุงออเบรย์ว่าจะดูแลฟอสทินาอย่างดีที่สุด ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเดินทางไปกับพวกพี่ชาย

    ช่างเป็นช่วงเวลาที่ทรมานเหลือเกินสำหรับลูอิส! ถึงเวลาที่เขาต้องบอกลาคู่หมั้นสาว ฟอสทินาซบลงที่อกของเขาและร้องไห้อย่างหนักด้วยความโศกเศร้า ลูอิสบอกให้เธอรอเขากลับมาอย่างเข้มแข็ง และสัญญาว่าเมื่อเขากลับมา พวกเขาจะไม่พรากจากกันอีก ทั้งคู่กอดกันเป็นครั้งสุดท้าย ลูอิสจุมพิตลาด้วยริมฝีปากที่สั่นเครือ และแล้วพวกเขาก็ต้องแยกจากกัน

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
    Note