ตอนที่ 2
by"ฉันมองว่าการที่คุณเอาสถาบันที่ชุบเลี้ยงคุณมาอย่างดีมาล้อเลียนแบบนี้ เป็นการกระทำที่ขาดความกตัญญูอย่างยิ่ง ถ้างานเขียนชิ้นนั้นไม่ตลกพอ ฉันสงสัยเหลือเกินว่าคุณจะได้รับการให้อภัยไหม แต่โชคดีของคุณที่สุภาพบุรุษท่านที่เพิ่งออกไปเป็นคนมีอารมณ์ขันมาก และเพราะความใจกล้าบ้าบิ่นในเรียงความฉบับนั้นแหละ ท่านจึงเสนอจะส่งคุณเข้าเรียนต่อในวิทยาลัย"
"เข้าวิทยาลัยเหรอคะ!" เจรูชาเบิกตากว้าง มิสลิพเพ็ตพยักหน้ายืนยัน
"ท่านรอหารือเรื่องเงื่อนไขกับฉัน ซึ่งต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเลย สุภาพบุรุษท่านนี้ค่อนข้างมีนิสัยคาดเดายาก ท่านเชื่อว่าคุณมีความคิดสร้างสรรค์ และตั้งใจจะสนับสนุนให้คุณได้เรียนเพื่อเป็นนักเขียน"
"นักเขียนเหรอคะ" เจรูชาอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ทวนคำของมิสลิพเพ็ตเบาๆ
"นั่นคือความประสงค์ของท่าน ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ก็คงต้องรอดูกันต่อไป ท่านจะให้เงินเบี้ยเลี้ยงคุณอย่างใจดี ซึ่งสำหรับเด็กสาวที่ไม่เคยบริหารเงินเองเลยอย่างคุณ ฉันว่ามันมากเกินไปด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากท่านวางแผนทุกอย่างไว้ละเอียดมาก ฉันจึงไม่กล้าเสนอแนะอะไรเพิ่มเติม คุณจะต้องอยู่ที่นี่จนจบฤดูร้อน โดยมีมิสพริตชาร์ดช่วยดูแลเรื่องการเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ ส่วนค่าเล่าเรียนและค่าที่พักท่านจะชำระให้ทางวิทยาลัยโดยตรง และตลอดสี่ปีที่คุณเรียน คุณจะได้รับเงินรายเดือนอีกเดือนละสามสิบห้าดอลลาร์ เพื่อให้คุณมีมาตรฐานความเป็นอยู่เท่าเทียมกับนักศึกษาคนอื่นๆ โดยเลขานุการส่วนตัวของท่านจะเป็นคนส่งเงินให้ทุกเดือน และสิ่งที่คุณต้องทำเป็นการตอบแทนคือ เขียนจดหมายแจ้งให้ท่านทราบเดือนละฉบับ ย้ำว่าไม่ต้องเขียนขอบคุณเรื่องเงิน เพราะท่านไม่ต้องการให้พูดถึงเรื่องนั้น แต่ให้เขียนเล่าถึงความก้าวหน้าในการเรียนและรายละเอียดชีวิตประจำวัน เหมือนกับที่คุณจะเขียนถึงพ่อแม่หากพวกท่านยังมีชีวิตอยู่"
"จดหมายเหล่านี้ให้จ่าหน้าถึง คุณจอห์น สมิธ และส่งผ่านเลขานุการ ซึ่งจริงๆ แล้วท่านไม่ได้ชื่อจอห์น สมิธ แต่ท่านต้องการปกปิดตัวตน สำหรับคุณแล้ว ท่านคือคุณจอห์น สมิธ เท่านั้น เหตุผลที่ท่านให้คุณเขียนจดหมาย เพราะท่านเชื่อว่าไม่มีอะไรจะช่วยฝึกฝนทักษะการเขียนได้ดีไปกว่าการเขียนจดหมาย และในเมื่อคุณไม่มีครอบครัวให้ติดต่อ ท่านจึงอยากให้คุณฝึกเขียนวิธีนี้ อีกทั้งท่านยังอยากติดตามความก้าวหน้าของคุณด้วย แต่จำไว้ว่าท่านจะไม่ตอบจดหมาย หรือแสดงตัวว่ารับรู้ถึงจดหมายของคุณเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะท่านเกลียดการเขียนจดหมายและไม่อยากให้คุณต้องมาพะวงรอคำตอบ หากมีเรื่องจำเป็นเร่งด่วนจริงๆ ที่ต้องได้รับคำตอบ เช่น กรณีที่คุณถูกไล่ออก ซึ่งฉันหวังว่าจะไม่เกิดขึ้น คุณสามารถติดต่อผ่านคุณกริกส์ เลขานุการของท่านได้ การส่งจดหมายรายเดือนนี้ถือเป็นข้อผูกมัดเด็ดขาด เพราะเป็นสิ่งเดียวที่คุณสมิธต้องการเป็นการตอบแทน ดังนั้นคุณต้องส่งให้ตรงเวลาเหมือนกับการจ่ายบิลหนี้สิน และฉันหวังว่าน้ำเสียงในจดหมายจะสุภาพเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เสียชื่อการอบรมสั่งสอนของที่นี่ อย่าลืมว่าคุณกำลังเขียนจดหมายถึงหนึ่งในคณะกรรมการบริหารของบ้านจอห์นเกรียร์"
เจรูชาเหลือบมองประตูด้วยความโหยหา ในหัวของเธอหมุนติ้วด้วยความตื่นเต้น เธออยากจะหนีไปจากคำสั่งสอนที่น่าเบื่อของมิสลิพเพ็ตเพื่อใช้ความคิดเพียงลำพัง เธอจึงลุกขึ้นและค่อยๆ ก้าวถอยหลัง แต่ถูกมิสลิพเพ็ตใช้ท่าทางห้ามไว้ เพราะอีกฝ่ายยังพูดไม่จบ และไม่ยอมปล่อยให้โอกาสในการเทศนาครั้งนี้หลุดลอยไป
"ฉันเชื่อว่าคุณคงซาบซึ้งในโชคลาภที่หาได้ยากยิ่งครั้งนี้ใช่ไหม? เด็กสาวในสถานะแบบคุณน้อยคนนักที่จะมีโอกาสยกระดับชีวิตตัวเองได้ขนาดนี้ คุณต้องจำไว้เสมอว่า—"
"ค่ะ… ค่ะคุณครู ขอบคุณมากค่ะ แต่ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวไปเย็บกางเกงให้เฟรดดี้ เพอร์กินส์ ก่อนนะคะ"
ประตูพับปิดลงทิ้งให้มิสลิพเพ็ตยืนอ้าปากค้าง คำเทศนาที่เตรียมไว้ยังค้างอยู่ในอากาศ
***
จดหมายจาก
มิสเจรูชา แอบบอต
ถึง
คุณแดดดี้ ลองเลกส์ สมิธ
ห้อง 215 หอพักเฟอร์กัสเซน
24 กันยายน
ถึง คุณผู้ปกครองใจดีที่ส่งเด็กกำพร้าเข้าวิทยาลัย,
หนูมาถึงแล้วค่ะ! เมื่อวานหนูนั่งรถไฟมาสี่ชั่วโมงเต็มๆ มันเป็นความรู้สึกที่แปลกดีนะคะ เพราะหนูไม่เคยนั่งรถไฟมาก่อนเลยในชีวิต
วิทยาลัยเป็นสถานที่ที่ใหญ่โตและน่าเวียนหัวที่สุดเท่าที่หนูเคยเห็นมา หนูหลงทางทุกครั้งที่เดินออกจากห้อง เดี๋ยวหนูจะเขียนบรรยายให้ฟังละเอียดกว่านี้ตอนที่เลิกมึนแล้วนะคะ แล้วจะเล่าเรื่องเรียนให้ฟังด้วย ตอนนี้เป็นคืนวันเสาร์ คลาสเรียนจะเริ่มเช้าวันจันทร์ แต่หนูอยากรีบเขียนจดหมายมาทักทายให้รู้จักกันก่อนค่ะ
มันรู้สึกแปลกๆ เหมือนกันนะคะที่ต้องเขียนจดหมายหาคนที่ไม่รู้จัก แถมปกติหนูแทบไม่เคยเขียนจดหมายเลย ทั้งชีวิตเขียนไปแค่สามสี่ฉบับเอง ดังนั้นถ้าสำนวนการเขียนของหนูไม่สละสลวยนัก ก็ขอให้คุณช่วยมองข้ามไปนะคะ
ก่อนจะเดินทางเมื่อเช้าวานนี้ มิสลิพเพ็ตเรียกหนูไปคุยอย่างจริงจังมาก เธอสอนวิธีวางตัวในการใช้ชีวิต และเน้นย้ำเป็นพิเศษว่าต้องปฏิบัติตัวต่อสุภาพบุรุษใจดีที่ช่วยเหลือหนูอย่างไร โดยบอกว่าหนูต้อง สุภาพเรียบร้อยเป็นพิเศษ
แต่หนูสงสัยว่า เราจะสุภาพเรียบร้อยเป็นพิเศษกับคนที่อยากให้เรียกชื่อว่า "จอห์น สมิธ" ได้ยังไงกันคะ? ทำไมคุณไม่เลือกชื่อที่มีเอกลักษณ์กว่านี้หน่อยล่ะคะเนี่ย ให้หนูเขียนจดหมายถึง "คุณเสาผูกม้าที่รัก" หรือ "คุณราวตากผ้าที่รัก" ยังจะดูมีอะไรมากกว่าเลย
ตลอดฤดูร้อนที่ผ่านมาหนูคิดถึงคุณบ่อยมาก การที่มีใครสักคนหันมาสนใจหนูหลังจากผ่านไปหลายปีแบบนี้ ทำให้หนูรู้สึกเหมือนได้เจอครอบครัวเลยค่ะ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นของใครสักคน ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่อุ่นใจมาก แต่จะว่าไป พอหนูพยายามจินตนาการถึงคุณ หนูแทบไม่มีข้อมูลอะไรให้คิดถึงเลย นอกจากสามข้อนี้:
1. คุณตัวสูง
2. คุณรวย
3. คุณเกลียดเด็กผู้หญิง
หนูเกือบจะเรียกคุณว่า "คุณคนเกลียดผู้หญิงที่รัก" แล้วค่ะ แต่คิดว่ามันจะดูเป็นการดูถูกตัวหนูเองมากกว่า หรือจะเรียก "คุณคนรวยที่รัก" ดีนะ แต่แบบนั้นก็เหมือนไปดูถูกคุณว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตัวคุณคือเงิน ซึ่งความรวยมันเป็นแค่เปลือกนอก อีกอย่าง คนรวยก็ไม่ได้รวยตลอดไป บางทีคนเก่งๆ ในวอลล์สตรีทก็ล้มละลายกันได้ แต่ที่แน่ๆ คือคุณจะตัวสูงไปตลอดชีวิต! หนูเลยตัดสินใจจะเรียกคุณว่า "แดดดี้ ลองเลกส์" (คุณพ่อขาดยาว) หวังว่าคุณคงไม่ว่ากันนะคะ ถือว่าเป็นชื่อเล่นลับๆ ระหว่างเราที่เราจะไม่บอกมิสลิพเพ็ตค่ะ
อีกสองนาทีระฆังบอกเวลาสี่ทุ่มจะดังแล้วค่ะ ที่นี่ทุกอย่างถูกแบ่งเป็นสัดส่วนด้วยเสียงระฆัง ทั้งเวลากิน เวลานอน และเวลาเรียน มันทำให้ชีวิตดูตื่นตัวดีค่ะ หนูรู้สึกเหมือนเป็นม้าดับเพลิงที่ต้องพร้อมวิ่งตลอดเวลา อ๊ะ! ระฆังดังแล้ว ปิดไฟได้ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
เห็นไหมคะว่าหนูรักษากฎระเบียบได้เป๊ะขนาดไหน ต้องขอบคุณการฝึกฝนจากบ้านจอห์นเกรียร์เลยค่ะ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
เจรูชา แอบบอต
***
ถึง คุณแดดดี้ ลองเลกส์ สมิธ
1 ตุลาคม
แดดดี้ ลองเลกส์ ที่รัก,
หนูรักวิทยาลัยแห่งนี้มาก และรักคุณที่ส่งหนูมาเรียนด้วยค่ะ หนูมีความสุขมากๆ ตื่นเต้นจนแทบจะนอนไม่หลับเลย คุณจินตนาการไม่ออกหรอกค่ะว่าที่นี่ต่างจากบ้านจอห์นเกรียร์แค่ไหน หนูไม่เคยฝันเลยว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ในโลก หนูรู้สึกสงสารทุกคนที่ไม่ใช่ผู้หญิงจนมาที่นี่ไม่ได้เลยค่ะ หนูมั่นใจว่าวิทยาลัยที่คุณเคยเรียนตอนเด็กๆ คงไม่วิเศษเท่าที่นี่แน่ๆ
ห้องของหนูอยู่บนหอคอย ซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นวอร์ดผู้ป่วยโรคติดต่อก่อนที่เขาจะสร้างสถานพยาบาลใหม่ ชั้นเดียวกับหนูมีเด็กผู้หญิงอีกสามคน มีรุ่นพี่ปีสี่ที่สวมแว่นและมักจะบอกให้พวกหนูช่วยลดเสียงลงหน่อย และมีเฟรชแมนอีกสองคนชื่อ แซลลี่ แมคไบรด์ กับ จูเลีย รัทเลดจ์ เพนเดิลตัน แซลลี่ผมแดง จมูกรั้น และเป็นกันเองมาก ส่วนจูเลียมาจากตระกูลดังในนิวยอร์กและเธอยังไม่ค่อยสนใจหนูเท่าไหร่ สองคนนั้นนอนห้องคู่ ส่วนหนูกับรุ่นพี่ได้ห้องเดี่ยว ปกติแล้วเด็กปีหนึ่งจะหาห้องเดี่ยวได้ยากมาก แต่หนูกลับได้มาโดยไม่ต้องร้องขอเลย หนูเดาว่าทางทะเบียนคงคิดว่าไม่เหมาะสมที่จะให้เด็กสาวที่ได้รับการอบรมมาอย่างดีต้องมานอนห้องเดียวกับเด็กกำพรณ์ที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า เห็นไหมคะว่าการเป็นเด็กกำพร้าก็มีข้อดีเหมือนกัน!
ห้องของหนูอยู่มุมทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีหน้าต่างสองบานและวิวสวยมาก หลังจากต้องอยู่ในวอร์ดรวมกับเพื่อนร่วมห้องยี่สิบคนมาตลอดสิบแปดปี การได้อยู่คนเดียวมันช่างสงบสุขจริงๆ นี่เป็นครั้งแรกที่หนูมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับ "เจรูชา แอบบอต" และหนูคิดว่าหนูน่าจะชอบผู้หญิงคนนี้ค่ะ
แล้วคุณล่ะคะ คิดว่าคุณจะชอบหนูไหม?
วันอังคาร
ตอนนี้เขากำลังจัดทีมบาสเกตบอลสำหรับเด็กปีหนึ่ง และหนูมีลุ้นจะได้เข้าทีมด้วยค่ะ ถึงหนูจะตัวเล็ก แต่หนูคล่องแคล่ว ว่องไว และอึดมาก ในขณะที่คนอื่นกระโดดโลดเต้นกันกลางอากาศ หนูสามารถมุดลอดใต้ขาพวกเขาเพื่อฉกบอลมาได้ การซ้อมบาสสนุกที่สุดเลยค่ะ โดยเฉพาะตอนบ่ายที่สนามกีฬาท่ามกลางต้นไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเหลือง และกลิ่นใบไม้เผาที่ลอยอบอวลไปหมด ทุกคนต่างหัวเราะและตะโกนด้วยความสนุกสนาน พวกเธอเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดเท่าที่หนูเคยเห็นมา และหนูก็เป็นคนที่สุขที่สุดในบรรดาทุกคนเลยค่ะ!
จริงๆ หนูตั้งใจจะเขียนจดหมายยาวๆ เล่าเรื่องที่ได้เรียนรู้ให้คุณฟัง (มิสลิพเพ็ตบอกว่าคุณอยากรู้) แต่ระฆังคาบเจ็ดเพิ่งดังค่ะ อีกสิบนาทีหนูต้องเปลี่ยนชุดยิมไปที่สนามกีฬาแล้ว คุณช่วยลุ้นให้หนูติดทีมด้วยนะคะ!

0 Comments